รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569
***************************************
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ/ สถานการณ์สำคัญ
สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ ณ เดือน มกราคม 2569 มีมูลค่าทั้งสิ้น 74,918.959 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,467.514 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.14 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 105 โครงการ
1.1 เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายงานล่าสุด (ข้อมูล ต.ค. 68) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 67 ขยายตัวร้อยละ 1.1 อัตราเงินเฟ้อ ปี 67 อยู่ที่ร้อยละ 26.50 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 67 อยู่ที่ระดับ 1,179 เหรียญสหรัฐฯ รวมทั้งคาดการณ์ ปี 68 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 68 คาดว่าขยายตัวร้อยละ 2.7 อัตราเงินเฟ้อ ปี 68 คาดว่าร้อยละ 31 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 68 คาดว่า 1,100 เหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง
เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเมียนมา
|
ตัวชี้วัดทาง เศรษฐกิจที่สำคัญ |
ปี 2561 |
ปี 2562 |
ปี 2563 |
ปี 2564 |
ปี 2565 |
ปี 2566 |
ปี 2567 |
ปี 2568 (คาดการณ์) |
|
GDP Growth (%) |
6.3 |
6.6 |
-9 |
-11.99 |
4.01 |
0.99 |
-1.1 |
-2.7 |
|
GDP (billions of US$) |
66.7 |
68.8 |
81.26 |
68.05 |
61.77 |
64.51 |
64.28 |
65.01 |
|
GDP per Capita (US$) |
1,270 |
1,300 |
1,530 |
1,271 |
1,146 |
1,190 |
1,179 |
1,100 |
|
Inflation (%) |
7.3 |
9.1 |
2.2 |
9.60 |
28.00 |
25.48 |
26.50 |
31.00 |
ที่มา: IMF https://www.imf.org/en/Publications/WEO/Issues/2025/10/14/world-economic-outlook-october-2025
1.2 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าตต่อสกุลเงินสำคัญ ก.พ. 68 และ ก.พ. 69
|
ประเทศ/สหภาพ |
สกุลเงิน |
อัตราทางการ สิ้นเดือน ก.พ. 68 |
อัตราทางการ สิ้นเดือน ก.พ. 69 |
อัตราตลาดออนไลน์ สิ้นเดือน ก.พ. 69 |
อัตราตลาด สิ้นเดือน ก.พ. 69 |
|
USA |
1 USD |
2,100.00 MMK |
2,100.0 MMK |
3,656.00 MMK |
3,880.00MMK |
|
Euro |
1 EUR |
2,184.21 MMK |
2,474.12 MMK |
4,307.00 MMK |
4,580.00 MMK |
|
Singapore |
1 SGD |
1,557.40 MMK |
1,657.72 MMK |
2,886.0 1MMK |
3,065.00 MMK |
|
Thailand |
1 THB |
61.43 MMK |
67.61 MMK |
117.71 MMK |
125.00 MMK |
ข้อมูลจากธนาคารกลางเมียนมา : https://forex.cbm.gov.mm/index.php/fxrate, Myanmar Market Price Application
1.3 ภาวะการลงทุน
1.3.1 มูลค่าการลงทุนตามรายประเทศนักลงทุนสำคัญ
ภาพรวมด้านการลงทุนทางตรงของต่างประเทศในเมียนมา (FDI) ในเดือน มกราคม 2569 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเมียนมา (Myanmar Investment Commission : MIC) อนุมัติโครงการไปแล้ว คิดเป็นมูลค่า 398.357 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง
ประเทศที่มีการลงทุนทางตรง FDI ในเมียนมา เดือนมกราคม 2569
|
อันดับ |
ประเทศ |
มูลค่าการลงทุน (ล้านเหรียญสหรัฐ) ม.ค. 69 |
สัดส่วน (%) |
|
1 |
สิงคโปร์ |
145.150 |
36.44 % |
|
2 |
จีน |
153.805 |
38.61 % |
|
3 |
ฮ่องกง |
47.291 |
11.87 % |
|
4 |
ไทย |
31.589 |
7.93 % |
|
5 |
เกาหลีใต้ |
12.787 |
3.21 % |
|
6 |
ไต้หวัน |
1.895 |
0.48 % |
|
7 |
ญี่ปุ่น |
0.500 |
0.13 % |
|
รวม |
398.357 |
100% |

มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสม จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสมจนถึงปีงบประมาณ 2026-2027 (ณ เดือนมกราคม 2569) มีมูลค่าทั้งสิ้น 96,309.932 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ไทย 4) ฮ่องกง และ 5) สหราชอาณาจักร ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 3 มูลค่า 11,716.148 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 12.46 โดยมีโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว จำนวน 160 โครงการ
มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่ จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027 (ณ เดือน มกราคม 2569) มีมูลค่าทั้งสิ้น 74918.959 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,467.514 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.14 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 105 โครงการ
1.3.2 มูลค่าการลงทุนตามประเภทสาขาการลงทุนที่สำคัญ
ในส่วนของอุตสาหกรรมที่ต่างชาติลงทุนในเมียนมาของปีงบประมาณ 2026 – 2027 ในเดือน มกราคม2569 รายละเอียดดังตาราง
อุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในเมียนมา
ปีงบประมาณ 2026-2027 (ม.ค. 69)
|
อันดับ |
ประเภทธุรกิจ | มูลค่า(ล้านเรียญสหรัฐ) ม.ค. 69 | สัดส่วน |
|
1 |
Manufacturing |
204.826 |
51.42 % |
|
2 |
Power |
35.303 |
8.86 % |
|
3 |
Services |
3.288 |
0.83 % |
|
4 |
Livestock&Fisheries |
2.500 |
0.63 % |
|
5 |
Agriculture |
0.525 |
0.13 % |
| รวม |
398.357 |
100% |
สาขาการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

2. สถานการณ์การค้า (การนำเข้า-ส่งออก) ของเมียนมา
การค้าระหว่างประเทศเมียนมา (ข้อมูล GTA)
1. เมียนมามีการค้ารวมประมาณ 4-5 หมื่นล้านเหรียญ
2. เมียนมานำเข้าประมาณ 2.1-2.5 หมื่นล้านเหรียญ
3. เมียนมาส่งออกประมาณ 2.1-2.3 หมื่นล้านเหรียญ
อันดับของไทยกับการค้าเมียนมา
1. ไทย เป็นคู่ค้า ลำดับ 2 ของเมียนมา (รองจากจีน)
2. ไทย เป็นแหล่งนำเข้า ลำดับ 2 ของเมียนมา
(รองจากจีน) ไทยประมาณ 20% จีนประมาณ 50%
3. ไทย เป็นตลาดส่งออก ลำดับ 2 ของเมียนมา
(รองจากจีน) ไทยประมาณ 15% จีนประมาณ 40%



สถิติการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ข้อมูล GTA: ม.ค. – ธ.ค. 68)
มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ม.ค. – ธ.ค. 68)
หน่วย : ล้านเหรียญสหรัฐฯ
|
Export |
Import |
Trade Volume |
||||||
|
2025 |
2024 |
% |
2025 |
2024 |
% |
2025 |
2024 |
% |
|
Jan-Dec |
Jan-Dec |
change |
Jan-Dec |
Jan-Dec |
change |
Jan-Dec |
Jan-Dec |
change |
|
20,670 |
21,418 |
-3% |
22,217 |
20,509 |
8% |
42,888 |
41,928 |
2% |
GTA:GlobalTradeAtalas
ในเดือนมกราคม – ธันวาคม 2568 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศโดยรวมของเมียนมามีมูลค่า 42,888 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในส่วนของการส่งออกมีมูลค่า 20,670 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 3 % การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของเมียนมามีมูลค่า 22,217 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 %
ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม – ธันวาคม 2568 เมียนมาได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 1,547 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
สินค้าที่เมียนมาส่งออก ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องแต่งกาย ก๊าซธรรมชาติ พืชพันธุ์ ผักต่างๆ สินแร่ รองเท้า ยางพารา ปลา สัตว์น้ำ ไม้ เมล็ดน้ำมัน อัญมณี เป็นต้น
สินค้าที่เมียนมานำเข้า ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องจักรกล ผ้าทอ เส้นด้าย ยานพาหนะ พลาสติก เหล็ก ปุ๋ย เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยา เป็นต้น
สถานการณ์การค้าระหว่างไทย – เมียนมา (ข้อมูลกรมศุลกากรไทย: ม.ค. 69)
ตารางที่ 11 สรุปมูลค่าการค้าระหว่างไทย – เมียนมา
|
รายการ |
มูลค่า: ล้านเหรียญสหรัฐฯ |
อัตราขยายตัว (%) |
สัดส่วน (%) / โลก |
|||
|
2568 ม.ค. |
2569 ม.ค. |
2568 ม.ค. |
2569 ม.ค. |
2568 ม.ค. |
2569 ม.ค. |
|
|
มูลค่าการค้า |
637.00 |
598.18 |
10.4 |
– 6.1 |
1.2 |
0.9 |
|
การส่งออกของไทย |
423.17 |
400.95 |
14.6 |
– 5.3 |
