

วันที่ 12 ส.ค. 2569 จ.นราธิวาสเตรียมเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ จัดงาน “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” ภายใต้โครงการส่งเสริมและยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชายแดนใต้ ประจำปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 19-23 สิงหาคม 2569 รวม 5 วัน 5 คืน ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (หลังเก่า) อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยผสานความร่วมมือ 3 จังหวัดชายแดนใต้ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมชวนเที่ยว ชิม ช้อป สัมผัสวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และความบันเทิงจากทัพศิลปินชื่อดัง ทั้งนี้ วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (หลังเก่า) มีการจัดพิธีแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยมี นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธาน พร้อมด้วย นายอุทิศ อินทร์แก้ว วัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส นายณรงค์ สังข์ประสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส นางพจนารถ เหล่าที ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนราธิวาส นายสูไฮมี มะรอดิ่ง รองนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส และ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ร่วมยืนยันความพร้อมทั้งด้านกิจกรรม การท่องเที่ยว การสนับสนุนชุมชน พื้นที่จัดงาน ตลอดจนมาตรการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร




สำหรับไฮไลต์ภายในงานรวบรวมอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ดนตรี อาหาร และแฟชั่นไว้อย่างครบครัน อาทิ การแสดง Light & Sound & Mixed Media ชุด “เสียงกลองแห่งสยาม – มลายู : วิถีแห่งจังหวะและจิตวิญญาณร่วม” ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ผ่าน 5 องก์ ตั้งแต่กำเนิดเสียงกลอง จังหวะแห่งแผ่นดิน เสียงกลองแห่งศรัทธา มิตรภาพ จนถึงเสียงกลองแห่งอนาคต พิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่วันที่ 20 สิงหาคม 2569 พบการแสดงโขน ตอน “ยกรบ” โดยโรงเรียนสายบุรีแจ้งประชาคาร การแสดง “มโนราห์มรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” แฟชั่นโชว์ผ้าไทย ผ้าถิ่นชายแดนใต้สู่อาเซียน และคอนเสิร์ตจากวง “แฮมเมอร์” พร้อมความบันเทิงจาก “ไข่เหลี่ยม วิเชียรศรชัย” “เอกชัย ศรีวิชัย” RROW CREW “แร็พ นายู” และ “ชายชนบท คนบ้านเรา” นอกจากนี้ยังมี 70 ร้านค้าภูมิปัญญา (CPOT) จำหน่ายอาหารท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจากนราธิวาส ปัตตานี และยะลา กิจกรรม Night Museum เปิดพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนฟรี พร้อมนิทรรศการ “มรดกวัฒนธรรมไทย: ภูมิทัศน์ผ่านกาลเวลา” และ “เสียงสะท้อนแห่งสยามสู่อาเซียน” รวมถึงการประกวดเครื่องดนตรีพื้นถิ่น “กลองกุมปัง” และ “กรือโต๊ะ” เพื่อสืบสานมรดกทางดนตรีสู่คนรุ่นใหม่





นายอุทิศ อินทร์แก้ว วัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จุดเด่นของมหกรรมฯ คือการนำเสนออัตลักษณ์และวิถีชีวิตจังหวัดชายแดนใต้ผ่านอาหาร การแสดง ศิลปวัฒนธรรม และซอฟต์พาวเวอร์ โดยเฉพาะ “ปัญจศิลปะ” และการประกวดแข่งขันกลอง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมร่วมของประเทศในอาเซียน และมีความผูกพันกับวิถีชีวิตและศาสนาของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงกิจกรรมย้อนยุคที่สะท้อนเรื่องราวการตั้งถิ่นฐาน และการเปิด “พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส” ตลอด 5 คืน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพรวมของแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญในจังหวัด และสามารถเชื่อมโยงไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ต่อไป ด้านนายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาสคาดหวังให้มหกรรมครั้งนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ชุมชน ผ่านซอฟต์พาวเวอร์ของกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งแฟชั่น การแต่งกาย อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น โดยเฉพาะ “ปัญจศิลปะ” ที่สามารถต่อยอดสู่ระดับอาเซียน พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชิม ช็อป ชมการแสดง และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และขยายโอกาสทางการตลาด พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาสัมผัสเสน่ห์และอัตลักษณ์ของปัตตานี ยะลา และนราธิวาสที่นำมารวมไว้ในงานเดียว โดยคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ระดับหลักล้านบาท สามารถติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส โทร. 073-511-1650 เว็บไซต์ https://narathiwat.m-culture.go.th/th/ Facebook สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส YouTube Naraculture และ TikTok @narathiwatcultura




