ศึกษาฯ – พม. – พาณิชย์ ออกมาตรการลดภาระค่าครองชีพผู้ปกครองทั่วประเทศก่อนเปิดเทอม
8/05/2569 | 6 |
ศึกษาฯ – พม. – พาณิชย์ ออกมาตรการลดภาระค่าครองชีพผู้ปกครองทั่วประเทศก่อนเปิดเทอม
บทสรุป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ายกระดับระบบการศึกษาไทย โดยให้ความสำคัญทั้งคุณภาพการเรียนรู้ ความปลอดภัยของนักเรียนและสถานศึกษา และลดภาระ
ค่าครองชีพของผู้ปกครอง ซึ่งโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่จะเปิดภาคเรียนในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 และบางแห่งจะทยอยเปิดในวันที่ 14 – 15 พฤษภาคม 2569โดยรัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกด้าน “ความปลอดภัยในสถานศึกษา” เป็นวาระเร่งด่วน ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้ายกระดับการศึกษาไทยด้วยนโยบาย “All for Education” ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างทักษะแห่งอนาคต และออกมาตรการลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง เช่น อนุโลมให้นักเรียนใช้ชุดเดิมได้ แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายสถานศึกษา ไม่บังคับซื้อชุดลูกเสือ–เนตรนารี เต็มชุด และจัดหาอุปกรณ์การเรียนราคาประหยัด นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดกิจกรรม “Back to School ฟรีดอกเบี้ย” วงเงินจำนำไม่เกิน 5,000 บาท สำหรับผู้ที่ใช้บริการระหว่างวันที่ 16 เม.ย. – 31 พฤษภาคม 2569 ณ สถานธนานุเคราะห์ทั่วประเทศ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน และกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จัดโครงการพาณิชย์ลดค่าครองชีพประชาชน “Back to School 2026” (เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า) เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองและนักเรียนทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท ครอบคลุมสินค้าและบริการจำเป็นด้านการศึกษากว่า 1,000 รายการ ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ส่วนลดสูงสุด 86% พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนเลือกซื้อสินค้าราคาประหยัดในโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ณ ที่ว่าการอำเภอ ทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และทุกวันศุกร์ ตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม 2569 โดยครั้งถัดไปจัดในวันที่ 15 22 และ 29 พฤษภาคม 2569 ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น.
รายละเอียด
(7 พ.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ายกระดับระบบการศึกษาไทยอย่างรอบด้าน โดยให้ความสำคัญทั้ง “คุณภาพการเรียนรู้” ควบคู่กับ “ความปลอดภัยของนักเรียน” พร้อมทั้งดูแลภาระค่าครองชีพของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงานอย่างเป็นระบบ โดยโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่จะเปิดภาคเรียนในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 และบางแห่งจะทยอยเปิดในวันที่ 14 – 15 พฤษภาคม 2569
โดยรัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกด้าน “ความปลอดภัยในสถานศึกษา” เป็นวาระเร่งด่วน (Quick Win) โดยในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 กระทรวงศึกษาธิการจะจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “วางระบบความปลอดภัยนักเรียน” ร่วมกับ 18 หน่วยงานสำคัญ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านสังคม เพื่อเชื่อมโยงระบบการดูแล ป้องกัน และช่วยเหลือนักเรียนอย่างครบวงจร
ส่วนการขับเคลื่อนการศึกษา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้ายกระดับการศึกษาไทยด้วยนโยบาย “All for Education” ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างทักษะแห่งอนาคต เพื่อขับเคลื่อนการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น ระบบ School management system ทำให้โรงเรียนกว่า 7,023 แห่ง เข้าสู่ระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพและโปร่งใส การระดมทุนเพื่อการศึกษาและมีพันธมิตร (School Partner) ทั้งรัฐและเอกชนดูแลโรงเรียนทุกแห่ง พร้อมพัฒนาผู้นำและบุคลากร และพัฒนาศักยภาพผู้บริหารและครูกว่า 82,000 คน จัดหา ICT Talent เข้าไปดูแลด้านเทคโนโลยีในโรงเรียนครบทุกแห่ง จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ (Learning Center) กว่า 2,000 แห่ง มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI (Digital & AI Infrastructure) เพื่อส่งเสริมครูให้ประยุกต์ใช้ AI ในการสอน และให้เด็กทุกคนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ระดับโลกได้อย่างเท่าเทียม
สำหรับมาตรการลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม ประกอบด้วย
– คณะรัฐมนตรีมีมติปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนอย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครอบคลุมทั้งภาคเรียนที่ 2/2568 และภาคเรียนที่ 1/2569 โดยเพิ่มในทุกระดับชั้นและหมวดค่าใช้จ่าย อาทิ ค่าใช้จ่ายจัดการเรียนการสอนระดับก่อนประถม 2,040 บาทต่อคนต่อปี ระดับประถม 2,280 บาท มัธยมศึกษาตอนต้น 4,200 บาท และมัธยมศึกษาตอนปลาย 4,560 บาท รวมถึงการสนับสนุนค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และเงินเพิ่มสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อช่วยลดภาระผู้ปกครองและยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเท่าเทียม
– นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออก 2 มาตรการสำคัญก่อนเปิด
ภาคเรียน ดังนี้
1) ลดค่าใช้จ่ายทันที ยกระดับจากการขอความร่วมมือ เป็นแนวทางปฏิบัติที่ทุกสถานศึกษาต้องดำเนินการ
• อนุโลมให้นักเรียนสามารถใช้ชุดเดิมได้ แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายสถานศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อน
• ส่งเสริมให้สถานศึกษาพิจารณาเพิ่มวันสวมใส่ชุดพละหรือชุดสุภาพ เพื่อลดความจำเป็นในการจัดซื้อชุดใหม่
• ชุดลูกเสือ–เนตรนารี ไม่บังคับจัดซื้อชุดเต็มรูปแบบ โดยสามารถใช้เฉพาะผ้าผูกคอและหมวกร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้
• ไม่จำกัดรูปแบบกระเป๋าและรองเท้า ไม่จำเป็นต้องมีตราสถานศึกษา โดยคำนึงถึงความสุภาพ ความเหมาะสมและการใช้งานจริง
• การปักชื่อเครื่องแบบนักเรียน ปรับจากการปักชื่อ–นามสกุลเต็ม เป็นการใช้อักษรย่อของสถานศึกษา เพื่อลดต้นทุน เพิ่มอายุการใช้งาน และสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
• การบริหารจัดการระดับสถานศึกษา มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาออกแบบมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมตามบริบทของพื้นที่ โดยยึดประโยชน์สูงสุดของนักเรียนและผู้ปกครอง
2) จัดหาอุปกรณ์การเรียน “ราคาควบคุม” เพิ่มทางเลือก ลดค่าใช้จ่ายจริง โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดหาและกระจายหนังสือเรียน แบบเรียน เครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นในราคาควบคุมเพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และมีทางเลือกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม
– นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขับเคลื่อนภารกิจ “โรงรับจำนำของรัฐเพื่อสังคม” หรือ สำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) เพื่อช่วยเหลือทางการเงินสำหรับประชาชน ด้วยการรับจำนำในอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในประเทศ ซึ่งได้เดินหน้าเปิดโครงการส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้แก่ประชาชน ในกิจกรรม “Back to School ฟรีดอกเบี้ย” ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน ที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยผู้ใช้บริการที่มีวงเงินจำนำไม่เกิน 5,000 บาท ได้รับสิทธิ์ ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือน ที่มาใช้บริการจำนำ ระหว่างวันที่ 16 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 ณ สถานธนานุเคราะห์ทุกแห่งทั่วประเทศ คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมโครงการฯ ประมาณ 8,400 ราย คิดเป็นวงเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 41 ล้านบาท ซึ่งสามารถช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินในระยะสั้น และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม ประชาชนผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเข้ารับบริการได้ที่สถานธนานุเคราะห์ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือโทร. 0 2281 5888
– นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จัดโครงการพาณิชย์ลดค่าครองชีพประชาชน “Back to School 2026” (เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า) ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองและนักเรียนทั่วประเทศ ครอบคลุมสินค้าและบริการจำเป็นด้านการศึกษากว่า 1,000 รายการ โดยจัดกิจกรรมลดราคาตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 ส่วนลดสูงสุดถึง 86% คาดว่าจะสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดกิจกรรมลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้ปกครองและนักเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ กว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ โดยกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้คัดเลือกโรงเรียนที่มีความจำเป็นและอยู่ในพื้นที่ขาดแคลน ขณะที่กรมการค้าภายในจะนำสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และเครื่องเขียน ไปจัดจำหน่ายในราคาประหยัด เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง และร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ โดย Lazada จัดแคมเปญ Flash Sale ลดสูงสุด 70% และ Shopee มอบส่วนลดเพิ่มเติมผ่านโค้ดพิเศษ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวกในทุกช่องทาง ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าและใช้บริการภายใต้โครงการ “Back to School 2026” ได้ผ่านห้างสรรพสินค้า ร้านค้าที่ร่วมรายการ ร้านธงฟ้า และแพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วประเทศ รวมถึง “คู่มือช็อปคุ้ม ฉบับเปิดเทอมอุ่นใจ (Back to School 2026)” ในรูปแบบ E-Catalog ดูรายละเอียด ได้ทาง https://www.dit.go.th/…/Flip…/20260430084246/mobile.html
เชิญชวนประชาชนเลือกซื้อสินค้าราคาประหยัด ในโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ”
ณ ที่ว่าการอำเภอ ทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และทุกวันศุกร์ ตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม 2569 โดยครั้งถัดไปจัดในวันที่ 15 22 และ 29 พฤษภาคม 2569 ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น.
รูปภาพ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/501157&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SUB1IdhwW6qA7hTYI_0NU

