“โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” รุกตลาด “เบียร์สด” พัทยา หนุนศก.ท่องเที่ยว
“เสถียร” รุกตลาด “เบียร์สด” พัทยา หนุนศก.ท่องเที่ยว ก่อนขยาย 2,000 จุดจำหน่ายทั่วประเทศ คาดก่อนสงกรานต์เตรียมบุก “ภูเก็ต”
28 ปีแห่งตำนาน จากโรงเบียร์สู่ตลาดทั่วประเทศ
โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงถือกำเนิดตั้งแต่ปี 2542 (ค.ศ. 1999) หรือนับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 28 ปีเต็ม บนเส้นทางนั้นมีผู้บริโภคเข้าใช้บริการรวมกว่า 10 ล้านคน ตลอดระยะเวลาดังกล่าว โรงเบียร์ขนาดย่อมทั้ง 3 แห่งในกรุงเทพฯ ได้สร้างฐานลูกค้าที่แน่นแฟ้น และกลายเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
การตัดสินใจนำเบียร์สดออกนอกโรงเบียร์เป็นครั้งแรกในปลายปี 2568 จึงเป็นก้าวสำคัญที่ไม่ธรรมดา เสถียรระบุว่า ความท้าทายหลักคือการรักษามาตรฐานและเอกลักษณ์ของเบียร์สดที่สร้างมากว่า 20 ปี ออกไปสู่นอกโรงโดยยังคงคุณภาพเดิมไว้ได้
พัทยา-ชลบุรี ‘เมืองกำลังซื้อ’ ที่คาราบาวเลือกปักหมุด
เสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคาราบาว ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง และ เบียร์คาราบาว-เบียร์ตะวันแดง เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์พิเศษที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สาขาพัทยา ว่า การเลือกชลบุรีและพัทยาเป็นตลาดนำร่องนอกกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการวิเคราะห์เชิงธุรกิจที่ชัดเจน
“ชลบุรีมันใกล้กรุงเทพฯ และเป็นเมืองที่มีกำลังซื้อ เราก็มองไปที่เมืองที่มีกำลังซื้อ” เสถียรกล่าว พร้อมชี้ว่าเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีหมุนเวียนดี ทำให้ผู้บริโภคในพื้นที่มีความกล้าจับจ่าย โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานในภาคบริการที่มีรายได้ผันแปรตามฤดูกาลท่องเที่ยว
ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า จังหวัดชลบุรีมี GDP ต่อหัวสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยภาคบริการและท่องเที่ยวของพัทยามีมูลค่าหมุนเวียนหลายแสนล้านบาทต่อปี ทำให้พื้นที่นี้เป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนในธุรกิจ Food & Beverage อย่างต่อเนื่อง
“การเลือกพัทยา ชลบุรีเป็นแห่งแรก เพราะเป็นเมืองที่มีความหมายต่อประเทศไทยทั้งในแง่สัดส่วนจีดีพีอย่างมีนัยยะ และแง่ของการขยายธุรกิจ เรามองเมืองที่มีกำลังซื้อ ซึ่งพัทยา ชลบุรีคือคำตอบที่ใช่” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคาราบาว กล่าว
ยุทธศาสตร์ “โลคอลแบรนด์” เบียร์พัทยาและเบียร์ภูเก็ต
หนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าสนใจของคาราบาวกรุ๊ปคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มมอลต์ภายใต้แบรนด์ท้องถิ่น โดยใช้ชื่อ “เมืองท่องเที่ยว” เป็นตัวสร้างอัตลักษณ์ ซึ่งปัจจุบันได้เปิดตัว “เบียร์พัทยา” ไปแล้ว และมีแผนเปิดตัว “เบียร์ภูเก็ต” ในเดือนเมษายนนี้ เพื่อให้ทันช่วงเทศกาลสงกรานต์
ในแง่ตัวเลขตลาด ปัจจุบันโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงทั้ง 3 สาขาในกรุงเทพฯ มียอดจำหน่ายรวมประมาณ 2,500 ลิตรต่อคืน คิดเป็นปริมาณรายปีประมาณ 800,000 ลิตร ขณะที่ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ (ขวด/กระป๋อง) เติบโตขึ้นแตะระดับ 300,000 ลัง (ลังละ 24 หน่วย) ต่อเดือน และยังคงเติบโตต่อเนื่อง
เสถียรตั้งเป้าว่าเมื่อยอดจำหน่ายแตะ 1 ล้านลังต่อเดือน จะเป็นจุดที่ธุรกิจเครื่องดื่มมอลต์ยืนได้อย่างมั่นคง โดยเปรียบเทียบว่า ในธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังกว่าจะสร้างยอดขายระดับแสนลังต่อเดือนได้ใช้เวลาถึง 4-5 ปี แต่ผลิตภัณฑ์ชุดนี้ทำได้ในระยะเวลาสั้นกว่ามาก
