• Sun. Mar 15th, 2026

คอลัมน์การเมือง – ความคิดที่ถูกต้องของคนเรา มีคุณค่าความหมายและประโยชน์ต่อชีวิต 1

คอลัมน์การเมือง-–-ความคิดที่ถูกต้องของคนเรา-มีคุณค่าความหมายและประโยชน์ต่อชีวิต-1คอลัมน์การเมือง – ความคิดที่ถูกต้องของคนเรา มีคุณค่าความหมายและประโยชน์ต่อชีวิต 1

คนดีมีคุณธรรม เป็นคนที่มีความคิดที่ถูกต้อง ต่อตนเอง ครอบครัว เพื่อนมิตร

สังคมและบ้านเมือง

เราจะเห็น คนเช่นนี้ ปรากฏ ณ ที่บ้าน วัด โรงเรียน และสังคม

คนเช่นนี้ เป็นคนที่มีคุณค่า และความหมายต่อสังคม

คนทั้งหลาย ส่วนมาก อยากจะเป็นคนดีมีคุณธรรม เช่นนี้

คนเหล่านี้เมื่อเราได้ศึกษาติดตามทำความเข้าใจ จะเห็นความจริงปรากฏอยู่ในตัวเขา

คือ เขาเป็นคนที่มีความคิดดีถูกต้อง ใช้ชีวิตได้ดี และถูกต้องไม่ว่าต่อตัวเอง ครอบครัว

เพื่อนมิตร สังคมและบ้านเมือง

@ วันนี้ จึงขอนำเสนอเรื่องสำคัญที่เป็นหัวใจ คือ ความคิดที่ถูกต้อง

1. ความคิดที่ถูกต้องคืออะไร

2. กระบวนการแสวงหาและบ่มเพาะความคิดที่ถูกต้อง

3. หลักการสำคัญในการนำความคิดที่ถูกต้องไปปฏิบัติ

4. การนำความคิดที่ถูกต้องไปแก้ปัญหาในระดับต่างๆ

1. ความคิดที่ถูกต้องคือ

๑. องค์ประกอบประการแรกที่สำคัญที่สุดคือ

ทัศนคติเชิงบวกบนพื้นฐานของความเป็นจริง

(Reality-based Positive Thinking)

หรือ มีประโยคที่นักคิดชอบนำมาใช้คือ “ การแสวงหาสัจจะ : จากความเป็นจริง”

ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากความเป็นบวกที่เป็นพิษ

(Toxic Positivity)

ความเป็นบวกที่แท้จริงต้องตั้งอยู่บนการยอมรับอารมณ์ที่เจ็บปวด

และสถานการณ์ที่ยากลำบาก ไม่ใช่การกดทับหรือปฏิเสธความจริง

เพื่อรักษาภาพลักษณ์แห่งความสุขเพียงอย่างเดียว

๒. การมองเห็นคุณค่าในตัวเอง (Self-Esteem)

ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันทางจิตวิทยา

ความเห็นคุณค่าในตนเองที่ถูกต้องเกิดจากการรู้จักจุดแข็งและจุดอ่อนอย่างตรงไปตรงมา

การยอมรับตนเองอย่างไม่มีเงื่อนไขผ่านการเจริญสติ (Mindfulness)

จะช่วยสร้างเสถียรภาพของความเชื่อมั่น

ซึ่งส่งผลให้บุคคลมีความยืดหยุ่น (Resilience) ต่อความล้มเหลว

การศึกษาพบว่าบุคคลที่มีระดับความสม่ำเสมอของความภาคภูมิใจในตนเอง

มักจะไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ต่อเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนใจรุนแรงเกินไป

เนื่องจากพวกเขามองว่า

เหตุการณ์ภายนอกไม่ใช่สิ่งที่บ่งบอกถึงแก่นแท้ของมูลค่าความเป็นมนุษย์

๓. การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)

ซึ่งเป็นกระบวนการทางพุทธิปัญญาที่ใช้ในการคัดกรองข้อมูลข่าวสาร

ผ่านการตั้งคำถามและการวิเคราะห์หลักฐานเชิงประจักษ์

โดยปราศจากอคติทางจิตวิทยา

การคิดเชิงวิพากษ์ที่สมบูรณ์ต้องอาศัยการลดละอัตตา (Ego) และ

ความกล้าหาญทางจริยธรรมในการเปลี่ยนความคิดเมื่อพบข้อมูลที่ถูกต้องกว่า

พลวัตนี้จะทำงานสอดคล้องกับกรอบแนวคิดแบบเติบโต (Growth Mindset)

