• Wed. Jun 24th, 2026

กูรูชี้กนง.คงดอกเบี้ย 1% รับมือเศรษฐกิจเปราะบาง-เงินเฟ้อพลังงาน

กูรูชี้กนง.คงดอกเบี้ย-1%-รับมือเศรษฐกิจเปราะบาง-เงินเฟ้อพลังงานกูรูชี้กนง.คงดอกเบี้ย 1% รับมือเศรษฐกิจเปราะบาง-เงินเฟ้อพลังงาน
กูรูชี้กนง.คงดอกเบี้ย 1% รับมือเศรษฐกิจเปราะบาง-เงินเฟ้อพลังงาน

ตลาดจับตาการประชุม กนง. วันที่ 24 มิ.ย. 2569 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกของปีที่มีกรรมการครบ 7 คน หลังแต่งตั้งกรรมการใหม่ทดแทนผู้ลาออก ขณะที่ SCB EIC ศูนย์วิจัยกสิกรไทย และวิจัยกรุงศรี ประเมินตรงกันว่า กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบาง แม้เงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวจากราคาพลังงาน โดยมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยอาจสร้างแรงกดดันต่ออุปสงค์ในประเทศมากกว่าช่วยแก้ปัญหาเงินเฟ้อ

กนง. ประชุมครั้งแรกของปีที่มีกรรมการครบ 7 คน

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 2 ของปี ในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งแรกของปีที่มีกรรมการครบทั้ง 7 คน หลังมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาแทนตำแหน่งที่ว่างจากการลาออกก่อนครบวาระของกรรมการเดิม 2 ราย

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของราคาพลังงาน และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินตรงกันว่า กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการดูแลเงินเฟ้อและการสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

SCB EIC ปรับเพิ่ม GDP ไทยปีนี้เป็น 2%

ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) เปิดเผยว่า ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เพิ่มขึ้นจาก 1.7% เป็น 2.0% หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย และราคาน้ำมันโลกปรับลดลง ช่วยลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงาน

นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเม็ดเงินจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ยังเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี

อย่างไรก็ตาม SCB EIC มองว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะอ่อนแรงเมื่อเทียบกับอดีต โดยคาดว่า GDP ปี 2570 จะชะลอลงเหลือ 1.9% สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ยังคงกดดันการเติบโตระยะยาว

เตือน 3 ความเปราะบางเศรษฐกิจไทย

SCB EIC ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเปราะบางสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การกระจุกตัวของการเติบโตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในกระบวนการลดหนี้ และภาวะอ่อนแอของธุรกิจ SME

แม้การลงทุนจากต่างชาติในธุรกิจ Data Center, AI และ Semiconductor จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจยังไม่กระจายไปยังภาคส่วนอื่นอย่างทั่วถึง ขณะที่กำลังซื้อภายในประเทศยังถูกกดดันจากรายได้ที่เติบโตไม่ทันค่าครองชีพ

กสิกรไทย-กรุงศรี มองตรงกัน คงดอกเบี้ยทั้งปี

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ในการประชุมครั้งนี้ เพื่อรอติดตามทิศทางเงินเฟ้อและเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยมองว่าแรงกดดันเงินเฟ้อส่วนใหญ่ยังมาจากปัจจัยด้านอุปทาน โดยเฉพาะราคาพลังงาน ซึ่งมีลักษณะชั่วคราว

เช่นเดียวกับวิจัยกรุงศรีที่มองว่า แม้บางประเทศจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูแลค่าเงินและเงินทุนเคลื่อนย้าย แต่บริบทของไทยแตกต่างออกไป เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อไม่ได้เกิดจากอุปสงค์ภายในประเทศ ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยอาจยิ่งซ้ำเติมภาวะการบริโภคและการลงทุน

จับตา Fund Flow และค่าเงินบาทครึ่งปีหลัง

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่นักเศรษฐศาสตร์จับตาคือแนวโน้มเงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินบาท หลังดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยมีแนวโน้มลดลงจากผลกระทบด้านพลังงานและการแข่งขันจากสินค้านำเข้า

หากไทยไม่สามารถรักษาระดับดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับบวกได้เหมือนในอดีต อาจทำให้ค่าเงินบาทและกระแสเงินทุนต่างชาติมีความผันผวนมากขึ้นในระยะข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า กนง. จะเลือกใช้นโยบายดอกเบี้ยระดับต่ำต่อไป เพื่อประคองเศรษฐกิจไทยให้สามารถขยายตัวได้ใกล้ระดับ 2% ในปีนี้ ท่ามกลางความท้าทายจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/662133&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rPj3Me5cvyoT5xY-DbdAy