รอยเตอร์สและอัลจาซีร่า รายงานว่านายโมห์เซน เรซาอี หัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ได้กล่าวทางสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านเมื่อวานนี้ (เสาร์ที่ 22 สค.) เตือนประเทศต่างๆทั่วโลกไม่ให้เข้าร่วมสงครามเศรษฐกิจของสหรัฐ พร้อมขู่ว่า “ประเทศใดก็ตามที่เข้าร่วมในมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน จะถูกมองว่าเป็นศัตรู” และอิหร่านพร้อมที่จะโจมตีผลประโยชน์ของประเทศเหล่่านั้น
เรซาอี ยืนยันด้วยว่าอิหร่านยังมีไพ่ที่จะเล่นในสงครามนี้อีกมาก และว่าจนถึงขณะนี้
”อิหร่านยังไม่ได้โจมตีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของอเมริกาเลย มีแต่โจมตีฐานทัพสหรัฐเท่านั้น แต่ถ้าสหรัฐหวังที่จะคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหราน ก็ควรพึงตระหนักด้วยว่าสหรัฐมีบริษัทน้ำมันและธุรกิจต่างๆอยู่รอบๆอิหร่าน และอิหร่านก็จะโจมตีเป้าหมายเหล่านั้น” เรซาอีขู่ว่าเมื่อไรก็ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เริ่มดำเนินการ อิหร่านก็จะตอบโต้รุนแรงราวกับแผ่นดินไหว
คำเตือนของอิหร่านมีขึ้นหลังจากที่สหรัฐขู่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติศาสตร์กดดันอิหร่านเพื่อให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งเรียกร้องประเทศต่างๆร่วมโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนซึ่งเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์อันดับต้นๆของอิหร่าน แต่จีนตอบปฏิเสธชี้ว่าการคว่ำบาตรของสหรัฐไม่ช่วยแก้ความข้ดแย้งในตะวันออกกลาง
ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี หนึ่งในประเทศคู่ค้าสำคัญของอิหร่านได้ออกมาประกาศเมื่อวันอังคาร (18 สค.) ว่ายูเออีจะระงับการค้าและธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดกับอิหร่านจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม
ทั้งนี้ สก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐเตรียมที่จะเปิดแถลงข่าวในเวลา 1400 นาฬิกา ช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ (จันทร์ที่ 24 สค.) ตามเวลาท้องถิ่น คาดว่าจะเป็นการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ที่สุดต่ออิหร่าน
ด้านเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านออกมาเตือนผ่าน X ว่า การประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ของสหรัฐที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น เป็น “การอ้างสิทธิ์อธิปไตยเหนือดินแดนของรัฐอิสระ ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกของสหประชาชาติ” และว่า “มาตรการคว่ำบาตรขั้นที่สองเช่นนี้ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ” การกระทำของสหรัฐจึงถือเป็น ‘การประกาศสงคราม’ ต่อทุกประเทศ”