“เบียร์ทุกตัวที่เราออกมาขายได้หมด ดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกเดือน แม้กระทั่งเบียร์พัทยาเราก็ขายไปถึงเชียงใหม่แล้ว”
ออกจากโรงเบียร์สู่ตลาด เป้า 2,000 จุดจำหน่าย
นอกจากการจำหน่ายในรูปแบบบรรจุภัณฑ์แล้ว คาราบาวกรุ๊ปยังลงทุนพัฒนาระบบจำหน่ายแบบ Draft Tap System หรือการดึงเบียร์สดจากถังผ่านก๊อก เพื่อขยายสู่ร้านอาหาร โรงแรม และบาร์ต่างๆ ซึ่งถือเป็นการ “นำผลิตภัณฑ์ออกจากโรงผลิตสู่ตลาดข้างนอก”
ปัจจุบันระบบดังกล่าวยังกระจุกตัวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีแผนขยายสู่ภูเก็ตในปีนี้ และเป้าหมายคือให้มีจุดติดตั้งรวม 2,000 จุดทั่วประเทศ ข้อจำกัดหลักคือเครื่อง Tap ราคาสูงใกล้แสนบาทต่อเครื่อง และกำลังการผลิตเครื่องดังกล่าวทั่วโลกมีจำกัด จึงต้องทยอยขยายตามลำดับ
เสถียรชี้ว่าช่องทางจำหน่ายสำคัญในพัทยาและเมืองท่องเที่ยวได้แก่ โรงแรม ร้านอาหาร และบาร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มระดับพรีเมียมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง
นวัตกรรม Foam Art จุดแข็งที่คู่แข่งยากตาม
หนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้เบียร์สดเยอรมันตะวันแดงสามารถออกนอกโรงได้อย่างมีมาตรฐานคือการลงทุนด้านเทคโนโลยีการผลิตระดับสูง โดยบริษัทได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากสองฝั่งโลกมาร่วมพัฒนา ได้แก่ บรูว์มาสเตอร์ จากเยอรมนี รับผิดชอบด้านสูตรและกระบวนการผลิต และผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น ที่นำนวัตกรรมฟองเบียร์ละเอียดระดับ Micro-Foam มาประยุกต์ใช้
ผลของการพัฒนาร่วมกันนี้คือเทคโนโลยี Foam Art ที่สามารถพิมพ์ลายลงบนฟองเบียร์ได้ ซึ่งปกติแล้วทำได้เฉพาะกับกาแฟ เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ภาพที่โดดเด่น แต่ยังเป็นเครื่องมือสื่อสารแบรนด์และสร้างการจดจำที่แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดเบียร์สดอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับร้านนำร่องในพัทยา คือ Folks On The Beach หาดดงตาล ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน German Tawandang Road to Chonburi ท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ตกริมทะเล ถือเป็นการสร้างบรรยากาศเปิดตัวที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวชายทะเลของพัทยาได้อย่างลงตัว
มองไปข้างหน้า เมื่อ Local Brand กลายเป็น National Play
แม้จะเริ่มต้นด้วยการสร้างแบรนด์ตามหัวเมืองใหญ่ แต่เส้นทางจริงของคาราบาวกรุ๊ปในตลาด “เบียร์” คือการขยายสู่ระดับชาติ
เสถียรประเมินว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ “เบียร์” ปัจจุบันต่อรายได้รวมของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ประมาณ 5-10% ในปัจจุบัน แต่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อระบบจำหน่ายครบ 2,000 จุด พร้อมยืนยันความเชื่อมั่นว่า “ถ้าสินค้าเราดี และตลาดมีโอกาสแน่นอน”
…
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของคาราบาวกรุ๊ปถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่านักลงทุนไทยมองพัทยาและเมืองท่องเที่ยวชายทะเลว่ามีศักยภาพทางเศรษฐกิจเพียงพอที่จะรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรมทางธุรกิจ ในห้วงเวลาที่ภาคท่องเที่ยวไทยกำลังถูกท้าทายด้วยวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/lifestyle/739492&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Lwz42FXr7aKJj4afRKAOi

