
ราชบัณฑิตยสภาเป็นองค์กรทางวิชาการของชาติ ซึ่งจะมีอายุ 100 ปี ในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569 ตลอดหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ราชบัณฑิตยสภาได้ทำหน้าที่วางรากฐานด้านภาษาและวิชาการของประเทศผ่านการจัดทำพจนานุกรม การบัญญัติศัพท์ และการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง อันเป็นกลไกสำคัญในการรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกันบทบาทของราชบัณฑิตยสภาขยายสู่การเป็นคลังสมองของชาติที่มีส่วนร่วมเชิงยุทธศาสตร์ในการให้ข้อเสนอแนะด้านวิชาการและองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคนและพัฒนาประเทศ
ในวาระครบรอบ 100 ปี ราชบัณฑิตยสภา จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาราชบัณฑิตยสภา ปีที่ 100 กิจกรรมในช่วงเช้ามีพิธีถวายสักการะพระบรมรูป รัชกาลที่ 7 และพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ ณ อาคารสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร บี แและพิธีรดน้ำขอพรราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกอาวุโส ณ โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซสหลานหลวง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
ส่วนช่วงบ่ายมีการแสดงปาฐกถาพิเศษเรื่อง ราชบัณฑิตยสภากับความมั่นคงของประเทศ และจัดเสวนาทางวิชาการ 3 เรื่อง ได้แก่ 1. หลักนิติธรรมกับสถาบันปัญญา : บทบาทของราชบัณฑิตต่อความมั่นคงของสังคมไทย 2. เรื่องวิทยาศาสตร์ ปัญญาและอนาคตมนุษยชาติ ภารกิจใหม่ของราชบัณฑิต และ 3. เรื่อง ภาษาและศิลปะ : จิตวิญญาณของชาติในโลกที่กำลังเปลี่ยน

พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาราชบัณฑิตยสภา พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ราชบัณฑิตยสภากับความมั่นคงของประเทศ” ว่า 1 ศตวรรษที่ผ่านมาไม่เพียงสะท้อนความสำคัญขององค์กรในมิติทางวิชาการ หากยังชี้ให้เห็นถึงบทบาทที่เชื่อมโยงองค์ความรู้เข้ากับความมั่นคงและทิศทางของชาติในระยะยาว ในวาระสำคัญนี้เป็นการตอกย้ำสถานะของสถาบันในฐานะพลังทางปัญญาที่ขับเคลื่อนสังคมไทย พร้อมก้าวสู่อนาคตด้วยบทบาทที่เข้มข้นและรอบด้านยิ่งขึ้น
พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี กล่าวว่า ราชบัณฑิตสภาครบรอบ 100 ปี ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญขององค์กรทางวิชาการของประเทศ โดยเฉพาะสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และการเชื่อมโยงกับบทบาทของราชบัณฑิตสภาในฐานะองค์กรที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่รัฐบาล หน่วยงานต่าง ๆ และประชาชน ราชบัณฑิตสภาถือเป็นองค์กรทางวิชาการที่มีบทบาทสำคัญต่อสังคมไทย และเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ในหลากหลายสาขา ที่สามารถนำความรู้ไปสนับสนุนการพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษใหม่
ประธานองคมนตรี กล่าวต่อว่า ความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมชาติของสังคม มนุษย์และประเทศชาติ จึงต้องปรับตัวอยู่เสมอ การพัฒนาประเทศไม่ใช่เพียงเรื่องเศรษฐกิจหรือความมั่นคงทางทหารเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการพัฒนาคน โดยเฉพาะด้านการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงในระยะยาว จากประสบการณ์ที่ได้รับพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ทรงเน้นการสร้างโอกาสทางการศึกษาโดยไม่สร้างภาระแก่ระบบราชการ และทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการสนับสนุน เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน ทั้งด้านสภาพแวดล้อมของโรงเรียน ความเป็นอยู่ของครู และสื่อการเรียนรู้
“ แนวคิดสำคัญ คือ สร้างคนดีก่อนคนเก่ง โดยยึดคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบเป็นพื้นฐานแล้วจึงพัฒนาทักษะต่อยอด พร้อมทั้งส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาผ่านกองทุนต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ขาดโอกาสและเปิดทางเลือกการเรียนรู้ที่หลากหลาย เน้นการศึกษาสายอาชีพให้สอดคล้องกับศักยภาพผู้เรียน ไม่จำเป็นต้องมุ่งสู่อุดมศึกษาเพียงอย่างเดียว” พลเอกสุรยุทธ์ กล่าว
