• Tue. Jun 9th, 2026

รวม 8 มาตรการ … จากงาน “GovernorConnect”

รวม-8-มาตรการ-…-จากงาน-“governorconnect”รวม 8 มาตรการ … จากงาน “GovernorConnect”

ผู้ว่าการแบงก์ชาติ คุณวิทัย รัตนากร ได้พูดคุยกับสื่อมวลชนในงาน GovernorConnect ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 2 เมื่อ 2 มิ.ย. 69 โดยได้เล่าภาพเศรษฐกิจที่ถูกกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ จึงคาดว่าเศรษฐกิจจะโตราว 2%  ส่วนเงินเฟ้ออาจเร่งขึ้นเกินกรอบเป้าหมายในบางเดือนปีนี้ จากปัจจัยอุปทานและมีผลชั่วคราว ก่อนที่จะคลี่คลายในปีหน้า

คุณวิทัยฯ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ มาครบ 8 เดือน ได้พูดถึง 8 มาตรการเฉพาะจุด เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ประกอบด้วย

rn

 

rn

1. โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อแก้ปัญหาหนี้ NPL ให้ลูกหนี้รายย่อย โดยล่าสุด มีลูกหนี้เซ็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว กว่า 1 แสนบัญชี และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2 แสนบัญชีภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีอีกราว 9.3. หมื่นบัญชีที่สถาบันการเงินเร่งปรับโครงสร้างก่อนเริ่มโครงการ ดังนั้น จึงน่าจะช่วยแก้ปัญหาหนี้ NPL ให้คนตัวเล็กได้ไม่ต่ำกว่า 3 แสนราย

rn

 

rn

2. “SMEs Credit Boost” ที่เป็นกลไกลด credit cost ให้กับสินเชื่อใหม่ในธุรกิจกลุ่มศักยภาพ เพื่อจะขยายสินเชื่อ SMEs โดยล่าสุด มียอดอนุมัติสินเชื่อราว 5.4 พันล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 4 หมื่นล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้ โดยอยู่ระหว่างการขยายความช่วยเหลือไปยังกลุ่มที่ถูกกระทบจากสงครามตะวันออกกลางด้วย

rn

 

rn

3. “SMEs Secure+” คือ การผ่อนปรนเกณฑ์พิจารณาให้สินเชื่อโดยคำนึงถึงหลักประกันที่ดินเป็นการชั่วคราว หรือ “มีที่มีเงิน” เพื่อเติมสภาพคล่องให้ SMEs ได้ โดยธนาคารพาณิชย์ 14 แห่งเข้าร่วมแล้ว และคาดว่าภายในกลางปีหน้า จะเพิ่มสินเชื่อได้ 5 หมื่นล้านบาท

rn

 

rn

ทั้ง 3 มาตรการนี้ เป็น กลุ่มมาตรการที่แบงก์ชาติออก เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะคนตัวเล็กค่ะ

rn

 

rn

4. การกำกับธุรกรรมทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น กำหนดวงเงินซื้อขายทองคำสกุลบาท ไม่เกินด้านละ 50 ล้านบาท/ คน/ วัน/ แพลตฟอร์ม และ การกำหนดให้ร้านทองรายใหญ่รายงานข้อมูลธุรกรรมทองคำที่สำคัญ ซึ่งมีส่วนทำให้ correlation ระหว่างค่าเงินบาทกับราคาทองคำลดลง จาก 80% เหลือ 40% โดยอาจมีผลของราคาทองขาลงอยู่บ้าง แต่โดยภาพรวม ปริมาณการถอนทองคำจากแพลตฟอร์มลดลง

rn

 

rn

5. การติดตามธุรกรรมซื้อ/ ขาย USDT ของ non-resident โดยเป็นการดำเนินการร่วมกับ กลต.

rn

 

rn

ทั้ง 2 มาตรการนี้ ช่วยอุดรอยรั่ว ลดการเก็งกำไร และป้องกันความผันผวนของค่าเงินบาทในทางอ้อมค่ะ

rn

 

rn

6. การดูแลธุรกรรมผิดปกติ ผ่านการกำกับธุรกรรม “ถอนเงินสด” ≥ 5 ล้านบาท ล่าสุด พบว่าจำนวนรายการถอนเงินสดลดลง 28% ในระยะถัดไป แบงก์ชาติเตรียมกำกับเพิ่มเติมด้าน “ฝากเงินสด” และ “แลกเงินสด” ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป โดยมาตรการนี้จะช่วยสกัดธุรกรรมไม่พึงประสงค์ และทำให้ระบบการเงินโปร่งใสขึ้น

rn

 

rn

7. การสร้างมาตรฐานและลดค่าธรรมเนียม เป็นมาตรการใหม่ ที่เพิ่งประกาศในราชกิจจาฯ สะท้อนต้นทุนที่ลดลงบางส่วนตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป โดยปรับลดและยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียม 4 ประเภท รวม 19 รายการ ได้แก่ (1) บัญชีเงินฝาก 3 รายการ (2) บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 3รายการ (3) ธุรกรรมการชำระเงิน 8 รายการ และ (4) การให้สินเชื่อ SMEs 5 รายการ ประชาชนจะได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ โดยจะทยอยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ก.ค. ไปจนถึง 1 ต.ค. 69 เพื่อให้เวลาแก่ สง. เตรียมความพร้อมและปรับระบบ  

rn”}}” id=”text-9fcb35296e”>

คุณวิทัยฯ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ มาครบ 8 เดือน ได้พูดถึง 8 มาตรการเฉพาะจุด เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ประกอบด้วย

1. โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อแก้ปัญหาหนี้ NPL ให้ลูกหนี้รายย่อย โดยล่าสุด มีลูกหนี้เซ็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว กว่า 1 แสนบัญชี และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2 แสนบัญชีภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีอีกราว 9.3. หมื่นบัญชีที่สถาบันการเงินเร่งปรับโครงสร้างก่อนเริ่มโครงการ ดังนั้น จึงน่าจะช่วยแก้ปัญหาหนี้ NPL ให้คนตัวเล็กได้ไม่ต่ำกว่า 3 แสนราย

2. “SMEs Credit Boost” ที่เป็นกลไกลด credit cost ให้กับสินเชื่อใหม่ในธุรกิจกลุ่มศักยภาพ เพื่อจะขยายสินเชื่อ SMEs โดยล่าสุด มียอดอนุมัติสินเชื่อราว 5.4 พันล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 4 หมื่นล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้ โดยอยู่ระหว่างการขยายความช่วยเหลือไปยังกลุ่มที่ถูกกระทบจากสงครามตะวันออกกลางด้วย

3. “SMEs Secure+” คือ การผ่อนปรนเกณฑ์พิจารณาให้สินเชื่อโดยคำนึงถึงหลักประกันที่ดินเป็นการชั่วคราว หรือ “มีที่มีเงิน” เพื่อเติมสภาพคล่องให้ SMEs ได้ โดยธนาคารพาณิชย์ 14 แห่งเข้าร่วมแล้ว และคาดว่าภายในกลางปีหน้า จะเพิ่มสินเชื่อได้ 5 หมื่นล้านบาท

ทั้ง 3 มาตรการนี้ เป็น กลุ่มมาตรการที่แบงก์ชาติออก เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะคนตัวเล็กค่ะ

4. การกำกับธุรกรรมทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น กำหนดวงเงินซื้อขายทองคำสกุลบาท ไม่เกินด้านละ 50 ล้านบาท/ คน/ วัน/ แพลตฟอร์ม และ การกำหนดให้ร้านทองรายใหญ่รายงานข้อมูลธุรกรรมทองคำที่สำคัญ ซึ่งมีส่วนทำให้ correlation ระหว่างค่าเงินบาทกับราคาทองคำลดลง จาก 80% เหลือ 40% โดยอาจมีผลของราคาทองขาลงอยู่บ้าง แต่โดยภาพรวม ปริมาณการถอนทองคำจากแพลตฟอร์มลดลง

5. การติดตามธุรกรรมซื้อ/ ขาย USDT ของ non-resident โดยเป็นการดำเนินการร่วมกับ กลต.

ทั้ง 2 มาตรการนี้ ช่วยอุดรอยรั่ว ลดการเก็งกำไร และป้องกันความผันผวนของค่าเงินบาทในทางอ้อมค่ะ

6. การดูแลธุรกรรมผิดปกติ ผ่านการกำกับธุรกรรม “ถอนเงินสด” ≥ 5 ล้านบาท ล่าสุด พบว่าจำนวนรายการถอนเงินสดลดลง 28% ในระยะถัดไป แบงก์ชาติเตรียมกำกับเพิ่มเติมด้าน “ฝากเงินสด” และ “แลกเงินสด” ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป โดยมาตรการนี้จะช่วยสกัดธุรกรรมไม่พึงประสงค์ และทำให้ระบบการเงินโปร่งใสขึ้น

7. การสร้างมาตรฐานและลดค่าธรรมเนียม เป็นมาตรการใหม่ ที่เพิ่งประกาศในราชกิจจาฯ สะท้อนต้นทุนที่ลดลงบางส่วนตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป โดยปรับลดและยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียม 4 ประเภท รวม 19 รายการ ได้แก่ (1) บัญชีเงินฝาก 3 รายการ (2) บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 3รายการ (3) ธุรกรรมการชำระเงิน 8 รายการ และ (4) การให้สินเชื่อ SMEs 5 รายการ ประชาชนจะได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ โดยจะทยอยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ก.ค. ไปจนถึง 1 ต.ค. 69 เพื่อให้เวลาแก่ สง. เตรียมความพร้อมและปรับระบบ  

มาตรการปรับค่าธรรมเนียมนี้ เป็นความตั้งใจของแบงก์ชาติ เพื่อลดภาระทางการเงินของประชาชนและ SMEs ช่วยให้สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินด้วยค่าธรรมเนียมที่เหมาะสมและเป็นธรรม โดยผู้ว่าคุณวิทัยฯ กล่าวว่า “ไม่ได้สร้างภาระต่อธนาคารจนเกินไป ราว 1.5-2% ของกำไรสุทธิ แต่ประโยชน์ที่ประชาชนและ SMEs ที่ได้รับจะสะสมเป็นเม็ดเงินที่ช่วยลดภาระต้นทุนได้มาก”

rn

 

rn

8. การกำกับดูแลสินเชื่อ Buy Now Pay Later (BNPL) เป็นมาตรการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยผู้ว่าฯ กล่าวว่า “BNPL ไม่ได้เป็นคนร้าย แต่หากไม่คุม ทำให้มีการบริโภคเกินตัวก็ต้องระวัง” การใช้งาน BNPL โตเร็วมาก โดยจำนวนบัญชีเพิ่มจาก 6 แสนบัญชี ในปี 2564 เป็นเกือบ 5 ล้านบัญชี ในปี 2567 ส่วนมูลค่าสินเชื่อ BNPL ในปี 2567 สูงถึง 1.8 หมื่นล้านบาท โดยสินเชื่อ BNPL ที่ใช้งานง่าย อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับวงเงินและผ่อนจ่ายแบบไม่รู้ตัว ซึ่งหากจัดการไม่ดี จะทำให้เป็นหนี้เร็วและก่อหนี้โดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะกลุ่มอายุน้อยและรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีหนี้และเป็น NPL สูงอยู่แล้ว

rn

 

rn

เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว แบงก์ชาติอยู่ระหว่างพิจารณา การเข้าไปกำกับผู้ให้สินเชื่อแก่ผู้ซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มซื้อ-ขายออนไลน์ในการให้บริการ เช่น กำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ใช้บริการ ประเภท/ มูลค่าสินค้าขั้นต่ำ เพดานอัตราดอกเบี้ย แนวทางการให้ข้อมูลลูกค้าและการเสนอสินเชื่อ ซึ่งจะต้องไม่มีกรณีที่ลูกค้าได้รับวงเงินสินเชื่อโดยไม่รู้ตัว และต้องไม่ให้ลูกค้าชำระ BNPL โดยไม่รู้ตัว รวมถึงการประเมินศักยภาพการชำระคืนด้วย โดยคาดว่าจะเห็นแนวทางกำกับ BNPL ที่ชัดเจนภายในปีนี้

rn

 

rn

ทั้งหมดนี้ เป็นมาตรการที่แบงก์ชาติตั้งใจทำ เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะคนตัวเล็กค่ะ

rn”}}” id=”text-19a9fd8371″>

มาตรการปรับค่าธรรมเนียมนี้ เป็นความตั้งใจของแบงก์ชาติ เพื่อลดภาระทางการเงินของประชาชนและ SMEs ช่วยให้สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินด้วยค่าธรรมเนียมที่เหมาะสมและเป็นธรรม โดยผู้ว่าคุณวิทัยฯ กล่าวว่า “ไม่ได้สร้างภาระต่อธนาคารจนเกินไป ราว 1.5-2% ของกำไรสุทธิ แต่ประโยชน์ที่ประชาชนและ SMEs ที่ได้รับจะสะสมเป็นเม็ดเงินที่ช่วยลดภาระต้นทุนได้มาก”

8. การกำกับดูแลสินเชื่อ Buy Now Pay Later (BNPL) เป็นมาตรการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยผู้ว่าฯ กล่าวว่า “BNPL ไม่ได้เป็นคนร้าย แต่หากไม่คุม ทำให้มีการบริโภคเกินตัวก็ต้องระวัง” การใช้งาน BNPL โตเร็วมาก โดยจำนวนบัญชีเพิ่มจาก 6 แสนบัญชี ในปี 2564 เป็นเกือบ 5 ล้านบัญชี ในปี 2567 ส่วนมูลค่าสินเชื่อ BNPL ในปี 2567 สูงถึง 1.8 หมื่นล้านบาท โดยสินเชื่อ BNPL ที่ใช้งานง่าย อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับวงเงินและผ่อนจ่ายแบบไม่รู้ตัว ซึ่งหากจัดการไม่ดี จะทำให้เป็นหนี้เร็วและก่อหนี้โดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะกลุ่มอายุน้อยและรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีหนี้และเป็น NPL สูงอยู่แล้ว

เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว แบงก์ชาติอยู่ระหว่างพิจารณา การเข้าไปกำกับผู้ให้สินเชื่อแก่ผู้ซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มซื้อ-ขายออนไลน์ในการให้บริการ เช่น กำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ใช้บริการ ประเภท/ มูลค่าสินค้าขั้นต่ำ เพดานอัตราดอกเบี้ย แนวทางการให้ข้อมูลลูกค้าและการเสนอสินเชื่อ ซึ่งจะต้องไม่มีกรณีที่ลูกค้าได้รับวงเงินสินเชื่อโดยไม่รู้ตัว และต้องไม่ให้ลูกค้าชำระ BNPL โดยไม่รู้ตัว รวมถึงการประเมินศักยภาพการชำระคืนด้วย โดยคาดว่าจะเห็นแนวทางกำกับ BNPL ที่ชัดเจนภายในปีนี้

ทั้งหมดนี้ เป็นมาตรการที่แบงก์ชาติตั้งใจทำ เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะคนตัวเล็กค่ะ

 

rn

** บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของหน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัด **

rn”}}” id=”disclaimer”>

** บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของหน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัด **

ผู้เขียน

pornpen photo

ดร.พรเพ็ญ สดศรีชัย

ธนาคารแห่งประเทศไทย
คอลัมน์ “แจงสี่เบี้ย”
ฉบับวันที่ 9 มิถุนายน 2569

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/article-20260609.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WLtrm0OTAYpyfvsCUZOQQ