โดยกลุ่มประมงบ้านคลองเทียนที่มีราว 40 ลำ ที่ใช้ปลาหมอคางดำเป็นเหยื่อล่อปู เรือหนึ่งลำจะใช้ลอบ 700–800 ลูก ก็จะใช้ปลาหมอคางดำ 20-30 กิโลกรัมต่อวัน คาดว่าในหนึ่งสัปดาห์กลุ่มมีความต้องการใช้ปลาหมอคางดำมากถึง 8 ตันทีเดียว ซึ่งยังไม่รวมถึงเรือประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ที่ต้องการใช้ปลาหมอคางดำเป็นเหยื่อจำนวนมากด้วยเช่นกัน

ในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ “สนิท แดงพยนต์” ประธานกลุ่มเกษตรกรทำประมงพัฒนาเกษตรพอเพียง 49 จ.สมุทรสาคร มองว่า การนำปลาหมอคางดำมาเป็น “เหยื่อสด” เลี้ยงปลากะพง นอกจากจะช่วยลดต้นทุนอาหารแล้ว ยังมีผลต่อความอร่อยของเนื้อปลาอีกด้วย ซึ่งทุกวันนี้มีความต้องการใช้ปลาหมอคางดำวันละไม่ต่ำกว่า 5 ตัน ต่อพื้นที่บ่อ 200 ไร่ ซึ่งขณะนี้ ปัญหาอยู่ที่ วัตถุดิบปลาหมอคางดำยังไม่สม่ำเสมอ และไม่สามารถหาได้ตามความต้องการ

ส่วนในภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ “ปรีชา ศิริแสงอารำพี” ผู้บริหารโรงงานปลาป่น “ศิริแสงอารำพี” ย่านมหาชัย ยืนยันว่า โรงงานยังมีความต้องการรับซื้อปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปทำปลาป่น ซึ่งโรงงานสามารถกำจัดปลาหมอคางดำได้สูงสุดถึง 1.5 แสนกิโลกรัมต่อวัน โดยในปีนี้ตั้งเป้าจะรับซื้อให้ได้ 2 ล้านกิโลกรัม แต่โจทย์สำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ปลาจากพื้นที่ระบาดเข้าสู่โรงงานได้อย่างต่อเนื่อง #ปลาหมอคางดำ


จากทั้ง 3 ภาคส่วนจึงสะท้อนตรงกันว่า ปลาหมอคางดำ มีคนที่ต้องการนำใช้ประโยชน์จำนวนมาก แต่สิ่งที่ยังขาด คือระบบที่จะทำให้ปลาเหล่านั้นเดินทางจากแหล่งน้ำไปถึงผู้ใช้ได้อย่างสม่ำเสมอ
แต่คอขวดอยู่ที่ “พื้นที่ระบาด” เพราะพื้นที่ที่พบปลาหมอคางดำจำนวนมาก ส่วนใหญ่อยู่ตามพื้นที่คูคลองแม่น้ำที่เป็นน้ำกร่อย ซึ่งไม่ใช่พื้นที่ที่เข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งชาวประมงก็ไม่มีแรงจูงใจมากพอที่จะจับ เพราะต้นทุนการออกเรืออาจไม่คุ้มกับปริมาณปลาที่ได้ อีกทั้งยังมีข้อจำกัดทั้งเครื่องมือ แรงงาน ต้นทุนเชื้อเพลิง และราคาที่ได้รับ
เมื่อปลาที่จับได้อยู่ไกลจากจุดรับซื้อหรือโรงงาน ต้นทุนขนส่งก็เพิ่มขึ้น และทำให้แรงจูงใจในการจับลดลง นี่จึงกลายเป็น “คอขวด” สำคัญของการใช้ประโยชน์ เพราะต่อให้ปลามีคนต้องการ แต่หากคนจับอยู่คนละพื้นที่กับคนใช้ และไม่มีระบบขนส่งที่คุ้มค่า กลไกตลาดก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ประเด็นนี้ทำให้บทบาทของภาครัฐอาจต้องขยับจากการเป็นผู้ควบคุมหรือใช้งบประมาณเพื่อรับซื้อและการกำจัด มาเป็น “ผู้เชื่อมต่อ” ระหว่างผู้จับ ผู้รับซื้อ ผู้แปรรูป และผู้ใช้ประโยชน์
สิ่งที่ต้องคิดต่อมีตั้งแต่การสร้างแรงจูงใจในการจับ การสนับสนุนระบบรวบรวมและขนส่งจากพื้นที่น้ำกร่อย การเพิ่มจุดรับซื้อในพื้นที่ระบาด ไปจนถึงการสนับสนุนเครื่องมือที่เหมาะสม


#ปลาหมอมายัน #ปลาหมอบัตเตอร์ #ปลาต่างถิ่น #สัตว์แปลก #สัตว์ต่างถิ่นรุกราน #ExoticPetsThailand #เอเลี่ยนสปีชีส์ #สัตว์ต่างถิ่นรุกราน #กรมประมง #สิ่งแวดล้อม #อนุรักษ์ธรรมชาติ #พื้นที่ระบาด #ลงแขกลงคลอง #สมดุลระบบนิเวศ #วิถีชุมชน #นวัตกรรมชุมชน #ระบบนิเวศไทย
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1712011&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BF4EmkCrt1iG47M-ZdMjF