ประธานองคมนตรีกล่าวถึงผลจากการพัฒนาด้านการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล พบว่าเมื่อเยาวชนได้รับโอกาสและทักษะที่เหมาะสม พวกเขาสามารถกลับไปพัฒนาท้องถิ่นของตนเองได้ สอดคล้องกับแนวพระราชดำริที่ต้องการให้คนที่มีความรู้กลับไปสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน นอกจากการศึกษาแล้ว บทบาทของศาสนา โดยเฉพาะพระพุทธศาสนา ในการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้กับสังคม พร้อมเสนอให้มีการสนับสนุนการศึกษาของพระสงฆ์ และส่งเสริมบทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาคน เพื่อให้แนวคิด บ้าน วัด โรงเรียน ทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์
ระธานองคมนตรี กล่าวว่า ในทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สังคมไทยมีพัฒนาการที่เชื่อมโยงกันระหว่างศาสนา ความเชื่อ ประเพณี และโครงสร้างสังคม จึงควรมองประวัติศาสตร์แบบองค์รวม เพื่อเข้าใจความสัมพันธ์ที่หล่อหลอมความเป็นชาติ สอดคล้องแนวคิดภูมิสังคม ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับภูมิศาสตร์ ช่วยให้เข้าใจรากฐานของสังคมไทยเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างเหมาะสม ดังนั้น ราชบัณฑิตสภาควรมีบทบาทเชิงรุกในการบูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายสาขา เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคน การศึกษา คุณธรรม และความเข้าใจทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ศ.เกียรติคุณ นพ.สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา กล่าวว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล ราชบัณฑิตยสภาได้ขยายบทบาทไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ การเชื่อมโยงศาสตร์หลากหลายสาขา และการสังเคราะห์ความรู้เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายหรือ White Paper ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การศึกษา และการเรียนรู้ของประเทศ ควบคู่กับการกำหนดวิสัยทัศน์ระยะยาว 30 ปี เพื่อวางรากฐานด้านวัฒนธรรมทางปัญญาและวัฒนธรรมพลเมือง อันเป็นพื้นฐานสำคัญของสังคมคุณภาพในอนาคต
นายกราชบัณฑิตยสภา กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันองค์กรยังเร่งปรับตัวสู่การเป็นราชบัณฑิตยสภาดิจิทัลผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มความรู้ในรูปแบบออนไลน์และแอปพลิเคชัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงพจนานุกรมและฐานข้อมูลศัพท์บัญญัติได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการวิจัย การจัดทำฐานข้อมูล และการวิเคราะห์แนวโน้มของภาษาและศาสตร์แขนงต่างๆ อันเป็นการยกระดับจากการเผยแพร่ความรู้ในรูปแบบเอกสารและสิ่งพิมพ์ในอดีต ไปสู่ระบบข้อมูลที่พร้อมใช้งานและตอบโจทย์สังคมยุคใหม่
“ ราชบัณฑิตยสภายังขยายบทบาทจากงานวิชาการภายในสู่การสื่อสารสาธารณะมากขึ้นผ่านการจัดเสวนาวิชาการ ราชบัณฑิตสัญจรการเผยแพร่บทความ จุลสาร e-book และสื่อดิจิทัลในรูปแบบต่างๆ ทำให้องค์ความรู้ไม่ได้จำกัดอยู่ในวงวิชาการ แต่สามารถเข้าถึงประชาชนทั่วไปได้อย่างกว้างขวางและทันสมัย ตลอดจนมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกและนักวิชาการรุ่นใหม่ เพื่อให้การผลิตองค์ความรู้มีความทันสมัย สดใหม่ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในสังคม” ศ.เกียรติคุณ นพ.สุรพล กล่าว

ศ.พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร ราชบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ประเภทวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง กล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งบทบาทสำคัญของราชบัณฑิตสภามุ่งเน้นไปที่การสร้างมาตรฐานทางภาษาไทย โดยเฉพาะการจัดทำ “พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน” ซึ่งใช้เวลายาวนานถึง 18 ปี จึงแล้วเสร็จฉบับแรก ความพยายามนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ช่วยกำหนดมาตรฐานการใช้ภาษา ทำให้การสื่อสารของคนในชาติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากภาษาแล้ว ราชบัณฑิตสภายังมีบทบาทในการรวบรวมและอธิบายประวัติศาสตร์ของชาติ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของความมั่นคงทางสังคม เนื่องจากประวัติศาสตร์ร่วม และภาษาเดียวกัน เป็นรากฐานของการสร้างความเป็นชาติ หากสังคมขาดองค์ประกอบเหล่านี้ อาจนำไปสู่ความเปราะบางและความแตกแยกได้ ดังตัวอย่างในหลายประเทศที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และขาดความเป็นเอกภาพ
