• Wed. May 20th, 2026

“ภาษีบุหรี่อัตราเดียว” ช่วย “รัฐ” หรือ ช่วยซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย ?

“ภาษีบุหรี่อัตราเดียว”-ช่วย-“รัฐ”-หรือ-ช่วยซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย-?“ภาษีบุหรี่อัตราเดียว” ช่วย “รัฐ” หรือ ช่วยซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย ?

 “ภาษีบุหรี่อัตราเดียว” ช่วย “รัฐ” หรือ ช่วยซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย ?

จากกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลรื้อโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ โดยเสนอให้ยกเลิกระบบ 2 อัตราในปัจจุบัน (25% และ 42%) แล้วหันมาใช้ระบบ “อัตราเดียว” (Single Rate) โดยอ้างว่าจะช่วยลดความบิดเบือนของตลาดและเพิ่มรายได้ให้รัฐนับหมื่นล้านบาทนั้น หากมองเพียงผิวเผินอาจดูเป็นหลักการที่สมเหตุสมผล แต่ในทางเศรษฐศาสตร์และบริบทความเป็นจริงของประเทศไทย ข้อเสนอนี้อาจเป็น “ยาพิษเคลือบน้ำตาล” ที่ส่งผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากมากกว่าที่คิด

เมื่อวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง มี 3 ประเด็นสำคัญที่สะท้อนว่าระบบ “อัตราเดียว” อาจไม่ใช่คำตอบ และจะนำมาซึ่งความเสียหายมากกว่าผลดี

Advertisements

1. เปิดทาง “บุหรี่นอก” ทุบตลาดไทย ขยับสู่การผูกขาดของทุนข้ามชาติ

ในปัจจุบัน ระบบ 2 อัตราทำหน้าที่เป็นกำแพงสกัดไม่ให้เกิดการแข่งขันที่เหลื่อมล้ำ หากรัฐบาลประกาศใช้ระบบ “อัตราเดียว” (ซึ่งมักจะขยับขึ้นไปใกล้อัตราบน) สิ่งที่จะเกิดขึ้นทันทีคือ “บุหรี่นำเข้าจากต่างประเทศ” ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำและมีงบประมาณการตลาดมหาศาล จะปรับลดราคาขายปลีกลงมาอยู่ในระดับเดียวกับบุหรี่ที่ผลิตในประเทศ

นี่คือกลยุทธ์การทำลายราคา (Price Dumping) ที่จะทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อบุหรี่นอกในราคาที่ถูกลง ส่งผลให้ การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของไทยสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดอย่างรุนแรง และอาจนำไปสู่ภาวะขาดทุนจนไม่สามารถส่งรายได้เข้ารัฐได้อีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น เม็ดเงินกำไรจากการสูบบุหรี่ของคนไทยจะไหลออกนอกประเทศไปสู่กระเป๋าของกลุ่มทุนข้ามชาติเกือบทั้งหมด

2. ผลกระทบลูกโซ่ลามถึง “ชาวไร่ยาสูบ” นับหมื่นครัวเรือน

เมื่อยอดขายของ ยสท. ถูกบุหรี่ต่างประเทศเข้ามาแย่งชิงไป สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือการลดกำลังการผลิตและ “ลดโควตาการรับซื้อใบยาสูบ” จากเกษตรกรไทย

ปัจจุบันมีพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พึ่งพาการปลูกยาสูบเป็นอาชีพหลักนับหมื่นครัวเรือน การปรับภาษีเป็นอัตราเดียวจึงไม่ใช่การปกป้องชาวไร่ตามที่บางฝ่ายเข้าใจ แต่เป็นการตัดช่องทางทำมาหากินของเกษตรกรไทยโดยตรง ในขณะที่บุหรี่นำเข้าจากต่างประเทศไม่ได้ใช้ใบยาสูบที่เพาะปลูกโดยเกษตรกรไทยเลยแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว

3. เป็นการเติมเชื้อไฟให้ “ตลาดบุหรี่เถื่อน” เติบโตอย่างสมบูรณ์

บทเรียนจากหลายประเทศทั่วโลกชี้ชัดว่า การขึ้นภาษีแบบก้าวกระโดดหรือการบังคับใช้ภาษีอัตราเดียวที่ทำให้ราคาบุหรี่ถูกกฎหมายขั้นต่ำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ได้ทำให้คนเลิกสูบบุหรี่ได้จริง แต่เป็นการผลักดันให้ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยหนีเข้าสู่ตลาดมืด

ปัจจุบัน “บุหรี่เถื่อนและบุหรี่ออนไลน์” กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักเนื่องจากราคาถูกกว่าบุหรี่ถูกกฎหมายหลายเท่าตัว หากรัฐบาลปรับเป็นอัตราเดียวจนบุหรี่ถูกกฎหมายราคาแพงขึ้นทั้งกระดาน ก็เท่ากับเป็นการสร้างแรงจูงใจให้คนหันไปซื้อบุหรี่หนีภาษีมากขึ้น ผลลัพธ์คือรัฐจะจัดเก็บภาษีได้น้อยลงกว่าเดิม และไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงทางสุขภาพของประชาชนได้เลยเพราะเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

หากรัฐบาลต้องการเพิ่มรายได้ภาษีและลดความบิดเบือนของตลาดอย่างแท้จริง สิ่งที่ต้องเร่งทำไม่ใช่การเปลี่ยนเป็นระบบอัตราเดียวที่จะสร้างความเสียหายวงกว้าง แต่คือ: การยกระดับการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างเฉียบขาด ทั้งช่องทางชายแดนและร้านค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นตัวการใหญ่ที่สูบเงินภาษีของรัฐไปปีละหลายหมื่นล้านบาท

การปรับปรุงช่องว่างภาษีระหว่างบุหรี่ซองและยาเส้น ให้มีความเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการย้ายฐานการบริโภค และช่วยรักษาสมดุลของอุตสาหกรรมในประเทศ

การพิจารณานโยบายภาษีสรรพสามิตยาสูบหลังจากนี้ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมองให้รอบด้าน ไม่ควรมองเพียงมิติของตัวเลขรายได้ในกระดาษ แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐวิสาหกิจไทย รายได้ของเกษตรกรไทย และสถานการณ์บุหรี่เถื่อนที่กำลังวิกฤตอยู่ในขณะนี้ด้วย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bangkok-today.com/816618-2/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aq46CnpRf0hHRZG6mvh7S