ประธานหอการค้าฯนำทีมเข้าพบ‘วราวุธ’ ถกปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรม ยื่นข้อเสนอ ปลดล็อคกฎระเบียบ ส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พืชพลังงานและพลังงานสะอาด เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยหลังนำคณะกรรมการฯ เข้าพบ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ว่า ได้หารือถึงปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย พร้อมนำผลการหารือร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ในประเด็นข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย 10 ด้าน ได้แก่ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค 5 ภาค
รวมถึงเสนอไฮไลท์ข้อเสนอ 7 ด้านหลักเพื่อเร่งฟื้นฟูและยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันได้ประกอบด้วย
1. ปลดล็อกกฎระเบียบและยกระดับ Ease of Doing Business
2. ส่งเสริมเทคโนโลยีนวัตกรรม และอุตสาหกรรมอัจฉริยะ
3. ผลักดันพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมสีเขียว
4.ปกป้องอุตสาหกรรมไทยจากสินค้าทุ่มตลาดและสินค้าด้อยมาตรฐาน
5. พัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปและเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย
6. ดึงดูดการลงทุนและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานไทย
7. ดูแลผลกระทบเฉพาะอุตสาหกรรมและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ
ทั้งนี้นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ได้กล่าวต้อนรับ พร้อมแสดงความยินดีที่คณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเข้าพบหารือ ตลอดจน ได้ฉายภาพรวมนโยบายหลักกระทรวงรองรับความท้าทายด้าน Geopolitics , Digital Disruption เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันซึ่งจะเป็นทางรอดของอุตสาหกรรมไทย
ทางหอการค้าไทย ได้ร่วมนำเสนอประเด็นสำคัญ เพื่อสร้างโอกาสให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยและยกระดับ SMEs ไทยในหลายมิติที่สำคัญ อาทิ ความท้าทายในการส่งเสริม SMEs การขับเคลื่อนและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทยในปัจจุบันยังประสบปัญหาจากการขาดนิยาม SMEs ที่ชัดเจนในการสนับสนุน
รวมถึงปัญหาด้านฐานข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเงิน โดยไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ ข้อมูลบางส่วนจึงซ้ำซ้อน ไม่เป็นปัจจุบัน และไม่สะท้อนความเป็นจริงของธุรกิจ ส่งผลให้ภาครัฐขาดประสิทธิภาพในการกำหนดนโยบายและมาตรการช่วยเหลือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพราะไม่สามารถระบุกลุ่มเป้าหมาย ความต้องการที่แท้จริง และระดับศักยภาพของ SMEs ได้อย่างแม่นยำ
การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเพิ่มบทบาทการส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์การลงทุนจาก BOI ตามประเภทอุตสาหกรรมที่กำหนดไว้ เพื่อเป็นการขยายโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้มากขึ้น
การส่งเสริมพลังงานชีวมวลและสิ่งแวดล้อม เสนอให้มีการส่งเสริมการนำใบอ้อยและกากอ้อยซึ่งมีปริมาณมากกว่า 10 ล้านตัน มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งแนวทางนี้นอกจากจะช่วยลดปัญหาการเผาที่เป็นต้นเหตุของมลภาวะฝุ่นละอองทางอากาศแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย
นอกจากนั้นเสนอให้ภาครัฐกำหนดบทบาทหน่วยงานในพื้นที่ให้ชัดเจนและเข้มงวดในการกำกับดูแลโรงงานที่เกี่ยวข้องกับของเสียและวัตถุอันตราย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
การเพิ่ม Productivity เร่งยกระดับผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคบริการ ผ่านการพัฒนาทักษะดิจิทัลและเทคโนโลยีของแรงงานไทย ตลอดจนขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมได้ประสานกระทรวงการคลังพิจารณาสนับสนุนค่าใช้จ่ายนักศึกษาระบบทวิภาคีและ CWIE ในรูปแบบ Co-payment เพื่อลดภาระผู้ประกอบการและเร่งสร้างกำลังคนคุณภาพสูง พร้อมทบทวนร่าง พ.ร.บ.โรงงานฯ ในประเด็นที่อาจเพิ่มภาระต่อการดำเนินธุรกิจ
การวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ เสนอให้จัดตั้งกองทุนสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม ตลอดจนผลักดันโครงการ Thailand Humanoid Initiative 2030 เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานหุ่นยนต์และ AI
และการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เร่งยกระดับมาตรฐานเม็ดพลาสติกเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลสินค้านำเข้าอย่างเข้มงวด
อย่างไรก็ตามการหารือครั้งนี้ สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/43677&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XF4cMrdUuw6OAAaNuyADI

