การที่คณะเดินทางไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมร่วมเดินทาง สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการสื่อสารกับจีนผ่านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุน โดยเฉพาะการนำนักธุรกิจไทย 153 คน จาก 48 บริษัท เข้าร่วมจับคู่ธุรกิจกับภาคเอกชนจีน ซึ่งไม่ใช่เพียงการแสวงหาเม็ดเงินลงทุน แต่เป็นการเชื่อมโยงไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่จีนกำลังผลักดัน
โดยมองว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลจีนเห็นศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตและตลาดสำคัญในภูมิภาค ส่งผลให้ความสัมพันธ์ไทย-จีนมีมิติเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าการค้าการลงทุนเพียงอย่างเดียว
ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุว่า เมื่อไทยทำให้จีนเห็นว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจมีความสำคัญต่อทั้งสองประเทศ จีนก็ย่อมรับรู้ถึงความกังวลของไทยในประเด็นความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งทำให้บนเวทีการเจรจา มีเรื่องของรถถังจีน ที่ส่งมอบให้กัมพูชา เป็นหัวข้อสนทนา โดยไทยเลือกใช้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็น “สะพานเชื่อม” เพื่อให้จีนรับรู้และจัดลำดับความสำคัญของไทยในสายตาของรัฐบาลปักกิ่ง ที่สุด ก็ได้คำมั่นจากจีน ว่า ทางจีนจะไม่ยอมให้กัมพูชา ใช้รถถังในการรบกับไทย เพราะจีนเองได้ตระหนักถึงคุณค่าในเชิงเศรษฐกิจของไทย ที่มีเหนือกัมพูชา
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1637161&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3238aiJKplmUl9spQ8kiob

