สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่านางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวก่อนการประชุมประจำปีของไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ที่กรุงเทพฯ ในสัปดาห์หน้า ว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงกระทบ 2 ด้าน ทั้งภาวะช็อกจากอุปทานพลังงานในเชิงลบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และแรงกระตุ้นด้านอุปสงค์ จากการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งกำลังเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ผลกระทบดังกล่าวแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และการขยายตัวของเอไอยังไม่ครอบคลุมหลายประเทศ โดยคาดการณ์เศรษฐกิจฉบับใหม่ของไอเอ็มเอฟจะสะท้อนการปรับลดประมาณการเติบโตครั้งใหญ่ ในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม เช่น ยูเครน และประเทศในอ่าวเปอร์เซีย
ราคาน้ำมันยังอยู่ที่ระดับราว 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 3,366.95 บาท) ขณะที่กำลังการกลั่นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มต้นทุนผลิตภัณฑ์สำคัญ เช่น น้ำมันดีเซล อีกทั้งฤดูหนาวอาจทำให้ความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงต่อการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ ราคาพลังงานที่สูงขึ้นกำลังผลักดันเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของสหรัฐ เยอรมนี และญี่ปุ่น อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 2552 และ 2539 ตามลำดับ
นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟเตือนว่า หนี้สาธารณะทั่วโลกอยู่ในระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกิน 100% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ก่อนปี 2573 โดยประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะสหรัฐ เป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้สูงที่สุด
ไอเอ็มเอฟเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำแผนลดการขาดดุลงบประมาณในระยะกลางอย่างน่าเชื่อถือ พร้อมระบุว่า หลายประเทศควรใช้นโยบายการเงินที่มีแนวโน้มเข้มงวดอย่างระมัดระวัง เพื่อรับมือแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากเอไอ ราคาพลังงานและอาหาร ภาษีศุลกากร การใช้จ่ายด้านกลาโหม และต้นทุนชำระหนี้ที่สูงขึ้น
สำหรับความเสี่ยงจากเอไอ กอร์เกียวากล่าวว่า การลงทุนในภาคเอไออาจมีสัดส่วนต่อจีดีพีสูงกว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในอดีต พร้อมเตือนว่า หากตลาดผิดหวังต่อผลประกอบการของบริษัทเอไอ อาจลุกลามเป็นแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม เอไออาจช่วยเพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกได้อีก 0.5 จุดต่อปี หากมีการพัฒนาและใช้งานอย่างเหมาะสม โดยรัฐบาลควรวางหลักเกณฑ์กำกับดูแลเพื่อรับมือความเสี่ยง ทั้งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และความเสี่ยงที่เอไอขั้นสูงอาจหลุดพ้นจากการควบคุมของมนุษย์.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6256023/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pODxtG0oNwQEBWYV0plOo

