
นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ว่า รัฐบาลได้อนุมัติเงินเพิ่มทุนรอบแรกให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจำนวน 570 กองทุน ครอบคลุม 16 จังหวัด วงเงินรวม 38.53 ล้านบาท
เงินดังกล่าวดำเนินการภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ซึ่งมีเป้าหมายลดภาระต้นทุนทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่องให้ประชาชน และสนับสนุนการนำเงินทุนไปต่อยอดอาชีพ สร้างรายได้ และกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน
การอนุมัติครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะกองทุนที่ยื่นคำขอและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการแล้ว โดยรัฐบาลคาดหวังให้เม็ดเงินเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว และช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจฐานรากในช่วงที่ครัวเรือนยังเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพและต้นทุนประกอบอาชีพ
นอกจากการเพิ่มทุนรอบใหม่แล้ว นางสุขสมรวยยังมอบนโยบายให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เร่งสะสางโครงการฟื้นฟูและจัดสรรเงินเพิ่มทุน 1 ล้านบาท หรือ “เงินล้านที่ 2” ซึ่งมีภารกิจค้างมาตั้งแต่ปี 2555
โครงการดังกล่าวมีวงเงินรวมประมาณ 3.4 พันล้านบาท และยืดเยื้อมานานกว่า 14 ปี โดย สทบ. ได้ระดมผู้บริหารจากส่วนกลางและสำนักงานสาขาทั่วประเทศร่วมจัดทำโรดแมป เพื่อดำเนินการในแนวทาง “ฟื้นฟูควบคู่เพิ่มทุน” ในระยะที่ 3
สำหรับพื้นที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พบว่ายังมีกองทุนจำนวน 15 แห่ง ที่ไม่ได้รับเงินล้านที่ 2 และอยู่ระหว่างกระบวนการฟื้นฟู โดยได้เร่งประสานงานและอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร เพื่อผลักดันให้กองทุนที่ผ่านเกณฑ์สามารถรับเงินและนำไปใช้ประโยชน์ในชุมชนได้โดยเร็ว
นางสุขสมรวยระบุว่า การเร่งจ่ายเงินเพิ่มทุนจะต้องดำเนินไปพร้อมกับการยกระดับธรรมาภิบาล เนื่องจากปัญหาการยักยอกเงิน การใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ และการแสวงหาผลประโยชน์จากกองทุน เป็นปัจจัยที่กระทบต่อความเชื่อมั่นและลดโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชน
จึงได้กำหนดมาตรการ Zero Tolerance โดยยืนยันว่าจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัยโดยไม่มีข้อยกเว้น หากพบการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือการนำเงินส่วนรวมไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
มาตรการแรกคือการเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ สทบ. ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชน สมาชิกกองทุน และผู้พบเห็นความผิดปกติสามารถส่งข้อมูลและเอกสารหลักฐานเข้าสู่ระบบได้โดยตรง พร้อมกำหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแส
มาตรการที่สองคือการตั้งทีมตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน หากพบว่าข้อร้องเรียนมีมูลและเข้าข่ายความผิด สทบ. จะรวบรวมพยานหลักฐานส่งต่อให้สำนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย
แนวทางดังกล่าวครอบคลุมถึงการติดตามทรัพย์สินที่ถูกยักยอกหรือใช้ผิดวัตถุประสงค์กลับคืนสู่กองทุน เพื่อรักษาเม็ดเงินให้หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจชุมชนและสร้างประโยชน์แก่สมาชิกอย่างแท้จริง
นางสุขสมรวยกล่าวว่า เงินกองทุนหมู่บ้านถือเป็นแหล่งทุนสำคัญของประชาชนและเป็นกลไกหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจฐานราก ผู้ที่ทุจริตหรือแสวงหาประโยชน์จากเงินส่วนรวมจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนการทุจริตได้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ หรือประสานสำนักงาน สทบ. ในพื้นที่
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/845667&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RVoh95napqIrid9oUXNn5

