• Sat. Aug 8th, 2026

‘ไทย-เมียนมา’ รื้อเศรษฐกิจชายแดน หนุนคืนเวทีอาเซียน

‘ไทย-เมียนมา’-รื้อเศรษฐกิจชายแดน-หนุนคืนเวทีอาเซียน‘ไทย-เมียนมา’ รื้อเศรษฐกิจชายแดน หนุนคืนเวทีอาเซียน

‘มิน ออง ไลง์’ ชวนธุรกิจไทยลงทุน ‘เมียนมา’ ชูโครงสร้างพื้นฐาน-โครงการใหม่ ดันการค้าทะลุ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ไทยยันเดินหน้าความร่วมมือทวิภาคี ควบคู่แก้ปัญหาความมั่นคงชายแดน ยาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์

มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กล่าวเปิดงานประชุมธุรกิจ ไทย-เมียนมา 2026 ภายใต้หัวข้อ “บทใหม่แห่งความเป็นหุ้นส่วนไทย-เมียนมา” (A New Chapter in Thailand Myanmar Partnership) เมื่อวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) ว่า ขณะนี้เมียนมาอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่เส้นทางประชาธิปไตย นำประเทศสู่ความก้าวหน้า และพัฒนาเศรษฐกิจในระดับที่สูงขึ้น และเสริมว่าไทยและเมียนมามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีความสัมพันธ์ทางการทูตมายาวนานกว่า 78 ปี ทั้งสองประเทศยังได้ยกระดับสู่การเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์โดยธรรมชาติ” (Natural Strategic Partnership) ตั้งแต่ปี 2018 

ปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของเมียนมา และเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ในอาเซียน ขณะที่ เมียนมาเป็นคู่ค้าอันดับที่ 22 ของไทย ทั้งสองประเทศมีมูลค่าการค้าระหว่างกันมากกว่า 7,400 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 240,000 ล้านบาท และตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าให้ถึง 12,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 390,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ไทยยังเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับ 5 ของเมียนมา มูลค่าลงทุนกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 130,000 ล้านบาท

เมียนมา กำลังให้ความสำคัญการเชื่อมโยงชายแดนและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการค้าชายแดนผ่านด่านสำคัญ เช่น ด่านแม่สอด-เมียวดี และด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก โดยได้เปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ที่แม่สอดแล้ว และมีแผนเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติมในพื้นที่ที่สถานการณ์เอื้ออำนวย

ในการส่งเสริมการค้า ผู้นำเมียนมาชูจุดเด่นว่า ประเทศมีตำแหน่งที่ตั้งเป็น “สะพานเชื่อมทางบก” ระหว่างอาเซียน เอเชียตะวันออก และเอเชียใต้ มีโครงการสำคัญอย่างท่าเรือน้ำลึกทวายจุดส่งออกที่ใกล้ที่สุดของไทยสู่เอเชียตะวันตก 

มิน อ่อง ไลง์ กล่าวว่า ประเทศได้เริ่มใช้การแลกเปลี่ยนทางการค้าด้วยเงิน จัต-บาท มาตั้งแต่ปี 2022 เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าระหว่างกันมากที่สุด ทั้งบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองการลงทุน และกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนด้วย

ส่วนอุตสาหกรรมเป้าหมายของเมียนมา เล็งส่งเสริมการลงทุนด้านพลังงาน, อุตสาหกรรมการผลิต, การเกษตรและแปรรูป, คมนาคมและโลจิสติกส์, อสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยว

‘ไทย-เมียนมา’ รื้อเศรษฐกิจชายแดน หนุนคืนเวทีอาเซียน

มิน ออง ไลง์ ยังกล่าวถึงโครงการพัฒนาใหม่อย่างโครงการยานาบอน (Yadanabon) พื้นที่พัฒนาบนภูเขาที่มีสภาพอากาศดี ตอนนี้มีพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ที่พร้อมพัฒนา พร้อมเชิญชวนนักธุรกิจไทยเข้าร่วมโครงการนี้ด้วย

สำหรับทิศทางความสัมพันธ์ในอนาต มิน ออง ไลง์ กล่าวว่า ไทยและเมียนมาเน้นย้ำว่าความร่วมมือครั้งนี้ต้องเป็นไปอย่างรูปธรรม บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองฝั่ง

‘ไทย-เมียนมา’ รื้อเศรษฐกิจชายแดน หนุนคืนเวทีอาเซียน

สีหศักดิ์ย้ำต้องเจรจาดึงเมียนมาเข้าอาเซียน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวสรุปผลการหารือกับเมียนมานอกรอบงานประชุมธุรกิจไทย-เมียนมา ยืนยันการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีกับเมียนมาเป็นเรื่องสำคัญที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ละทิ้งประเด็นที่น่าห่วงกังวล

“การหารือกับเมียนมาครอบคลุมทุกมิติ ตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ ทั้งเห็นพ้องว่าต้องพัฒนาความร่วมมือทุกมิติ และใช้กลไลที่มีระหว่างกันให้เป็นประโยชน์ เช่น กลไลคณะกรรมธิการร่วมด้านการค้า โดยไทยและเมียนมายังมีประเด็นต้องหารือร่วมหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นการค้า ความมั่นคงชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงออนไลน์ ยาเสพติด รวมถึงมลพิษทางน้ำและอากาศ” 

