เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานสถิติแห่งตุรกีได้เผยแพร่ข้อมูลอัตราเงินเฟ้ออย่างเป็นทางการของตุรกีประจำเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นอัตราเงินเฟ้อที่ร้อยละ 0.99 เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ต่ำกว่าตัวเลขในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่อัตราร้อยละ 1.71 และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาตัวเลขจะอยู่ที่ร้อยละ 32.11 ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิดจากภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้บริโภค เนื่องจากเป็นภาพรวมอีกมุมหนึ่งของการพัฒนาการด้านเศรษฐกิจของตุรกี
ในช่วงเวลาเดียวกัน ธนาคารกลางแห่งชาติตุรกี (CBRT) ได้เผยแพร่รายงานที่แสดงให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์รายปี (Annual Inflation Expectations) ของภาคครัวเรือนในตุรกีปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในเดือนมิถุนายนด้วยเช่นกัน โดยลดลง 3.38 จุด เหลือร้อยละ 46.13 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำที่สุดของปีนี้ ดีขึ้นจากร้อยละ 51.56 ในเดือนเมษายน และร้อยละ 49.51 ในเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์รายปี คือ มุมมองของภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และนักลงทุน ที่มีต่อระดับราคาสินค้าและบริการว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยเป็นเท่าใดในระยะเวลา 1 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นดัชนีทางจิตวิทยาที่สำคัญมาก เพราะหากผู้คนคาดว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้นก็มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นราคาสินค้า และเรียกร้องค่าจ้างเพิ่มขึ้นล่วงหน้า ซึ่งจะทำให้เกิดเงินเฟ้อขึ้นจริงตามที่คาดการณ์ไว้ โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลตุรกีมักเน้นย้ำถึงความคงที่ของอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์รายปี โดยเฉพาะในกลุ่มครัวเรือน พร้อมทั้งระบุว่าพัฒนาการที่ดีขึ้นชองตัวเลขดังกล่าวมีส่วนช่วยให้อัตราเงินเฟ้อที่แท้จริงลดลงได้
ข้อมูลอย่างเป็นทางการอีกชุดหนึ่งที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนนี้โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติตุรกี (TurkStat) แสดงให้เห็นว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้นจาก 32.4 ในเดือนเมษายน โดยทาง CBRT ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อครึ่งปีแรกเป็นร้อยละ 24 จากเดิมร้อยละ 16 เมื่อเดือนที่แล้ว พร้อมทั้งเตือนว่าผลกระทบด้านเงินเฟ้อในระยะสั้นจากสงครามอิหร่านจะยังคงรุนแรงต่อไป และในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินครั้งล่าสุด CBRT ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 37 โดยให้เหตุผลว่ากำลังติดตามผลกระทบของการพัฒนาทางภูมิศาสตร์การเมืองต่อแนวโน้มเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด
ในส่วนของรัฐบาลตุรกีที่ยังคงยืนหยัดในนโยบายลดอัตราเงินเฟ้อ นายเมห์เม็ต ชิมเช็ก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและเศรษฐกิจ ได้กล่าวว่าอัตราเงินเฟ้อในปีนี้อาจอยู่ที่ “กลาง 20 หรือสูงกว่า 20” โดยธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง BBVA กล่าวในรายงานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า คาดการณ์ว่ากระบวนการลดอัตราเงินเฟ้อจะยังคงดำเนินไปตามแผนโดยทั่วไป แม้ว่าจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตช้าลงในระยะสั้นก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากแหล่งอื่นอย่าง Inflation Research Group (ENAG) หรือ กลุ่มวิจัยเงินเฟ้อซึ่งเป็นสถาบันทางวิชาการอิสระที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศตุรกีเมื่อปี ค.ศ. 2020 โดยกลุ่มนักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์อิสระ มีวัตถุประสงค์หลักในการคำนวณและเผยแพร่อัตราเงินเฟ้อทางเลือก (Alternative inflation) เพื่อสะท้อนภาวะค่าครองชีพที่แท้จริง ได้ให้ข้อมูลที่สวนทางกับข้อมูลที่เป็นทางการ โดยระบุว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายนที่แท้จริงนั้นสูงขึ้น ทั้งนี้ จากข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคของ ENAG ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.94 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และคำนวณอัตราเงินเฟ้อรายปีอยู่ที่ร้อยละ 51.49 ซึ่งสูงกว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่โดยสำนักงาน
