สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่า ผู้สันทัดกรณีด้านการพัฒนาระดับสูง 3 คน กล่าวว่า การรีเซตการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุน มีเป้าหมายเพื่อป้องกันภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว สำหรับประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางระดับล่าง โดยการประสานความพยายามของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เจ้าหนี้ทางการระดับทวิภาคี และผู้ให้กู้ภาคเอกชน
ผู้เขียนแผนโครงการริเริ่มระบุในเอกสารว่า โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะอัดฉีดเงินทุนที่เข้าถึงได้ เข้าสู่ประเทศที่มีระดับหนี้สินสูง และหยุดยั้งประเทศเหล่านั้นไม่ให้ใช้เงินกู้พหุภาคีดอกเบี้ยต่ำ เพื่อชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ระดับทวิภาคี เช่น จีน
“ประเทศกำลังพัฒนาประสบปัญหาภาระดอกเบี้ยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเบียดบังการลงทุนที่จำเป็น และหากไม่ดำเนินการอย่างเร่งด่วน สถานการณ์ดังกล่าวจะเลวร้ายลง เนื่องจากหนี้สินการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศในราคาต่ำช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 กำลังจะครบกำหนดชำระ ในขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมพุ่งสูงขึ้น” ผู้เขียนระบุเสริม
นอกจากนี้ ข้อเสนอยังเรียกร้องให้ไอเอ็มเอฟ จัดทำโครงการเฉพาะเพื่ออัดฉีดเงินทุนระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ เข้าสู่ประเทศที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว โดยประสานงานกับการให้กู้และการค้ำประกันของเวิลด์แบงก์ เพิ่มเติมจากเงินกู้ปกติ
อนึ่ง ข้อเสนอข้างต้นมีขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนการประชุมประจำปีของไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก ที่กรุงเทพมหานคร ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีการหารือเกี่ยวกับความท้าทายมากมายที่ประเทศกำลังพัฒนาเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ปรากฏการณ์สภาพอากาศซูเปอร์เอลนีโญ ราคาพลังงานที่สูง ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการที่ลดลงอย่างมาก และต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6256323/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RCfVy-8YknjnYtOSIl4qq

