• Wed. Sep 30th, 2026

ธปท.ระบุเศรษฐกิจไทย ส.ค.69 ยังทรงตัว แนวโน้มระยะต่อไปฟื้นตัว แต่ยังไม่ทั่วถึง : อินโฟเควสท์

ธปทระบุเศรษฐกิจไทย-สค.69-ยังทรงตัว-แนวโน้มระยะต่อไปฟื้นตัว-แต่ยังไม่ทั่วถึง-:-อินโฟเควสท์ธปท.ระบุเศรษฐกิจไทย ส.ค.69 ยังทรงตัว แนวโน้มระยะต่อไปฟื้นตัว แต่ยังไม่ทั่วถึง : อินโฟเควสท์

น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนส.ค.69 ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยอุปสงค์ต่างประเทศทรงตัวตามการส่งออกสินค้า แม้โดยรวมยังอยู่ในระดับสูงตามแรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ของโลก ประกอบกับรายรับภาคท่องเที่ยวทรงตัวจากเดือนก่อน

อย่างไรก็ดี อุปสงค์ในประเทศปรับเพิ่มขึ้นจากการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากหมวดบริการและสินค้าคงทน สำหรับด้านอุปทาน ปรับลดลงจากทั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรมและกิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิต ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวต่อเนื่อง ตามการเบิกจ่ายของทั้งรัฐบาลกลาง และรัฐวิสาหกิจ

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามราคาอาหารสดที่ปรับเพิ่มขึ้นจากผลผลิตที่ลดลง เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนและต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ประกอบกับราคาน้ามันขายปลีกในประเทศปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นตามการทยอยส่งผ่านต้นทุน โดยเฉพาะหมวดอาหารสาเร็จรูป

  • เศรษฐกิจด้านอุปสงค์

–การบริโภคภาคเอกชน เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน ตามการใช้จ่ายในหมวดบริการ โดยเฉพาะโรงแรมและร้านอาหาร สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยชะลอลงหลังเร่งไปในเดือนก่อนที่มีวันหยุดยาวพิเศษ

การใช้จ่ายในหมวดสินค้ากึ่งคงทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามปริมาณการนำเข้าสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม ด้านการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากทั้งยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ อย่างไรก็ดี หมวดสินค้าไม่คงทนทรงตัว โดยยอดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งจากที่ได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และการใช้ไฟฟ้าปรับลดลง

ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้นต่อเนื่อง จากมาตรการภาครัฐเป็นสำคัญ แม้ยังมีความกังวลต่อค่าครองชีพ และภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง

–การลงทุนภาคเอกชน เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศ โดยเฉพาะเครื่องจักรและเครื่องมือไฟฟ้า และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ประกอบกับการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้นจากหมวดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงาน

นอกจากนี้ การลงทุนในหมวดยานพาหนะเพิ่มขึ้น ตามยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่ง และการนำเข้าเครื่องบิน ขณะที่ยอดจด
ทะเบียนรถกระบะลดลง อย่างไรก็ตาม การลงทุนหมวดก่อสร้างลดลงเล็กน้อย จากหมวดที่มิใช่ที่อยู่อาศัยในกลุ่มโรงงานในพื้นที่นิคมฯ และอาคารเพื่อการพาณิชย์ ขณะที่การก่อสร้างที่อยู่อาศัยทรงตัว

–จำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ส่วนหนึ่งจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน ประกอบกับนักท่องเที่ยวอินเดียปรับเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่กลุ่มตลาดระยะไกลทรงตัว หลังเร่งไปในเดือนก่อน

สำหรับรายรับภาคท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลทรงตัวจากเดือนก่อน โดยค่าใช้จ่ายต่อทริปลดลงจากจำนวนวันพักที่สั้นลง โดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) ตามจำนวนเที่ยวบินที่เริ่มกลับมาปกติมากขึ้น โดยในเดือน ส.ค. 69 จำนวนเที่ยวบินระยะไกลกลับมาฟื้นตัวได้เกือบเท่าช่วงก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง

–การส่งออกสินค้า มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลทรงตัวจากเดือนก่อน โดยหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าปรับลดลง แต่ยังอยู่ในระดับสูง ตามแรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของโลก โดยการส่งออกชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ไปสหรัฐฯ จีน และมาเลเซีย รวมทั้งแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนไปฮ่องกงปรับลดลง อย่างไรก็ดี การส่งออกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลชนิดโซลิดสเตต (SSD) ไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ หมวดยานยนต์ปรับลดลงตามการส่งออกรถยนต์นั่งไปอาเซียน ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ไปอาเซียน สำหรับการส่งออกปิโตรเลียม ปรับเพิ่มขึ้นตามการส่งออกน้ำมันดีเซลไปสิงคโปร์ และมาเลเซีย ประกอบกับหมวดสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามการส่งออกน้ำตาลไปอินโดนีเซีย

–การนำเข้าสินค้า มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากหมวดเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ และตะวันออกกลาง นอกจากนี้ หมวดสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบิน เพิ่มขึ้นตามการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์จากอาเซียน และสหราชอาณาจักรเป็นสำคัญ ประกอบกับหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มขึ้นตามการนำเข้าโทรศัพท์มือถือจากจีน

อย่างไรก็ตาม การนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางลดลง ตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวัน
สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าในหมวดนี้ที่ปรับลดลง

–การใช้จ่ายภาครัฐ การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากระยะเดียวกันในปีก่อน จากทั้งรายจ่ายของรัฐบาลกลาง และรัฐวิสาหกิจ โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลาง ขยายตัวตามการเบิกจ่ายค่าจัดการเรียนการสอนของหน่วยงานด้านการศึกษา และรายจ่ายอุดหนุน และค่าจัดบริการด้านสาธารณสุข

นอกจากนี้ รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง ขยายตัวตามการเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค สำหรับรายจ่ายลงทุนรัฐวิสาหกิจ ขยายตัวตามการเบิกจ่ายลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค และ
คมนาคมเป็นสำคัญ

  • เศรษฐกิจด้านอุปทาน

–การผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน จากการผลิตอุปกรณ์ในการรับส่งสัญญาณแบบออปติคอลที่ชะลอลง หลังเร่งไปในช่วงก่อน ประกอบกับการผลิตในหมวดฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และคอมพิวเตอร์ รวมถึงหมวดยานยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์นั่งปรับลดลง สอดคล้องกับการส่งออกที่ลดลง

อย่างไรก็ดี การผลิตหมวดปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น ตามการสะสมสินค้าคงคลังของผู้ประกอบการ ขณะที่การผลิตในหมวดเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้นตามการผลิตปุ๋ยเคมีและสี จากอุปสงค์ในประเทศที่ปรับดีขึ้น

–ภาคบริการ เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำและขจัดปัจจัยฤดูกาล ลดลงจากเดือนก่อน ตามกิจกรรมในภาคการค้าและการขนส่งสินค้า สอดคล้องกับภาคการผลิต การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการขายส่งเชื้อเพลิงที่ลดลง อย่างไรก็ดี
กิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวปรับดีขึ้น ทั้งธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ

–รายได้เกษตรกร รายได้เกษตรกรขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน จากราคาสินค้าเกษตรที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นสำคัญ โดยเฉพาะราคายางพารา ข้าวขาว มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน ตามความต้องการสะสมสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นจากความกังวลต่อ
สถานการณ์เอลนีโญ ประกอบกับผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัว จากทุเรียนจากผลของฐานต่ำในปีก่อน และการขยายพื้นที่
เพาะปลูก รวมถึงปศุสัตว์โดยเฉพาะสุกร และไก่ ที่ขยายตัวตามการเพิ่มจำนวนแม่พันธุ์ในช่วงก่อนหน้า