สถิติแห่งชาติตุรกีอย่างมาก ซึ่งความแตกต่างดังกล่าวยังคงเป็นที่สนใจของนักเศรษฐศาสตร์และผู้สังเกตการณ์ตลาดอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจากแหล่งอื่นที่น่าสนใจ อาทิ ข้อมูลของสภาหอการค้าเมืองอิสตันบูล หรือ Istanbul Chamber of Commerce (ITO) ที่ได้เผยแพร่ข้อมูลราคาสินค้าปลีกล่าสุดในเมืองอิสตันบูลว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.14 ในเดือนมิถุนายนเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อรายปีในเมืองนี้อยู่ที่ร้อยละ 35.94 โดยที่เมืองอิสตันบูลเป็นศูนย์กลางการค้าที่ใหญ่ที่สุดของตุรกี ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อจึงมักถูกติดตามอย่างใกล้ชิดในฐานะตัวชี้วัดเพิ่มเติมของแนวโน้มราคา หรือผลสำรวจของ AA Finans ที่คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภครายเดือนจะอยู่ที่ร้อยละ 1.04 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อรายปีคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 32.17 ซึ่งตัวเลขอย่างเป็นทางการของสำนักงานสถิติแห่งชาติตุรกีค่อนข้างสอดคล้องกับความคาดหวังของตลาดโดยรวม แต่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์เล็กน้อย
ข้อคิดเห็นจากสำนักงานฯ
ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่สำคัญสำหรับการวิเคราะห์สถานการณ์และภาพรวมพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศ และใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดนโยบายและทิศทางในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความเชื่อมั่น และชี้นำผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และนักลงทุน ให้คล้อยตามแนวทางที่ต้องการได้ จึงมีแรงจูงใจสำหรับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้นำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อตนในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตุรกีที่ต้องเผชิญกับภาวะอัตราเงินเฟ้อสูงมากมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
ตามข้อมูลของ Economist Enterprise หรือ EIU อัตราเงินเฟ้อของตุรกีในช่วง 5 ปี (นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2021) ที่ผ่านมาสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 650 ซึ่งหมายความว่าในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้บริโภคต้องจ่ายราคาสินค้าและบริการในตุรกีเพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า 6.5 เท่า และยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ อัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงเล็กน้อยจากเฉลี่ยร้อยละ 34.9 ในปีก่อนเหลือร้อยละ 31.7 แต่ความเสี่ยงต่อกระบวนการลดเงินเฟ้อ
กลับเพิ่มขึ้นอันเป็นผลมาจากความขัดแย้งในอิหร่าน ในขณะเดียวกับที่สินเชื่อผู้บริโภคยังคงเติบโต และอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ยังคงอยู่ในระดับสูง และดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ข้อมูลดังกล่าวซึ่งอ้างอิงตามตัวเลขอย่างเป็นทางการตามที่ทางการตุรกีแถลง อาจจะยังไม่สามารถสะท้อนภาะเศรษฐกิจและปัญหาที่แท้จริงได้อย่างครบถ้วนนัก ทั้งนี้ แม้จะมีคำพิพากษาของศาลหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่สำนักงานสถิติแห่งชาติตุรกีก็ยังคงไม่ยอมเปิดเผยรายการราคาสินค้าที่ถูกนำมาใช้ในการคำนวณอัตราเงินเฟ้อตามที่สหพันธ์สหภาพแรงงานก้าวหน้าแห่งตุรกีร้องขอมาตั้งแต่ปี 2565 จึงมีความเป็นไปได้ว่าข้อมูลดังกล่าวอาจไม่มีความโปร่งใสมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสภาวะความเป็นอยู่ และอัตราค่าครองชีพของประชาชนทั่วไปของตุรกีในปัจจุบัน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/lyqj9c7kttc7s3776tbc7kyy&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25dRILBPa998grby7AsFth