1.7 |
1.3 |
|
การนำเข้าของไทย |
213.83 |
197.23 |
3.0 |
– 7.8 |
0.8 |
0.6 |
|
ดุลการค้าของไทย |
209.34 |
203.72 |
29.4 |
– 2.7 |
||
ที่มา : Thailand’s Trade Statistic (moc.go.th)
ปี 2569 มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยและเมียนมาระหว่างเดือนมกราคม มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 598.18 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 6.09 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยไทยมีการส่งออกไปยังเมียนมาเป็นมูลค่า 400.95 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 5.25 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากการขอใบอนุญาตนำเข้าสินค้าของประเทศเมียนมาใช้เวลานาน สำหรับการนำเข้าสินค้าจากเมียนมามายังประเทศไทยมีมูลค่า 197.23 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 7.76 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ไทยได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 203.72 ล้านเหรียญสหรัฐ
สินค้าที่ไทยส่งออกไปเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอืนๆ เม็ดพลาสติก เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ปูนซิเมนต์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ เป็นต้น

สินค้าที่ไทยนำเข้าจากเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ กาแฟ ชา เครื่องเทศ ลวดและสายเคเบิล ไม้ซูง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ กล้อง เสนส์และอุปกรณ์การถ่ายรูป ถ่ายภาพยนตร์ เสื่อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น

3. สถานการณ์สำคัญ
3.1 เมียนมาร่วมมือกับประเทศต่างๆ ได้แก่ จีน อินเดีย ไทย รัสเซีย ตะวันออกกลาง เพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในเมียนมา
เมียนมาร่วมมือกับประเทศต่างๆ ผลิตก๊าซธรรมชาติในเมียนมา ได้แก่ จีน อินเดีย ไทย รัสเซีย และประเทศตะวันออกลาง เพื่อเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในเมียนมาให้มากขึ้น ส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงาน การลงทุนและการผลิตพลังงานทั้งน้ำมันและ ก๊าธรรมชาติ ซึ่งใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการขุดเจาะและผลิตพลังงานในเมียนมาดังกล่าว
ผลกระทบ/โอกาส การส่งเสริมการผลิตพลังงานของเมียนมา “นโยบายสำคัญของเมียนมา”เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน เพราะพลังงานเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเมียนมา ซึ่งมีประเทศต่างๆ ได้แก่ จีน อินเดีย รัสเซีย ประเทศตะวันออกลาง รวมถึงประเทศไทย มี ความร่วมมือด้านพลังงานกับเมียนมา รวมทั้งร่วมลงทุนผลิตพลังงานในเมียนมาและได้รับประโยชน์เรื่องความมั่นคงทางพลังงานร่วมกัน
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ธุรกิจพลังงานในเมียนมาไม่เพียงสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้เมียนมาเท่านั้น แต่ช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับไทยด้วย เพราะก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้ในเมียนมา ส่วนหนึ่งได้ส่งให้ประเทศไทยเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้า สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของไทย ส่งผลดีต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย และช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
3.2 เมียนมาขยายการส่งออกสินค้าอาหารแปรรูป บุกตลาด ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอาเซียน
เมียนมาขยายการส่งออกสินค้าอาหารแปรรูปบุกตลาด ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอาเซียน สมาคมผู้แปรรูปและส่งออกอาหารของเมียนมา (MFPEA : Myanmar Food Processors and Exporters Association) ให้ข้อมูลว่าเมียนมาผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผักอบแห้ง ผงงาคั่ว น้ำผึ้ง ไปยังญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอาเซียน โดยเมียนมาส่งเสริมการผลิต การแปรรูป และการสร้างมูลค่าเพิ่มในเมียนมา รวมทั้งจะส่งเสริมการผลิตและส่งออกอาหารแปรรูปหรือผลไม้แปรรูปเพิ่มเติม เช่น ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะม่วง กาแฟ อะโวคาโด เป็นต้น
