เปิดเส้นทาง “ลูกท็อป” ลูกไม้ใต้ต้น “มังกรสุพรรณ” บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับ ในการสานฝันต่อให้กับตระกูล “ศิลปอาชา”
นายวราวุธ เกิดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2516 เป็นบุตรชายคนเล็กของนายบรรหาร และคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา เริ่มต้นชีวิตการศึกษาที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ก่อนบินลัดฟ้าไปคว้าปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตจาก University College London (UCL) และปริญญาโท MBA ด้านการเงินจาก University of Wisconsin-Madison สหรัฐอเมริกา รากฐานการศึกษาที่แข็งแกร่งทำให้เขากลายเป็นนักการเมืองที่มีทักษะการสื่อสารระดับสากลและมีความคิดที่เป็นระบบ
ก้าวย่างแรกบนเส้นทางการเมือง เขาเริ่มต้นเส้นทางตามรอยบิดาด้วยการเป็น สส. สุพรรณบุรี สังกัดพรรคชาติไทย ตั้งแต่ปี 2544 ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แม้จะเคยเผชิญมรสุมการเมืองถูกตัดสิทธิ 5 ปีจากคดียุบพรรคชาติไทย แต่เขาก็ไม่ได้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ โดยหันไปทำหน้าที่ประธานสโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรี เอฟซี จนสร้างชื่อให้ทีมฟุตบอลท้องถิ่นโด่งดังไปทั่วประเทศ
เมื่อกลับคืนสู่สังเวียนการเมืองในนาม “พรรคชาติไทยพัฒนา” นายวราวุธได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีผลงานเด่นเรื่องการรณรงค์แบนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และการแก้ปัญหาโลกร้อนในเวทีระดับโลก
ต่อมาในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เขาได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้าน การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มุ่งเน้นการดูแลกลุ่มเปราะบาง เด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นภารกิจท้าทายในการวางรากฐานทางสังคมให้แข็งแกร่ง
ด้านชีวิตส่วนตัว นายวราวุธสมรสกับนางสุวรรณา ศิลปอาชา ผู้เป็นกำลังหลักในวงการกีฬาไอซ์สเก็ตของไทย มีบุตรด้วยกัน 3 คน ซึ่งลูกสาวคนโต “น้องเทมส์” ก็ดำเนินรอยตามมารดาด้วยการเป็นนักกีฬาฟิกเกอร์สเก็ตติ้งทีมชาติไทย สะท้อนให้เห็นภาพครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับทั้งงานเมืองและงานกีฬาควบคู่กัน
การขยับมารับตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรมของนายวราวุธในครม. “อนุทิน 2” ถูกมองว่าเป็นจังหวะสำคัญในการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย โดยดึงเอาภาพลักษณ์นักการเมืองหัวสมัยใหม่และ “มือประสานสิบทิศ” มาเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างนโยบายรัฐและภาคธุรกิจเอกชน โดยมี 3 ภารกิจหลักพลิกโฉมวงการอุตสาหกรรม Industrial Green Transformation นำประสบการณ์จากกระทรวงทรัพยากรฯ มาปรับเปลี่ยนภาคอุตสาหกรรมไทยให้เข้าสู่มาตรฐาน Net Zero เพื่อรับมือกับมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดเรื่องสิ่งแวดล้อม
EV Ecosystem & Hub เร่งผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกหลักของภูมิภาค SME Digitalization ปฏิรูปผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้นการเข้ามารับหน้าที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การดูแลโรงงาน แต่เป็นการนำ “ความยั่งยืน” มาเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงของประเทศ

