• Thu. Aug 13th, 2026

SET Index ทะลุ 1,600 จุด หุ้นไทยยังน่าลงทุนหรือไม่?  | ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

set-index-ทะลุ-1,600-จุด-หุ้นไทยยังน่าลงทุนหรือไม่? -|-ธนาคารทิสโก้-จำกัด-(มหาชน)SET Index ทะลุ 1,600 จุด หุ้นไทยยังน่าลงทุนหรือไม่?  | ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่นในปีนี้ โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 ดัชนี SET Index ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่รวมเงินปันผลแล้วสูงถึง 33% ซึ่งตลาดหุ้นไทยถูกขับเคลื่อนโดยแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก ด้วยมูลค่าซื้อสุทธิสูงถึงราว 7 หมื่นล้านบาท และมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันที่มากถึง 6.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

สาเหตุสำคัญที่ช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นไทยในปีนี้ นั่นคือ ปัจจัยเฉพาะตัวของประเทศไทย ซึ่งมีพัฒนาการเชิงบวกเมื่อเทียบกับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นำโดยภูมิทัศน์ทางการเมืองไทยในปัจจุบันที่ตลาดทุนเชื่อว่ามีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจในระยะยาว สะท้อนได้จากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่ทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงการเติบโตของตัวเลขการลงทุนโดยตรงของภาคเอกชน 

นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังมีลมส่งที่เป็นแรงสนับสนุนจากการอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% เพื่อใช้นโยบายดอกเบี้ยแบบผ่อนคลายในการพยุงเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวได้ต่ำกว่าศักยภาพ โดยที่ GDP ประเทศไทยในช่วงก่อนเกิดวิกฤติ COVID-19 เคยขยายตัวได้มากกว่าระดับ 3% ต่อปี นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยในระยะยาวที่ดูจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล พบว่าอยู่ในระดับต่ำเช่นกัน โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และ 10 ปี อยู่ที่ระดับเพียง 1.5% และ 2.0% ตามลำดับ สะท้อนถึงสภาพคล่องในระบบการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง

โดยรวมแล้ว แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอกประเทศอย่างมากในปีนี้ จากความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศก็ตาม แต่ด้วยความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจที่มีมากขึ้น ผลลัพธ์คือ ตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ถูกปรับขึ้นมาอยู่ที่มากกว่า 2% จากเดิมที่คาดว่าเติบโตได้เพียง 1%

มองไปในระยะข้างหน้า บลจ.ทิสโก้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังคงมี Momentum เชิงบวกต่อเนื่อง จากผลบวกของการลงทุนในประเทศที่อยู่ในช่วงขาขึ้น และดอกเบี้ยที่คาดว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ Valuation ของตลาดหุ้นไทยยังคงมีความน่าสนใจในระดับปัจจุบัน โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ที่จ่ายเงินปันผลในระดับสูง สะท้อนผ่านอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของดัชนี SETHD (SET High Dividend) ซึ่งสูงถึงราว 6% ต่อปี เทียบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาวที่ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 1-2% ตามลำดับ จึงคาดว่าตลาดหุ้นไทยยังสามารถฟันฝ่าแรงปะทะจากปัจจัยกดดันที่มาจากนอกประเทศได้ โดยเฉพาะประเด็นลบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ รวมถึงความเสี่ยงต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งผลให้เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจในการกระจายความเสี่ยงออกมาของกระแสเงินทุน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tisco.co.th/th/advisory/20260611-pvd-monthly-august&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0IuGDhdPjIH5Uv1UOf8f08