  • ภาวะการเงินและเสถียรภาพ

–ภาวะการเงิน การระดมทุนของภาคธุรกิจโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเป็นสำคัญ โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิในเดือน ส.ค. 69 เพิ่มขึ้นจากธุรกิจการค้า และธุรกิจในสาขาการผลิตโลหะ รวมถึงการผลิตยางและพลาสติก ประกอบกับการระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากธุรกิจในสาขาการผลิต และแปรรูปอาหาร และเคมีภัณฑ์ ขณะที่การระดมทุนผ่านตราสารหนี้ปรับลดลง จากธุรกิจกลุ่มพลังงานและอาหาร

สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ในเดือน ก.ย. 69 (ข้อมูลถึง 24 ก.ย.69) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวปรับเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ได้รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลก อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งหลังของเดือน ก.ย. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยเคลื่อนไหวผันผวน โดยปรับลดลงในบางช่วงตามแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศ และราคาน้ำมันที่ปรับลดลง

–อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน ส.ค. และ ก.ย. 69 เคลื่อนไหวตามปัจจัยต่างประเทศเป็นสำคัญ โดยในเดือนส.ค. 69 เงินบาทแข็งค่าตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ชะลอลง ทำให้ตลาดลดการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

ขณะที่ในเดือน ก.ย. 69 (ข้อมูลถึง 24 ก.ย. 69) เงินบาทกลับมาเฉลี่ยอ่อนค่า ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลัง Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และมีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดมากขึ้น ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง และราคาน้ำมันโลกปรับเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุอีกครั้ง

ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เดือน ส.ค. 69 ทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน ขณะที่เดือน ก.ย. 69 เฉลี่ยอ่อนค่าลงตามราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูงขึ้น

  • เสถียรภาพเศรษฐกิจ

–อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากทุกหมวดสำคัญ โดยหมวดอาหารสดเพิ่มขึ้นจากราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่ตามผลผลิตที่ลดลง เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน และต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่หมวดพลังงานเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับเพิ่มขึ้น ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียด ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เพิ่มขึ้นตามการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในหมวดอาหารสำเร็จรูป

–ภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานโดยรวมทรงตัว สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ใกล้เคียงกับเดือนก่อน อย่างไรก็ดี ตลาดแรงงานยังมีความเปราะบาง สะท้อนจากจำนวนผู้ขอรับสิทธิว่างงานตามมาตรา 38 ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ ต้องติดตามตลาดแรงงานอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในกลุ่มที่เผชิญการแข่งขันรุนแรง

–ดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากดุลบริการ รายได้ และเงินโอน ตามดุลรายได้ที่กลับมาเกินดุลหลังผ่านช่วงการส่งกลับกำไรและเงินปันผล ขณะที่ดุลการค้าเกินดุลใกล้เคียงเดือนก่อน โดยมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามการส่งออกทองคำ ขณะที่มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการนำเข้าน้ำมันดิบ

  • แนวโน้มเศรษฐกิจไทยระยะต่อไป

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปนั้น โฆษก ธปท. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่ยังไม่ทั่วถึง โดยแรงส่งสำคัญมาจากการส่งออกสินค้า และการลงทุนภาคเอกชนที่ได้รับผลบวกจากวัฎจักรอิเล็กทรอนิกส์ และปัญญาประดิษฐ์ของโลก ขณะที่การบริโภคของครัวเรือน มีแรงสนับสนุนจากมาตรการรัฐ และแนวโน้มรายได้แรงงานที่ปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว และราคาสินค้าเกษตร

ทั้งนี้ ในระยะต่อไปมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่

  1. ความต่อเนื่องของวัฎจักรเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์โลก
  2. พัฒนาการของสงคราม และนโยบายกีดกันการค้าระหว่างประเทศ
  3. ผลของมาตรการรัฐต่อการบริโภค และการลงทุน
  4. ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม และเอลนีโญ
  5. การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว

โดย ธปฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/656950&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gOEXSO6W5xCoi6w0y0enI