• Wed. Oct 21st, 2026

สมาพันธ์เอสเอ็มอีจี้กระจายทุน ดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง หลังประชุม IMF

สมาพันธ์เอสเอ็มอีจี้กระจายทุน-ดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง-หลังประชุม-imfสมาพันธ์เอสเอ็มอีจี้กระจายทุน ดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง หลังประชุม IMF
สมาพันธ์เอสเอ็มอีจี้กระจายทุน ดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง หลังประชุม IMF

ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยภายหลังการประชุม IMF-World Bank โดยระบุว่า หากประเทศไทยต้องการก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางสู่การเป็นประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน รัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายต้องเร่งแก้ไข 2 โจทย์สำคัญ ได้แก่ การสร้างระบบการเงินที่ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างทั่วถึง และการกระจายผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ลงไปถึงธุรกิจฐานรากอย่างแท้จริง

เปิดทาง MSMEs เข้าถึงทุน กระจายดอกผลเศรษฐกิจ

ดร.ณพพงศ์ กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบนิเวศทางการเงิน (Financial Ecosystem) ให้เอื้อต่อผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทุกกลุ่ม เพื่อช่วยให้ธุรกิจฐานรากมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการดำเนินกิจการและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการกระจายผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม ไม่ปล่อยให้ผลตอบแทนกระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่มทุนหรือธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ต้องมีกลไกที่ทำให้ผลประโยชน์ไหลเวียนไปถึงผู้ประกอบการ MSMEs อย่างเป็นรูปธรรม

“สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่การคิดว่าจะส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ New S-Curve อย่างไรเท่านั้น แต่ต้องคิดควบคู่ไปกับการสร้างกลไกที่จะกระจายดอกผลเหล่านั้นลงไปสู่กลุ่ม MSMEs ซึ่งเป็นเส้นเลือดฝอยสำคัญของประเทศได้อย่างไรด้วย” ดร.ณพพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ การผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่เป็นแนวทางสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว แต่ต้องดำเนินควบคู่กับการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจ ไม่ใช่ปล่อยให้ธุรกิจขนาดใหญ่เป็นกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์เป็นหลัก

เตือนเหลื่อมล้ำขยายตัว กระทบปากท้องคนในประเทศ

ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เน้นย้ำว่า แม้แนวคิดและนโยบายจะมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการนำไปปฏิบัติให้เกิดผลจริง โดยรัฐบาลสามารถส่งเสริมธุรกิจขนาดใหญ่เพื่อสร้าง New S-Curve และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาวได้ แต่ต้องไม่ละเลยปัญหาปากท้องของประชาชนและการดูแลผู้ประกอบการ MSMEs ซึ่งเป็นโจทย์เร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไขในปัจจุบัน

พร้อมกันนี้ ยังเตือนถึงความเสี่ยงจากความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ หากปล่อยให้ช่องว่างระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ปัญหาสังคมและเศรษฐกิจที่รุนแรง ดังเช่นบทเรียนจากหลายประเทศในยุโรป

ดังนั้น การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจึงต้องเดินหน้าอย่างสมดุล ทั้งการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน และการกระจายผลประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง เพื่อวางรากฐานการเติบโตที่ยั่งยืน และเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูงได้อย่างแท้จริง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/671936&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qBcKrKW1VnQ8FFhP_a8Po