ด้านความมั่นคง คือ ทำให้ชายแดนไทย-เมียนมาเป็นชายแดนแห่งสันติภาพให้ประชาชนอยู่อย่างปลอดภัย การค้ากลับสู่ปกติ และยกระดับความเป็นอยู่ตามแนวชายแดน ต่อมาคือการปราบอาชญากรรมตามแนวชายแดนอย่างเข้มข้น รวมถึงปราบยาเสพติด การหลอกลวงออนไลน์ที่เป็นภัยต่อภูมิภาคและต่อโลก 

ในการปราบปรามยาเสพติด ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด สารขั้นต้นและเคมีภัณฑ์ และไทยพร้อมส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนในรัฐฉาน ขณะที่การปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ร่วมมือด้านข่าวกรอง และตัดเส้นทางการเงิน

ด้านปัญหามลพิษข้ามพรมแดน อย่างปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน จะร่วมมือระดับอนุภูมิภาค ความร่วมมือ 3 ฝ่าย ได้แก่ ไทย เมียนมา และลาว รวมถึงระดับทวิภาคี ที่สำคัญไทยพร้อมให้ความร่วมมือเพิ่มขีดความสามารถทางเทคนิคในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนด้วย

ปัญหามลพิษทางน้ำทั้งสองประเทศจะตั้งคณะกรรมการทางเทคนิค แก้ปัญหาบนพื้นฐานหลักการทางวิทยาศาสตร์และความร่วมมือ คณะกรรมการที่จัดตั้งจะพบกันเร็วๆ นี้ และคาดว่า จะลงพื้นที่ที่มีปัญหาเพื่อดูสถานการณ์และหารือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งไทยยังเสนอขุดลอกแม่น้ำสาย และแม่น้ำรวกเพื่อป้องกันน้ำท่วมด้วย

ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นหาลู่ทางการค้าการลงทุน หวังเพิ่มพูนการค้า และเล็งผลักดันมูลค่าการค้าสู่ระดับ 12,000 ล้านดอลลาร์ตามที่ผู้นำเมียนมากล่าว ซึ่งด่านการค้าเมวดี-แม่สอดถือเป็นด่านการค้าสำคัญ สามารถต่อยอดสู่การสร้าง Trilateral Highway” โครงการทางหลวงเมกะโปรเจ็กต์เชื่อม 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย เมียนมา และอินเดีย 

เส้นทางนี้จะกลายเป็นช่องการค้าหลัก นอกจากการค้าทวิภาคีกับเมียนมาแล้ว ยังส่งเสริมการค้ากับอินเดียได้ด้วย ส่วนแรงงานไทยและเมียนมา จะต่ออายุบันทึกความเข้าใจเดิมที่มีอยู่ เพื่อให้แรงงานเมียนมาทำงานต่ออย่างถูกกฎหมาย

ไทยอยากเห็นสันติภาพเมียนมา

สำหรับประเด็นระดับภูมิภาค นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยได้ย้ำกับเมียนมาว่า ไทยต้องการเมียนมากลับสู่อาเซียน เมียนมาสำคัญต่อเอกภาพอาเซียน ไทยมีแนวทาง “เจรจากับเมียนมาอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเหมาะสม” และการกลับสู่อาเซียน ฝ่ายเมียนมาต้องตอบสนองข้อกังวลของอาเซียนด้วยเช่นกัน

“ไทยอยากเห็นเมียนมามีสันติภาพ เสถียรภาพ ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี ตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่เมียนมาต้องทำตาม” นายสีหศักดิ์ ย้ำ

โดยสรุปสิ่งที่ไทยย้ำกับเมียนมา ได้แก่ การคาดหวังว่าความรุนแรงจะลดลง พลเรือนไม่ได้รับกระทบ มีกระบวนการพูดคุยที่เปิดกว้างกับทุกฝ่ายอย่างน่าเชื่อถือ มีความช่วยเหลือมนุษยธรรม รวมถึงประเด็น นางอองซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลเมียนมาที่มาจากการเลือกตั้ง ล่าสุดในสัปดาห์นี้มีรายงานว่านางซูจี พบกับผู้แทนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ

นายสีหศักดิ์ ได้กล่าวยินดีที่เมียนมามีพัฒนาการด้านนี้ดีขึ้นและหวังว่าทางเมียนมาจะเปิดโอกาสให้ เทเรซ่า ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์และทูตพิเศษอาเซียนประจำเมียนมาได้เข้าพบกับเธอ

ไม่มีฝ่ายใดชนะด้วยกำลังทหาร

สำหรับประเด็นความกังวลเกี่ยวกับการใช้กำลังทหารของรัฐบาลเมียนมา และคำถามที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับความพยายามของไทยในการสร้างความเป็นธรรมให้กับเมียนมานั้น

นายสีหศักดิ์ ย้ำว่าไม่มีฝ่ายใดชนะได้ด้วยกำลังทหาร นี่เป็นจุดยืนหลักที่ไทยย้ำกับเมียนมา และแนะว่าต้องหา “ชัยชนะทางการเมือง” ซึ่งทางออกเดียวที่ไทยมองเห็น คือ เปลี่ยนจากการสู้รบมาเป็นการหาทางออกผ่านการเจรจาทางการเมืองที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1246410&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jhUUXEyQJtKT6B44dYgMO