กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญา เตรียมความพร้อมไทยสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต รับกระแสการลงทุนใน “สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้” ที่เติบโตทั่วโลก
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญา (IP Ecosystem) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศและผู้ประกอบการไทยท่ามกลางการแข่งขันในเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยมุ่งส่งเสริมให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลงานสร้างสรรค์ งานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี และธุรกิจของผู้ประกอบการไทย พร้อมผลักดันการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาสินทรัพย์ทางกายภาพไปสู่การสร้างมูลค่าจากองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา โดยรายงาน World Intangible Investment Highlights 2026 ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) ซึ่งจัดทำร่วมกับ Luiss Business School (LBS) ประเทศอิตาลี ได้รวบรวมข้อมูลการลงทุนของ 29 ประเทศในกลุ่มประเทศรายได้สูงและรายได้ปานกลาง ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันประมาณร้อยละ 57 ของ GDP โลก พบว่า ในปี 2568 มีการลงทุนใน “สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้” (Intangible Assets) มูลค่าทะลุ 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเติบโตเร็วกว่าการลงทุนใน “สินทรัพย์ที่จับต้องได้” (Tangible Assets) ถึง 3 เท่า โดยในช่วงปี 2563–2568 การลงทุนดังกล่าวเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.5 ต่อปี ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ที่จับต้องได้เติบโตร้อยละ 3.2 ต่อปี
นางอรมน กล่าวว่า สินทรัพย์ที่มีการลงทุนส่วนใหญ่ ได้แก่ ซอฟต์แวร์ (Software) ข้อมูล (Data) งานวิจัยและพัฒนา (R&D) แบรนด์ (Brand) ทุนด้านองค์กร (Organizational Capital) และสินทรัพย์ที่มีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นฐาน (IP-backed Assets) ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยในปี 2568 สหรัฐอเมริกามีการลงทุนในสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้มากที่สุด มูลค่าเกือบ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ญี่ปุ่นก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของโลก แซงหน้าเยอรมนี ส่วนประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ อาทิ อินเดีย ฟิลิปปินส์ และบราซิล ต่างมีการลงทุนในสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าเศรษฐกิจที่พึ่งพาสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้กำลังขยายตัวไปทั่วโลก ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว
ขณะเดียวกัน ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) กำลังเป็นตัวเร่งสำคัญที่เพิ่มมูลค่าให้กับสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ ทั้งในมิติของข้อมูล ซอฟต์แวร์ งานวิจัยและพัฒนา ตลอดจนทักษะและองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI ซึ่งรายงาน WIPO ชี้ให้เห็นว่า การเตรียมความพร้อมด้านทรัพย์สินทางปัญญา การบริหารจัดการสิทธิอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อนวัตกรรม เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ AI ในอนาคต
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า จากทิศทางดังกล่าว ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างกลไกที่ช่วยให้ทรัพย์สินทางปัญญาสามารถเปลี่ยนจากองค์ความรู้ ผลงานวิจัย เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ ไปสู่สินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง ซึ่งสอดรับกับนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจนวัตกรรมให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็ง
ปัจจุบันกรมฯ ได้เร่งขับเคลื่อนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการ นักวิจัย และนักสร้างสรรค์ ควบคู่กับการยกระดับบริการด้านการจดทะเบียนคุ้มครองสิทธิให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ รวมถึงสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เจ้าของผลงานสามารถวางแผนและบริหารสิทธิของตนเองได้อย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกัน กรมฯ มุ่งผลักดันให้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้นผ่านการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การต่อยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตลอดจนการส่งเสริมความรู้และกลไกด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาการวางรากฐานระบบ IP Finance ของประเทศ โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการ เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญานักประเมินมูลค่า สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุนและการระดมทุน
นอกจากนี้ กรมฯ ยังมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และการลงทุน ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานด้านการวิจัย ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนากฎหมายและงานบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้ทันสมัย รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการ นักลงทุน และเจ้าของสิทธิ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนและการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการ นักวิจัย และนักสร้างสรรค์ สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และวางรากฐานเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว นางอรมน กล่าวทิ้งท้าย
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1045837&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bUKk1PsilYiZ8kBW0Tdmk