๔. กรอบแนวคิดแบบเติบโต (Growth Mindset)

ซึ่งเชื่อมั่นในศักยภาพของการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างไม่มีสิ้นสุด

การมี Growth Mindset

ช่วยให้บุคคลมองความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้

(The Power of Yet) แทนที่จะมองว่าเป็นข้อจำกัดทางสติปัญญาที่ตายตัว

๕. สุดท้ายคือ การอยู่กับปัจจุบัน (Stay in the Present)

ซึ่งเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรทางสมองให้อยู่กับกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ตรงหน้า

การปล่อยวางความผิดพลาดในอดีตและความกังวลในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

ช่วยลดการสร้างฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) และเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา ความคิดที่ถูกต้องจึงไม่ใช่การมุ่งเอาชนะผู้อื่น

และเป็นการพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนโดยการไม่ตกเป็นทาสของอคติส่วนตน

2. กระบวนการแสวงหาและบ่มเพาะความคิดที่ถูกต้อง

การได้มาซึ่งความคิดที่ถูกต้องเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์

ที่ต้องอาศัยการศึกษาเรียนรู้และการฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

กระบวนการนี้เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจกลไกทางประสาทวิทยาที่ส่งผลต่อพฤติกรรม (Neuroscience of Mindset)

ซึ่งระบุว่าสมองของมนุษย์มีความสามารถในการสร้างเครือข่ายประสาทใหม่ๆ ตลอดเวลา

ผ่านการฝึกฝนและการทำซ้ำ

การศึกษาเรียนรู้เพื่อพัฒนาความคิด

เริ่มต้นจากการใช้โมเดลผู้เรียนตลอดชีวิต (Lifelong Learner Model)

หรือที่เรียกว่า “การปลูกป่าส่วนตน” (Grow Your Own Forest)

กระบวนการนี้กำหนดให้บุคคลต้องเตรียมพื้นดินที่เหมาะสม

ด้วยการเจริญสติเพื่อให้เข้าถึงสภาวะลื่นไหล (Flow state)

จากนั้นจึงปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยใคร่รู้ และ

คัดกรองคุณค่าหลักที่สำคัญผ่านการตั้งคำถามในระดับอภิปัญญา (Metacognition)

เช่น “อะไรคือสิ่งที่ฉันให้คุณค่า?” หรือ

“ฉันจะทำสิ่งนี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไร?”

กิจกรรมสำคัญในการสร้างความคิดที่ถูกต้องประกอบด้วย:

1.การสะท้อนคิดอย่างเป็นระบบ (Self-Reflection):

การหยุดเพื่อทบทวนพฤติกรรม ความคิด และความรู้สึกในสถานการณ์ต่างๆ

ช่วยให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนที่ชัดเจน

การใช้เทคนิคการเขียนบันทึกความรู้สึก (Expressive Writing)

หรือการตอบคำถามนำร่องเกี่ยวกับเป้าหมายชีวิต

ช่วยให้บุคคลไม่หลงลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดไป

2.การฝึกโยนิโสมนสิการ 10 วิธี:

ในทางพุทธจิตวิทยา การฝึกคิดอย่างถูกวิธีประกอบด้วย

การคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย (Analytical),

การคิดแบบแยกแยะส่วนประกอบ (Synthesis),

การคิดแบบสามัญลักษณ์ (Futuristic),

การคิดแบบอริยสัจ (Integrative),

และการคิดแบบคุณค่าแท้คุณค่าเทียม (Critical) เป็นต้น

การฝึกคิดแบบวิภัชชวาที หรือการมองความจริงให้ครบทุกด้าน

เป็นรากฐานสำคัญของการมองโลกตามความเป็นจริง

3.การจัดการความรู้และการตั้งคำถามเชิงรุก:

การใช้กระบวนการสืบเสาะ (Inquiry-based learning) ในชีวิตประจำวัน

เช่น การถามว่า “เรารู้สิ่งที่คิดได้อย่างไร?”

หรือการค้นหาพยานหลักฐานที่คัดค้านความเชื่อเดิมของตนเอง

จะช่วยทลายกำแพงอคติ (Echo Chamber) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชัยวัฒน์ สุรวิชัย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/columnist/65798&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3s4S0_VnbQCnYJjfR3SCmb