• Tue. Jun 23rd, 2026

เอกนิติ เชื่อดึงเงินลงทุนจริง เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ปี 69 แตะ 7 แสนล้านบาท

เอกนิติ-เชื่อดึงเงินลงทุนจริง-เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย-ปี-69-แตะ-7-แสนล้านบาทเอกนิติ เชื่อดึงเงินลงทุนจริง เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ปี 69 แตะ 7 แสนล้านบาท

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.49 น.

“เอกนิติ” เชื่อดึงเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ปี 2569 แตะ 7 แสนล้านบาท หลังยอดคำขอลงทุนพุ่งต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด Thailand FastPass โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวรายงานตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยในปีนี้เกือบ 7 แสนล้านบาท ผ่านการเร่งรัดโครงการ BOI Fast Pass และ Thailand FastPass เน้นการเปลี่ยนความเชื่อมั่นจากใบสมัครส่งเสริมการลงทุนให้กลายเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 

นายเอกนิติ กล่าวว่า ความสำเร็จนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการจ้างงานและการฟื้นตัวของภาคการผลิตในทุกภูมิภาคทั่วประเทศตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการใช้การลงทุนเป็นตัวนำในการขับเคลื่อนศักยภาพการแข่งขันของชาติในเวทีโลกอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงานรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนในทุกขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายจริงในระบบเศรษฐกิจไทยตามความต้องการของนายกรัฐมนตรีที่กำหนดให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุนอย่างแท้จริง

“นโยบายนี้จะช่วยเร่งดำเนินโครงการให้รวดเร็วขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประเทศเพิ่มศักยภาพการแข่งขันตามทิศทางที่นายกรัฐมนตรีได้วางรากฐานไว้สำหรับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั่วโลกที่ต้องการขยายฐานการผลิตมายังประเทศไทย รัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินงานด้วยความรวดเร็วและประสาประสานงานกันอย่างใกล้ชิดทุกหน่วยงานเพื่อสนับสนุนโครงการลงทุนที่ผ่านการพิจารณาให้สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีโดยไร้อุปสรรคทางด้านระเบียบปฏิบัติที่ยุ่งยากในอดีต” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2568 พบว่ามียอดขอรับการส่งเสริมรวมมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท ถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างชัดเจน การที่มีเงินมหาศาลจ่อคิวเข้ามาลงทุนนี้เป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลต้องเร่งสร้างกลไกที่อำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้ผ่านโครงการเร่งรัดการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ 

สำหรับความเชื่อมั่นเหล่านี้เกิดจากความมั่นคงทางนโยบายและการที่รัฐบาลสามารถสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนผ่านความร่วมมือกับนานาชาติอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ผ่านมาจนได้รับการยอมรับจากองค์กรจัดอันดับระดับโลก ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มการขยายตัวของการลงทุนที่ยังคงมีความร้อนแรงอย่างต่อเนื่องโดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 นี้ มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนพุ่งสูงถึง 1 ล้านล้านบาทภายในไตรมาสเดียว ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 142%

ด้านความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ล่าสุดพบว่าอันดับที่ประกาศโดยสถาบันไอเอ็มดีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการปรับตัวดีขึ้นจากอันดับที่ 30 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 26 ในภาพรวมซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจในหลายมิติ โดยเมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่ามิติด้านการลงทุนระหว่างประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากอันดับที่ 30 มาเป็นอันดับที่ 24 ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการ Thailand FastPass ที่ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นให้สูงขึ้น 

เช่นเดัยวกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกทั้งมูดี้ส์และเอสแอนด์พีได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยให้มีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอันเป็นสัญญาณที่ยืนยันถึงความสำเร็จของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติให้มีความมั่นคง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทยอย่างชัดเจนและเป็นการตอกย้ำว่านโยบายการดึงดูดการลงทุนของนายกรัฐมนตรีเดินมาถูกทางในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มทุนข้ามชาติที่ต้องการความมั่นคงในระยะยาว

อย่างไรก็ดีนโยบายการเร่งรัดการลงทุนยังส่งผลสะท้อนไปยังตัวเลขจีดีพีในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมาซึ่งมีการขยายตัว 2.8% โดยเฉพาะในส่วนของการลงทุนภาคเอกชนที่มีอัตราการขยายตัวสูงถึง 10.1% ซึ่งถือเป็นการเติบโตในระดับเลขสองหลักเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี การขยายตัวดังกล่าวนับเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าโครงการส่งเสริมการลงทุนเริ่มมีการใช้จ่ายเงินจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากกว่า 2 แสนล้านบาทไปแล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมาผ่านกลไกการเร่งรัดที่รัฐบาลได้ริเริ่มขึ้น 

“การเติบโตนี้ส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการคลังและสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องในระยะยาวผ่านเม็ดเงินลงทุนที่จะไหลเข้าสู่ภาคการผลิตและภาคการก่อสร้างของประเทศอย่างสม่ำเสมอ รัฐบาลมั่นใจว่าด้วยแนวโน้มการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งเช่นนี้จะทำให้เป้าหมายการลงทุนจริงจำนวน 7 แสนล้านบาทสามารถบรรลุผลสำเร็จได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้เพื่อเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนจีดีพีปีนี้” รองนายกฯ กล่าว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/972671&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26CsTLkhZUMQLX_n7H5cO7