เวียดนามเปิดตัวตลาดซื้อขายคาร์บอนภายในประเทศในวันที่ 29 มิถุนายน 2569

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม (State Securities Commission: SSC) ประกาศว่า เวียดนามได้พร้อมสำหรับการเปิดดำเนินการ ตลาดซื้อขายคาร์บอนภายในประเทศแห่งแรก อย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ตามแผนงานที่รัฐบาลกำหนด
การเปิดดำเนินการดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาตลาดคาร์บอนของเวียดนาม เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามพันธกรณีของประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
SSC ระบุว่า ปัจจุบันได้จัดเตรียมกรอบกฎหมาย ข้อกำหนดการซื้อขาย ประเภทสินทรัพย์ที่สามารถซื้อขายได้ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และกลไกการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (Settlement) ไว้ครบถ้วนแล้ว เพื่อให้ตลาดสามารถเริ่มดำเนินการได้ตามกำหนด เพื่อรองรับการดำเนินงานของตลาด กระทรวงการคลังได้ออกระเบียบว่าด้วยการกำกับดูแลตลาดและข้อกำหนดด้านการรายงานสำหรับตลาดซื้อขายคาร์บอน ในขณะที่ SSC ได้มอบหมายให้ตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม (Vietnam Exchange: VNX) ตลาดหลักทรัพย์ฮานอย (Hanoi Stock Exchange: HNX) และบรรษัทรับฝากและชำระบัญชีหลักทรัพย์เวียดนาม (Vietnam Securities Depository and Clearing Corporation: VSDC) จัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการซื้อขาย การชำระราคา และการโอนกรรมสิทธิ์สินทรัพย์คาร์บอนให้แล้วเสร็จ
SSC เปิดเผยว่า ปัจจุบันองค์ประกอบสำคัญทั้งหมดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของตลาดซื้อขายคาร์บอนภายในประเทศได้ดำเนินการเสร็จแล้ว ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบมีความพร้อมสำหรับการเปิดดำเนินการตามแผน
ในด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์คาร์บอน กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมได้จัดสรรโควตาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะนำร่องให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 110 แห่ง พร้อมทั้งออกระเบียบว่าด้วยระบบทะเบียนแห่งชาติสำหรับโควตาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนเครดิต เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการและการซื้อขายสินทรัพย์คาร์บอน นอกจากนี้ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับ ตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม ตลาดหลักทรัพย์ฮานอย และ บรรษัทรับฝากและชำระบัญชีหลักทรัพย์เวียดนาม เพื่อกำหนดกลไก การแลกเปลี่ยนข้อมูล การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และการบริหารจัดการเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่าง การดำเนินงานของตลาด
โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของตลาดมีความพร้อมอย่างสมบูรณ์ โดยแพลตฟอร์มการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฮานอย ระบบหักบัญชีและชำระราคาของบรรษัทรับฝากและชำระบัญชีหลักทรัพย์เวียดนาม รวมถึงระบบทะเบียนแห่งชาติ ได้เชื่อมโยงการทำงานร่วมกันและผ่านการทดสอบทั้งในระดับหน่วยงานและระดับตลาดโดยรวมในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งผลการทดสอบเป็นไปด้วยความราบรื่นและเป็นไปตามข้อกำหนดด้าน การปฏิบัติงาน
ในขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เวียดนามได้คัดเลือกธนาคารที่จะทำหน้าที่เป็นธนาคารรับชำระเงินสำหรับตลาดซื้อขายคาร์บอนเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่กระทรวงการคลังได้จัดโครงการฝึกอบรมและการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่หน่วยงานและผู้ประกอบการที่คาดว่าจะเข้าร่วมตลาด โดยมุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบกฎหมายและกระบวนการซื้อขายคาร์บอน
กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดดำเนินการตลาดซื้อขายคาร์บอนภายในประเทศอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มิถุนายน 2569
รัฐบาลเวียดนามคาดว่า การเปิดตลาดซื้อขายคาร์บอนภายในประเทศจะช่วยเร่งการพัฒนาตลาดคาร์บอนของประเทศ สนับสนุนการบรรลุพันธกรณีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับนานาชาติ ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเพิ่มเครื่องมือเชิงตลาดให้ภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(จาก https://vneconomy.vn/)
ข้อคิดเห็น สคต
การเปิดดำเนินการตลาดซื้อขายคาร์บอนภายในประเทศของเวียดนามถือเป็นพัฒนาการสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจที่มุ่งใช้กลไกตลาดเป็นเครื่องมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจ สีเขียว ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลเวียดนามในการดำเนินนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยการจัดตั้งตลาดดังกล่าวยังเป็นการเตรียมความพร้อมของเวียดนามให้สอดคล้องกับมาตรฐานและแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก รวมถึงการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 การเตรียมความพร้อมอย่างครบถ้วนทั้งด้านกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ระบบทะเบียนคาร์บอน กลไกการซื้อขาย การชำระราคา ตลอดจนการกำหนดโควตาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมในระยะนำร่อง แสดงให้เห็นว่าเวียดนามได้วางรากฐานสำหรับการดำเนินตลาดคาร์บอนอย่างเป็นระบบ ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดต้นทุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านกลไกการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซ แทนการใช้มาตรการกำกับดูแลเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ตลาดซื้อขายคาร์บอนยังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการเวียดนาม โดยเฉพาะผู้ส่งออกที่ต้องเผชิญกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า เช่น กลไกการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ของสหภาพยุโรป ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการที่สามารถบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น และสามารถรักษาการเข้าถึงตลาดสำคัญ นโยบายดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือระหว่างไทยและเวียดนามในด้านการพัฒนาตลาดคาร์บอน การซื้อขายคาร์บอนเครดิต การให้คำปรึกษาด้านการตรวจวัดและรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน ตลอดจนการลงทุนในโครงการด้านพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งเป็นสาขาที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคอาเซียน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/o5dimsyy8iln704oht1ksqim&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FjsjXX593nhcZH9ms7ThE

