• Sun. Oct 18th, 2026

เศรษฐกิจโลกยังไร้คำตอบ ประเทศกำลังพัฒนาเสี่ยงถูกทิ้งห่างในยุคเอไอ | เดลินิวส์

เศรษฐกิจโลกยังไร้คำตอบ-ประเทศกำลังพัฒนาเสี่ยงถูกทิ้งห่างในยุคเอไอ-|-เดลินิวส์เศรษฐกิจโลกยังไร้คำตอบ ประเทศกำลังพัฒนาเสี่ยงถูกทิ้งห่างในยุคเอไอ | เดลินิวส์

ประเทศรายได้ต่ำและประเทศกำลังพัฒนากำลังเผชิญผลกระทบจากการดำเนินนโยบายของประเทศร่ำรวย ทั้งต้นทุนชำระหนี้ที่สูงขึ้น เงินเฟ้อที่เพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจ และความเสี่ยงที่จะยิ่งตามหลังประเทศพัฒนาแล้ว ท่ามกลางกระแสการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่อาจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประเทศเหล่านี้ได้รับจากการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และกลุ่มธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ครั้งล่าสุด ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ คือคำแนะนำ “ที่คุ้นเคย” ได้แก่ การลดการขาดดุลงบประมาณ และเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน

นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ ซึ่งเป็นผู้นำคนแรกขององค์กรจากประเทศกำลังพัฒนาอย่างบัลแกเรีย กล่าวว่า ประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้ากลับเป็นกลุ่มที่มีปัญหาความไม่สมดุลทางงบประมาณรุนแรงที่สุด พร้อมชี้ว่า ระดับหนี้ของประเทศกำลังพัฒนาลดลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้นในประเทศอื่นกลับทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของพวกเขาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

กอร์เกียววาระบุว่า ภาระชำระหนี้เฉลี่ยของประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน มาอยู่ที่ 14% ของรายได้รัฐบาล ส่งผลให้ทรัพยากรที่ควรนำไปใช้กับการศึกษา สาธารณสุข และบริการสาธารณะที่จำเป็น ถูกเบียดบังไปชำระหนี้มากขึ้น

กอร์เกียววากล่าวว่า ยังมีประเด็นสำคัญจำนวนมากที่ไม่มีคำตอบ โดยเฉพาะผลกระทบจากเอไอ พร้อมเตือนว่า โลกกำลังเผชิญคำถามมากกว่าคำตอบ และประชาชนไม่ควรหลงเชื่อผู้ที่อ้างว่าตนเองมีคำตอบครบถ้วน เพราะอาจเป็นการชักจูงให้เข้าใจผิด

นายจอช ลิปสกี รองประธานฝ่ายเศรษฐกิจระหว่างประเทศของสถาบันคลังสมองแอตแลนติก เคาน์ซิล มองว่า การประชุมครั้งนี้พลาดโอกาสสำคัญในการกำหนดแนวทางรับมือหรือมาตรการช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าเองก็ยังจัดการปัญหาภายในไม่ได้ และเสี่ยงเผชิญกับวิกฤติการคลัง ขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองในหลายประเทศ ทำให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาถูกลดความสำคัญลง

ด้านนายเมาริซิโอ การ์เดนัส อดีตรัฐมนตรีคลังโคลอมเบีย ซึ่งปัจจุบันเป็นนักวิชาการวิจัยของคณะกิจการระหว่างประเทศและสาธารณะ ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในนครนิวยอร์กของสหรัฐ กล่าวว่า ผู้กำหนดนโยบายจำนวนมากรู้สึกกังวลว่าอาจเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น แต่ยังไม่มีแผนชัดเจนสำหรับรับมือกับอนาคต

การ์เดนัสเห็นว่า ไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์ยังเตรียมพร้อมไม่เพียงพอสำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ แม้ทั้งสององค์กรตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นและเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอเข้าร่วม แต่ยังขาดคำแนะนำที่เป็นรูปธรรมสำหรับประเทศต่าง ๆ ซึ่งไม่อาจคาดการณ์ได้อย่างชัดเจนว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปในทิศทางใด

นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสององค์กร นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากสงครามในยูเครนเมื่อปี 2565 ยังเป็นอุปสรรคต่อความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยในการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายของไอเอ็มเอฟที่กรุงเทพฯ ผู้แทนเกือบครึ่งหนึ่งเดินออกจากห้องประชุมระหว่างที่นายอันโทน ซิลูอานอฟ รมว.คลังของรัสเซีย กำลังกล่าวถ้อยแถลง

ขณะเดียวกัน เหตุโจมตีสนามบินกรุงริยาดของกลุ่มฮูตี ทำให้การเดินทางมายังประเทศไทยของนายโมฮัมเหม็ด อัล-จาดาน รมว.คลังซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการดังกล่าวล่าช้า โดยต้องเดินทางทางบกไปยังกาตาร์เพื่อขึ้นเครื่องบิน

ศ.เคต พิกเกตต์ จากมหาวิทยาลัยยอร์กในสหราชอาณาจักร เรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายมุ่งสร้างการเติบโตที่ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม แทนการผลักดันให้ประเทศกำลังพัฒนาดำเนินการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างเข้มงวด โดยเตือนว่า ความเหลื่อมล้ำและความยากจนที่รุนแรงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนทางเศรษฐกิจในระยะยาว และเศรษฐกิจที่ดูยืดหยุ่นอาจเป็นเช่นนั้น เฉพาะสำหรับคนร่ำรวยและผู้มีอภิสิทธิ์เท่านั้น

นายอายฮาน โคเซ รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกสามารถรับมือกับแรงกระแทกด้านพลังงานครั้งใหญ่จากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านได้ดีกว่าที่คาด จนหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกได้ แต่แนวโน้มการเติบโตของทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนายังคงแย่ลงเมื่อเทียบกับก่อนเกิดวิกฤติ

โคเซกล่าวว่า เศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้วครึ่งหนึ่งมีอัตราการเติบโตลดลงแล้ว ส่วนประเทศกำลังพัฒนามีการเติบโตชะลอตัวจาก 4.4% เหลือประมาณ 3.6% พร้อมเตือนว่า ความสามารถในการฟื้นตัวในวันนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะรับมือกับวิกฤติครั้งต่อไปได้ เพราะโลกเผชิญแรงกระแทกใหม่แทบทุกสามถึงหกเดือน

แม้ยังไม่มีการประกาศมาตรการใหม่อย่างเป็นรูปธรรม แต่เวิลด์แบงก์ยืนยันว่า จะช่วยประเทศกำลังพัฒนาเตรียมรับมือความก้าวหน้าของเอไอ รวมถึงระดมเงินทุนจากภาคเอกชน ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าของระดับในปี 2565 อย่างไรก็ตาม องค์กรยังต้องรับมือกับความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการที่ลดลง และความยากลำบากในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศกำลังพัฒนา.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6284701/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uHhTN-1Xn1-i1vntgHh_0