• Mon. Aug 3rd, 2026

จีนกร้าว! ไม่เปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจ ปฏิเสธข้อกล่าวหา ‘ผลิตล้นเกิน’

จีนกร้าว!-ไม่เปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจ-ปฏิเสธข้อกล่าวหา-‘ผลิตล้นเกิน’จีนกร้าว! ไม่เปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจ ปฏิเสธข้อกล่าวหา ‘ผลิตล้นเกิน’

ก่อนเปิดเจรจาการค้ากับสหรัฐและยุโรป จีนส่งสัญญาณชัด ‘ไม่เปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจ’ พร้อมยืนกรานเดินหน้าหนุน ‘อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี’ แม้ถูกตะวันตกกล่าวหาว่าเป็น ต้นตอของกำลังการผลิตล้นเกินและการทุ่มตลาดโลก

จีนกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะ “ไม่เปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจ” ตามแรงกดดันจากตะวันตก โดยเดินหน้าปกป้องนโยบายที่ให้ความสำคัญกับ “การพัฒนาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง” มากกว่าการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ก่อนการเจรจาการค้าครั้งสำคัญกับทั้งสหรัฐ และสหภาพยุโรปในช่วงปลายปีนี้ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อการเกินดุลการค้าของจีนซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า แม้สหรัฐและยุโรปจะวิจารณ์ว่า จีนอุดหนุนภาคการผลิตอย่างหนักจนเกิด “กำลังการผลิตล้นเกิน” (Overcapacity) และส่งสินค้าราคาถูกออกสู่ตลาดโลก กระทบผู้ผลิตในประเทศอื่น แต่รัฐบาลปักกิ่งยืนยันว่า แนวทางดังกล่าวเป็นผลจากรูปแบบการพัฒนาประเทศที่เหมาะสมกับจีน พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่อง “กำลังการผลิตส่วนเกิน” ว่าเป็น ข้ออ้างทางการเมืองและการกีดกันทางการค้า

ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน กระทรวงพาณิชย์จีนได้เผยแพร่เอกสารแสดงจุดยืนเกี่ยวกับประเด็น “กำลังการผลิตส่วนเกินที่ถูกกล่าวอ้าง” โดยกล่าวหาชาติตะวันตกว่าใช้นโยบายกีดกันทางการค้า พร้อมปฏิเสธว่า ปัญหาดังกล่าวไม่มีอยู่จริง และระบุว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ตั้งอยู่บน “ตรรกะที่บกพร่อง” และ “มีแรงจูงใจแอบแฝง”

นอกจากนี้ วารสารทฤษฎีหลักของพรรคคอมมิวนิสต์จีน Qiushi ยังตีพิมพ์บทความเมื่อเดือนกรกฎาคม ปกป้องระดับการบริโภคภายในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำของจีน โดยระบุว่าเป็นผลลัพธ์ที่ “สมเหตุสมผลตามพัฒนาการทางประวัติศาสตร์” ของโมเดลการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุน เพื่อไล่ตามประเทศพัฒนาแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้น ในเดือนนี้ นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ได้ตอบโต้คำเตือนเกี่ยวกับ “China Shock 2.0” ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่บริษัทจีนเข้าครอบงำอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงและเบียดคู่แข่งตะวันตก โดยเปลี่ยนกรอบการอธิบายใหม่ว่า นี่คือ “China Opportunity 2.0” หรือโอกาสครั้งใหม่ของเศรษฐกิจโลก

สวี่ เทียนเฉิน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ Economist Intelligence Unit มองว่า การสื่อสารของจีนในช่วงนี้มีเป้าหมายสำคัญ 2 ประการ คือ สร้างความเข้าใจว่าทำไมจีนจึงเลือกโมเดลเศรษฐกิจเช่นนี้ และส่งสัญญาณว่า เรื่องดังกล่าวเป็น “เส้นแดง” ที่จีนไม่พร้อมยอมอ่อนข้อในการเจรจาการค้ากับชาติตะวันตก

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังตั้งข้อกังวลว่า การพึ่งพาการส่งออกมากเกินไป ท่ามกลางการบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแอ อาจสร้างแรงกดดันต่อทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีนเอง โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า สำหรับบริษัทจีนเกือบ 60% การขยายส่วนแบ่งตลาดสามารถอธิบายได้จาก “เงินอุดหนุนของภาครัฐ” โดยกำลังการผลิตส่วนเกิน เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการส่งออกของจีน และอาจทำให้ความขัดแย้งทางการค้ากับประเทศคู่ค้าทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต

ถึงกระนั้น ปักกิ่งยังแสดงความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า จะสามารถบริหารความขัดแย้งทางการค้ากับทั้งสหรัฐ และยุโรปได้ โดยไม่จำเป็นต้องยอมปรับเปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ซึ่งสะท้อนว่าจีนอาจกำลังเข้าสู่การเจรจารอบใหม่ด้วยท่าทีที่มั่นใจและแข็งกร้าวกว่าที่ผ่านมา

อ้างอิง: reuters

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1245778&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3scMRW8kVyJzexOs2t2bC-