“การบัญญัติศัพท์ใหม่ โดยเฉพาะในยุคที่องค์ความรู้จากต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาก็เป็นภารกิจสำคัญของราชบัณฑิตสภา เพื่อทำให้ความรู้เหล่านั้นสามารถเข้าถึงคนไทยได้อย่างเท่าเทียม ไม่เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางภาษา และช่วยให้สังคมสามารถปรับตัวเข้าสู่โลกสมัยใหม่ได้โดยไม่สูญเสียอัตลักษณ์ของตนเอง” ศ.พิเศษ นรนิติ กล่าว
ศ.กิตติคุณ ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย ราชบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา ประเภทวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สำนักวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ภารกิจใหม่ของราชบัณฑิตยสภาในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงมีความจำเป็นที่ต้องส่งเสริม AI Literacy ต้องครอบคลุมทั้งความเข้าใจหลักการทำงานของ AI การใช้งานอย่างเหมาะสม การตระหนักถึงข้อจำกัด รวมถึงประเด็นด้านจริยธรรมและผลกระทบต่อสังคม เพื่อเตรียมความพร้อมของประชาชนให้สามารถปรับตัวได้อย่างเท่าทัน และลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้ในยุคดิจิทัล
” ราชบัณฑิตยสภาในฐานะศูนย์รวมองค์ความรู้ของชาติต้องปรับบทบาทจากการเป็นผู้รักษามาตรฐานทางภาษาและวิชาการ ไปสู่การเป็นผู้นำทางปัญญาของสังคม ทำหน้าที่ถ่ายทอดและอธิบายความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์แก่สาธารณชน ส่งเสริมความรอบรู้เท่าทันเทคโนโลยี ธำรงความน่าเชื่อถือขององค์ความรู้ในยุคข้อมูลข่าวสาร มีส่วนร่วมในการกำหนดกรอบจริยธรรมในการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ “ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงอารยธรรมครั้งสำคัญราชบัณฑิตยสภาจะมีบทบาทสำคัญในการชี้นำให้การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนำไปสู่สังคมที่มีปัญญา คุณธรรม และความยั่งยืนในระยะยาว” ศ.กิตติคุณ ดร.วรศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ เพื่อฉลอง 100 ปี ราชบัณฑิตยสภาและเผยแพร่ผลงานสำคัญ ตลอดปีนี้จะจัดกิจกรรมทางวิชาการต่าง ๆ โดยกำหนดจัดการประชุมวิชาการ หัวข้อ ราชบัณฑิตยสภา ปัจจุบันและอนาคต : ปัญญา คุณธรรม และเทคโนโลยี ระหว่างวันที่3-4 กันยายน พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ,การประชุมวิชาการ “งานรำลึกในวาระ 50 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์ เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ พระบิดาแห่งการบัญญัติศัพท์ในภาษาไทย ในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569

นอกจากนี้มีการจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี ราชบัณฑิตยสภา และจัดทำหนังสือต่าง ๆ ในโอกาสนี้ เช่น พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นฉบับแรกที่มีการชำระตั้งแต่ตัวอักษร ก ถึง ฮ หนังสือประวัติศาสตร์ 100 ปีราชบัณฑิตยสภา หนังสือราชบัณฑิตยสภาในความทรงจำ หนังสือราชบัณฑิตยสภา ปัจจุบันและอนาคต หนังสือราชบัณฑิตปูชนียบุคคล หนังสือทำเนียบราชบัณฑิตและภาคีสมาชิก หนังสือผลงานอันทรงคุณค่าของราชบัณฑิตและภาคีสมาชิก รวมทั้งมีการจัดนิทรรศการงานมหกรรมศิลปะและวิชาการที่รวมผลงานด้านวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ และการแสดงคอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์ผู้สถาปนาราชบัณฑิตยสภา

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/news-update/981632/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kuDTRr_IxZgTiA2AQM1qx


