• Sat. Sep 5th, 2026

ITD ชี้ 4 โจทย์เศรษฐกิจไทย เร่งเชื่อมโลกสู่ความยั่งยืน

itd-ชี้-4-โจทย์เศรษฐกิจไทย-เร่งเชื่อมโลกสู่ความยั่งยืนITD ชี้ 4 โจทย์เศรษฐกิจไทย เร่งเชื่อมโลกสู่ความยั่งยืน

นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD เปิดเผยภายหลังการจัดงาน ITD Research Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “Connectivity X Sustainability” ว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยประจำปี 2569 จำนวน 4 เรื่อง ซึ่งมุ่งนำองค์ความรู้และข้อเสนอเชิงนโยบายไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดทิศทาง ขับเคลื่อน และแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้ง 4 งานวิจัย ประกอบด้วย 1. การบูรณาการระบบรางของไทยสู่ระบบโลจิสติกส์เอเชียเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค 2. การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรไทยเพื่อรองรับแนวโน้มการบริโภคอย่างยั่งยืนในตลาดโลกผ่านระบบ Traceability 3. แนวทางการปรับตัวของไทยและอาเซียนในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัลและสีเขียว โดยเฉพาะการจัดตั้ง Sustainable Data Center และ 4. การใช้ประโยชน์ความตกลงระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ของไทย

นายสุภกิจ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geopolitics) กฎระเบียบการค้ายุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลให้ไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก

ดังนั้น ITD จึงศึกษาวิจัยทั้ง 4 โครงการ เพื่อผลักดันให้ไทยสามารถเปลี่ยนความได้เปรียบที่มีอยู่ให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงองค์ประกอบต่างๆ ของระบบเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์อย่างทั่วถึงและยั่งยืน และเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียง “ผู้ขาย” ไปสู่การเป็น “Trusted Partner” หรือพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ ซึ่งสามารถร่วมสร้างและเพิ่มมูลค่ากับคู่ค้า

Data Center โตตาม AI ไทยต้องเร่งวางมาตรฐานสีเขียว

นายวิมล ปั้นคง รองผู้อำนวยการ (วิชาการ) ITD กล่าวว่า ผลงานวิจัยทั้ง 4 เรื่องสะท้อนโจทย์สำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวให้สอดรับกับบริบทการค้าและเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนา Data Center ระบบ Traceability การใช้ประโยชน์จาก FTA ไปจนถึงการยกระดับ SMEs และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระเบียงเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว

นายวิมล ปั้นคง รองผู้อำนวยการ (วิชาการ) ITD

สำหรับผลการศึกษาเรื่อง “แนวทางการจัดตั้งและพัฒนา Sustainable Data Center ในไทยและอาเซียน” พบว่า Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยการขยายตัวของ AI และบริการดิจิทัลทำให้ความต้องการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจาก IEA ระบุว่า กำลังติดตั้ง Data Center ทั่วโลกอยู่ที่ 114 กิกะวัตต์ในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 226 กิกะวัตต์ในปี 2573 และ 277 กิกะวัตต์ในปี 2578 ขณะเดียวกัน Data Center ใช้พลังงานและทรัพยากรในระดับสูง ทำให้แนวคิด Sustainable Data Center กลายเป็นแนวทางสำคัญในการรองรับการลงทุน Data Center ที่ขยายตัวในอาเซียนและไทย

โดยไทยต้องพิจารณาความยั่งยืนในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการดึงดูดการลงทุน แต่ต้องคำนึงถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการไทย การจ้างงาน การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการกำกับดูแลที่โปร่งใส พร้อมเร่งยกระดับข้อกำหนดด้านความยั่งยืน และพัฒนาฐานข้อมูล Data Center ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้

Traceability ปิดจุดอ่อนสินค้าเกษตรไทย

ขณะที่ผลการศึกษาเรื่อง “Traceability ยกระดับสินค้าเกษตรไทยอย่างยั่งยืน” พบว่า ตลาดโลกให้ความสำคัญกับความปลอดภัย คุณภาพ ความโปร่งใส และความยั่งยืนมากขึ้น ส่งผลให้หลายประเทศนำระบบตรวจสอบย้อนกลับมาเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าสู่ตลาดสินค้าเกษตร ซึ่งนอกจากช่วยสร้างความน่าเชื่อถือแล้ว ยังช่วยป้องกันการปลอมแปลงสินค้า

อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีข้อจำกัดจากระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ดำเนินการแบบแยกส่วน ข้อมูลระหว่างหน่วยงานยังไม่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนกันได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกรณีศึกษาทุเรียนที่ยังพบปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูลกลับไปยังแหล่งผลิต เนื่องจากมีการรวบรวมและคัดแยกผลผลิตจากหลายแปลง รวมถึงข้อจำกัดด้านเอกสารรับรองและทักษะดิจิทัล

โดยอยากเสนอให้ไทยพัฒนามาตรฐานข้อมูลกลาง บูรณาการฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน พร้อมจัดทำกรอบกฎหมายและกลไกกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก

เชื่อมราง-ถนน-ท่าเรือ ดันไทยเป็นฮับโลจิสติกส์

ส่วนงานวิจัย “การบูรณาการระบบรางของไทยสู่ระบบโลจิสติกส์เอเชียเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค” ชี้ว่า ไทยมีความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์จากการเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอาเซียน จีน อินเดีย และเอเชียใต้ แต่ข้อได้เปรียบดังกล่าวจะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพก็ต่อเมื่อไทยสามารถเชื่อมโยงระบบขนส่งทั้งทางราง ถนน และท่าเรือ รวมถึงระบบศุลกากรและกฎระเบียบข้ามพรมแดนให้เกิดความต่อเนื่อง

ประเทศไทยจึงควรพัฒนาระบบรางควบคู่กับการลดต้นทุนขนส่ง และขับเคลื่อนระบบนิเวศโลจิสติกส์แบบบูรณาการ พร้อมส่งเสริมการเติบโตอย่างมีส่วนร่วม เพื่อกระจายรายได้จากการค้าและการลงทุนลงสู่ท้องถิ่นที่มีเส้นทางรถไฟพาดผ่าน

ดัน SMEs ใช้ FTA ขยับจากผู้ผลิตสู่เจ้าของมูลค่าเพิ่ม

ด้านงานวิจัยเรื่อง “การใช้ประโยชน์ความตกลงระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษของไทย” พบว่า ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ยังมีข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ทั้งในเรื่องกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าและมาตรฐานของประเทศคู่ค้า ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมากยังอยู่ในกระบวนการกลางน้ำ ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มได้ไม่สูง

งานวิจัยเสนอให้ไทยปรับจากการเป็นฐานการผลิตหรือการประกอบ ไปสู่การเป็นเจ้าของมูลค่าเพิ่มในกิจกรรมต้นน้ำ เช่น การวิจัยและพัฒนา (R&D) และการออกแบบ รวมถึงกิจกรรมปลายน้ำ เช่น การสร้างแบรนด์และการตลาด

นอกจากนี้ ควรมีเครื่องมือเชิงพื้นที่ เช่น “FTA Clinic” เพื่อให้คำปรึกษาผู้ประกอบการ และส่งเสริมการจับคู่พันธมิตรระหว่างธุรกิจรายใหญ่กับ SMEs เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาคและตลาดโลก

งาน ITD Research Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “Connectivity X Sustainability”

4 งานวิจัยชี้ไทยต้อง “เชื่อมให้เป็น” เปลี่ยนศักยภาพเป็นมูลค่า

นายวิมล กล่าวว่า เมื่อพิจารณาผลงานวิจัยทั้ง 4 เรื่องร่วมกัน จะเห็นได้ว่าประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างการเชื่อมโยงในหลายมิติ ทั้งพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล ผู้ประกอบการ และกติกาการค้า เพื่อเปลี่ยนศักยภาพที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

โดยเฉพาะการเปลี่ยนข้อได้เปรียบด้านที่ตั้งของประเทศให้กลายเป็นข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจ ผ่านการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ ข้อมูล และเครือข่ายโลจิสติกส์ทั้งทางกายภาพและดิจิทัล ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในบริบทโลกยุคใหม่

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/668201&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0C-1c_LB9GwwpX2Rsq-ufp