• Thu. Apr 23rd, 2026

ลอสแอนเจลิสออกกฎจำกัดเวลาใช้หน้าจอในห้องเรียน ห่วงเด็กเสี่ยงอ้วน-ซึมเศร้า

ลอสแอนเจลิสออกกฎจำกัดเวลาใช้หน้าจอในห้องเรียน-ห่วงเด็กเสี่ยงอ้วน-ซึมเศร้าลอสแอนเจลิสออกกฎจำกัดเวลาใช้หน้าจอในห้องเรียน ห่วงเด็กเสี่ยงอ้วน-ซึมเศร้า

นครลอสแอนเจลิสของสหรัฐอเมริกา มีมติผ่านมาตรการควบคุมการใช้หน้าจอในห้องเรียนของนักเรียน ระหว่างการทำกิจกรรมการเรียนการสอน หวั่นเทคโนโลยีก่อปัญหาสุขภาพทั้ง โรคอ้วน และซึมเศร้า และพัฒนาการถดถอย

มาตรการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 0 (งดออกเสียง 1) ส่งผลให้เขตการศึกษาลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นเขตการศึกษาที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่แรก ๆ ของสหรัฐฯ ที่กำหนดแนวทางจำกัดเวลาใช้หน้าจอในห้องเรียนแบบเป็นระบบ แยกตามช่วงชั้นของนักเรียน

นิค เมลวอน ผู้เสนอร่างมาตรการ ระบุว่านโยบายนี้จะช่วยให้ลอสแอนเจลิสก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับประเทศในประเด็นดังกล่าว ต่อเนื่องจากการออกมาตรการห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียนเมื่อปี 2567

ฝ่ายสนับสนุนชี้ว่า นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างความจำเป็นในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ กับความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่า การใช้หน้าจอมากเกินไปกำลังส่งผลกระทบต่อสมาธิและพัฒนาการทางสังคมของเด็ก

ที่ผ่านมาเขตการศึกษาลอสแอนเจลิสซึ่งมีนักเรียนราว 500,000 คน ใช้แล็ปท็อปและแท็บเล็ตอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะหลังการระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 ที่เร่งให้การเรียนการสอนเข้าสู่รูปแบบดิจิทัลมากขึ้น

ข้อมูลในมติดังกล่าวยังอ้างอิงงานวิจัยของ American Academy of Pediatrics ที่ระบุว่า การใช้หน้าจอมากเกินไปมีความเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพหลายด้าน ทั้งปัญหาสายตา ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า พฤติกรรมเสพติด สมาธิสั้น การควบคุมอารมณ์บกพร่อง รวมถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ลดลง

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า เด็กอายุ 8-11 ปี ที่ใช้หน้าจอเกินคำแนะนำ มีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนสูงขึ้น และมีคะแนนด้านความคิดความเข้าใจต่ำกว่าเกณฑ์

อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ยังไม่ได้กำหนดข้อห้ามใช้อุปกรณ์ทันที หรือกำหนดเวลาใช้งานแบบตายตัว แต่จะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของเขตการศึกษาจัดทำแนวทางที่เหมาะสมตามช่วงวัย โดยรับฟังความคิดเห็นจากครู ผู้ปกครอง และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข และในระหว่างนี้ โรงเรียนแต่ละแห่งจะยังคงใช้กฎระเบียบเดิมไปก่อน

ขณะที่ฝ่ายที่ตั้งข้อสังเกตเตือนว่า การจำกัดการใช้หน้าจอต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2928127&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-SyeunTtz2MGz577JyXUd