
22 ก.ย.2569 ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ โพสตฺ์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suphajee Suthumpun ว่าในวันที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ทั้งมาตรการภาษี ความผันผวนของราคาพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร สิ่งสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้อาเซียนรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ไปด้วยกัน และยังสามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ได้ ขณะเดียวกัน ไทยก็ต้องใช้ความร่วมมือนี้เป็นโอกาสในการต่อยอดจุดแข็งของเรา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและผลักดันให้ไทยมีบทบาทโดดเด่นยิ่งขึ้นในภูมิภาคและตลาดโลกค่ะ
นี่จึงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 58 (58th ASEAN Economic Ministers’ Meeting: AEM) ที่ได้เข้าร่วมเมื่อวันที่ 19-20 กันยายนที่ผ่านมา ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีความคืบหน้าหลายเรื่องที่อยากนำมาเล่าให้ฟังค่ะ
เรื่องแรก คือความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไทยให้ความสำคัญมากและต้องการผลักดันค่ะ
– อาเซียนมีจุดแข็งที่หลากหลาย ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม เทคโนโลยี และพลังงาน ซึ่งไทยเรามีจุดแข็งด้านเกษตรและเกษตรแปรรูป หากเราสามารถนำจุดแข็งของแต่ละประเทศมาเสริมกันได้ ก็จะช่วยให้อาเซียนรับมือกับความเสี่ยงต่าง ๆ ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร และอาจทำให้เกิดความขาดแคลนและผันผวนทางราคาค่ะ
– ไทยจึงได้เสนอให้ผลักดันอาเซียนเป็นฐานผลิตอาหารและสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของโลก พร้อมหารือกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN Business Advisory Council: ASEAN-BAC) ถึงการเชื่อมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการผลิต เพื่อเสริมความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานอาหาร ให้ประเทศสมาชิกสามารถช่วยเหลือกันได้เมื่อเกิดวิกฤตค่ะ
เรื่องที่สอง คือการเตรียมความพร้อมให้อาเซียนเติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัลค่ะ
– หนึ่งในความคืบหน้าสำคัญคือ ความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) ซึ่งไทยได้รับหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการเจรจา และได้ทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกในการขับเคลื่อนการเจรจาและประสานจุดยืน จนสามารถสรุปผลการเจรจาได้เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา ความตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานให้อาเซียนสามารถเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างกันได้มากขึ้น และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ MSMEs สามารถขยายธุรกิจจากตลาดในประเทศที่มีประชากรราว 65 ล้านคน ไปสู่ตลาดอาเซียนที่มีผู้บริโภคกว่า 650 ล้านคนได้สะดวกขึ้นในอนาคตค่ะ
เรื่องที่สาม คือการขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้กับไทยและอาเซียนค่ะ
– ในการประชุมครั้งนี้ ไทยได้ร่วมลงนามพิธีสารฉบับที่ 1 เพื่อแก้ไขความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง (First Protocol to Amend the ASEAN-Hong Kong, China Investment Agreement: AHKIA) ซึ่งไทยเป็นผู้ประสานงานหลักในการเจรจาจนสำเร็จเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
– พิธีสารฉบับนี้จะช่วยขยายขอบเขตการเปิดตลาดการลงทุนระหว่างกัน และเมื่อมีผลใช้บังคับ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ไทยดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายการลงทุนไปยังฮ่องกงได้มากขึ้นค่ะ
นอกจากนี้ ยังได้หารือร่วมกับคู่เจรจาสำคัญของอาเซียน ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่น ๆ เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมถึงติดตามความคืบหน้าการยกระดับความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement: ATIGA) และการเจรจาการค้ากับอินเดียและแคนาดา เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคค่ะ
ในปีนี้ อาเซียนมีผลการดำเนินงานสำคัญกว่า 30 เรื่อง ทั้งความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัล และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะการจัดทำกรอบยุทธศาสตร์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) เพื่อส่งเสริมและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้เข้ามายังภูมิภาค ซึ่งคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) จะนำผลการดำเนินงานดังกล่าวเสนอในการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) เดือนพฤศจิกายนนี้ค่ะ
สำหรับประเทศไทย สิ่งที่ให้ความสำคัญคือการทำให้ความร่วมมือเหล่านี้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติ ทั้งการสร้างความมั่นคงทางอาหาร การเปิดตลาดใหม่ การดึงดูดการลงทุน และการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของภูมิภาค
ในวันที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือระหว่างประเทศในอาเซียนจึงยิ่งมีความสำคัญค่ะ เพราะหากเราสามารถนำจุดแข็งของแต่ละประเทศมาเสริมกันได้ ก็จะช่วยให้ทั้งไทยและอาเซียนรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ได้ดีขึ้น พร้อมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางเศรษฐกิจไปด้วยกันค่ะ.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/1073724/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0u1O2NU-LSh-uLmts7niu0


