ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 ส.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” หลังมีเสียงสะท้อนจากประชาชนต้องการให้มีการต่อโครงการดังกล่าวในไตรมาสหน้า ว่า อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน รัฐบาลก็ต้องพิจารณา แต่ต้องดูด้วยว่าทุกอย่างมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงเรื่องงบประมาณและภาวะเศรษฐกิจ

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่รัฐบาลประชานิยม แต่เป็นรัฐบาลที่ต้องทำให้ทุกคนสามารถยืนอยู่บนขาของตัวเองได้ หากจำเป็นต้องมีการกระตุ้นเพื่อให้เครื่องติดและให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้ รัฐบาลก็จะดำเนินการกระตุ้นเป็นช่วง ๆ

สำหรับผลสำรวจของนิด้าโพลระบุว่า ประชาชนมองว่าโครงการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยประชาชนได้จริง แต่ยังไม่แน่ใจจะสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่เป็นไร” ยังมีเวลาอีก 3 ปี ให้ประชาชนได้มีเวลาพิจารณาว่ารัฐบาลมีความจริงใจและมีความตั้งใจ ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของประชาชน รัฐบาลไม่สามารถพิจารณาตัวเองได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีโครงการในเฟสต่อไป จะมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นวงเงินใช้จ่ายต่อวันจากวันละ 200 บาทหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า รายละเอียดในส่วนนี้ต้องสอบถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ทั้งนี้ รัฐบาลเปิดเผยผลดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” หลังครบ 2 เดือน มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากแล้ว 86,442.6 ล้านบาท มีประชาชนใช้สิทธิ 26,040,623 ราย และร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบเข้าร่วมโครงการ 1,192,636 ร้าน โดยเป็นเงินภาครัฐร่วมจ่าย 49,601.6 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 36,841 ล้านบาท ขณะที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ภาครัฐร่วมจ่าย 60% ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน