เศรษฐกิจไทยในปี 2569 กำลังส่งสัญญาณเปราะบางมากกว่าที่หลายคนคิด แม้ตัวเลขภาพรวมบางด้านยังถูกมองว่าฟื้นตัว แต่ภายใต้ความเคลื่อนไหวของภาคอุตสาหกรรม กลับเริ่มเห็นรอยร้าวที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลาง หรือ SMEs ที่กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนสูง สินค้านำเข้าราคาถูก และการแข่งขันจากเทคโนโลยีใหม่
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การทะลักเข้ามาของสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากแข่งขันได้ยาก ขณะเดียวกัน ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบยังอยู่ในระดับสูง ซ้ำเติมภาระของธุรกิจขนาดเล็กที่มีสภาพคล่องจำกัด
นอกจากนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ยังเริ่มส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตสินค้าไทยหลายประเภท ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องปรับอากาศ และอาหารแปรรูป ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยมองว่า ตัวเลขโรงงานปิดกิจการที่ปรากฏ อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงยังมี SMEs อีกจำนวนมากที่เข้าสู่ภาวะ “หยุดกิจการชั่วคราว” หรือดำเนินธุรกิจต่อแบบประคองตัว เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันด้านต้นทุนและบริหารซัพพลายเชนได้
ขณะเดียวกัน ระบบเศรษฐกิจฐานรากยังเผชิญปัญหาหนี้สินและการเข้าถึงเงินทุน โดยยอดสินเชื่อ SMEs ของไทยติดลบต่อเนื่องยาวนานถึง 13 ไตรมาส สอดคล้องกับตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงถึง 87.8% ของ GDP สะท้อนว่าทั้งผู้ประกอบการและประชาชนกำลังเผชิญภาวะขาดสภาพคล่องพร้อมกัน
สวนทางกับกลุ่มทุนขนาดกลางและขนาดใหญ่ ที่ยังสามารถเดินหน้าลงทุนและขยายกิจการได้ต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 152,500 ล้านบาท อีกทั้งการจ้างงานใหม่กว่า 99.3% ยังอยู่ในโรงงานขนาดกลางและขนาดใหญ่เป็นหลัก แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของโอกาสทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV และ AI ผู้ประกอบการที่ปรับตัวไม่ทันกำลังเผชิญความเสี่ยงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์เสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ SMEs ทั้งการป้องกันการทุ่มตลาด การเพิ่มทักษะแรงงาน การลดต้นทุน และการเปิดทางให้ธุรกิจรายเล็กเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้จริง
เพราะหากปล่อยให้ SMEs ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทยอ่อนแอลงต่อเนื่อง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจไม่ใช่เพียงปัญหาโรงงานปิดกิจการ แต่คือสัญญาณความน่ากลัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อจากนี้
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/863552&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Opo55po-t8dXH1GkXbuFO

