ไทยเสี่ยงติดหล่ม ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อเขย่าโลก
วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์เขย่าเศรษฐกิจโลก
การประชุมฤดูใบไม้ผลิของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ณ กรุงวอชิงตัน สะท้อนความกังวลต่อความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจโลกที่เผชิญแรงกระแทกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากผลกระทบด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทานที่ชะงักงัน
ในขณะที่บทบาทของสหรัฐฯ ในการคลี่คลายวิกฤตเริ่มมีความไม่แน่นอน ทำให้นานาชาติต้องเร่งปรับตัวเพื่อพึ่งพาตนเองมากขึ้น โดย IMF ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2026 เหลือเพียง 3.1% และเตือนว่ามีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยหากความขัดแย้งยืดเยื้อ
เปิดฉากทัศน์ผลกระทบต่อไทย
สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เปราะบาง โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินฉากทัศน์เศรษฐกิจไทยหากสงครามในตะวันออกกลางขยายวงกว้าง ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับที่ 2 คือภาวะเงินเฟ้อชะงักงัน (Stagflation) ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 4.4%
ขณะที่ GDP อาจลดเหลือเพียง 0.9% หากสถานการณ์ยืดเยื้อ 3-5 เดือน แต่หากสงครามยืดเยื้อถึง 9 เดือน ไทยอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง ราคาน้ำมันอาจแตะระดับ 145 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 5.8% ซึ่งจะกระทบต่อค่าครองชีพและการจ้างงานของคนรุ่นใหม่อย่างหนัก
มุมมองผู้เชี่ยวชาญและความปกติใหม่
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังกลายเป็น “ความปกติใหม่” ของเศรษฐกิจโลก บังคับให้ประเทศต่าง ๆ ต้องปรับนโยบายให้ยืดหยุ่นและหลากหลาย โดยรัฐบาลไทยมองว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสในการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลระบุว่า “หากรัฐบาลไม่สามารถจัดการกับการกักตุนน้ำมันหรือราคาสินค้าที่พุ่งสูงได้ จะเกิดวิกฤตศรัทธาซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจ อีกทั้งมาตรการเยียวยาด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ อาจกลายเป็นการเพิ่มหนี้ครัวเรือนในระยะยาวหากเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวตามเป้าหมาย”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/financial/741126&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OE30aLrpKHGSuWYEVmaVN