ผลกระทบ/โอกาส การส่งเสริมการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปของเมียนมา “ทิศทางและโอกาสธุรกิจ” สะท้อนว่า เมียนมาส่งเสริมธุรกิจดังกล่าว ซึ่งเมียนมามีศักยภาพด้านวัตถุดิบการเกษตรชนิดต่างๆ เช่น ข้าว ถั่ว งา ชา กาแฟ ผัก ผลไม้ รวมถึงปศุสัตว์และปศุสัตว์ รวมทั้งเมียนมาส่งเสริมการผลิต แปรรูป และสร้างมูลค่าเพิ่มในเมียนมา ซึ่งเป็นโอกาสของธุรกิจไทยในการเปิดโอกาสจับคู่ทางธุรกิจหรือเป็นพันธมิตรธุรกิจกับเมียนมาในสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปดังกล่าว
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาปรับใช้ประโยชน์ ทั้งการส่งออกมาเมียนมา เช่น เครื่องจักรหรือเทคโนโลยีการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ช่วยเติมเต็มและยกระดับการผลิตในเมียนมา หรือการนำเข้าสินค้าเกษตรหรืออาหารแปรรูปจากเมียนมา เป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคในประเทศไทย ทั้งคนไทยหรือคนเมียนมาในประเทศไทย เพิ่มเติมจากการนำเข้าวัตถุดิบทางการเกษตรจากเมียนมาเพื่อผลิตในประเทศไทยด้วย รวมทั้งอาจพิจารณาการผลิตในเมียนมา ที่มีหลายโอกาสทางธุรกิจ เช่น การจ้างผลิต (OEM) ในเมียนมา การร่วมลงทุน (JV) กับธุรกิจเมียนมา หรือการลงทุนในเมียนมาของธุรกิจไทย เป็นต้น ซึ่งต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านและตามความเหมาะสมต่อไป
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
3.3 เมียนมาและไทยหารือเชื่อมโยงด่านท่าขี้เหล็ก-แม่สาย ส่งเสริมการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนไทย เมียนมา จีน
เมียนมาและไทยหารือเชื่อมโยงด่านท่าขี้เหล็ก-แม่สาย ส่งเสริมการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนไทย เมียนมา จีน โดย กระทรวงเกษตร ปศุสัตว์และชลประทานของเมียนมารายงานว่า เมียนมาและไทยได้หารือกันเกี่ยวกับการพิจารณาและส่งเสริมให้ด่านท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน เมียนมา และด่านแม่สาย จ.เชียงราย ประเทศไทย เป็นเส้นทางการค้าผ่านแดน (Cross-Border Trade) เชื่อมโยงไทย เมียนมา และจีน โดยใช้เส้นทางแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก- เชียงตุง-เมืองลา ซึ่งเป็นเส้นทาง R3B ในเมียนมา เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกผลไม้จากไทยไปจีนโดยผ่านเมียนมา โดยต้องปฏิบัติตามระเบียบด้านสุขอนามัยพืชและข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งนอกจากผลไม้ เส้นทางดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนสินค้าอื่นๆ ระหว่างไทย เมียนมา และจีนด้วย
ผลกระทบ/โอกาส การส่งเสริมเส้นทางการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนไทย เมียนมา และจีน เส้นทางแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก- เชียงตุง-เมืองลา ซึ่งเป็นเส้นทาง R3B ในเมียนมา เป็น “โอกาสธุรกิจ การค้า การขนส่ง” เป็นทางเลือกการขนส่งเพิ่มเติม เชื่อมโยงไทย เมียนมา และจีน ผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยมีสินค้าศักยภาพ เช่น ผลไม้ สินค้าเกษตร สินค้าอื่นๆ ของไทยและเมียนมา สามารถส่งออกไปจีนได้ ในขณะที่ จีน มีศักยภาพ เช่น เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอื่นๆ สามารถส่งออกมายังเมียนมาและไทยได้เช่นกัน กล่าวได้ว่าเส้นทางการค้าการขนส่งดังกล่าว ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ประกอบการ ธุรกิจโลจิสติกส์ ขนส่ง คลังสินค้า และประชาชนผู้บริโภค
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาปรับใช้ประโยชน์ ซึ่งเส้นทางการค้าการขนส่งดังกล่าว สามารถเป็นทางเลือกการขนส่งหรือโอกาสธุรกิจได้ต่อไป ทั้งนี้ ขอให้พิจารณาผู้ให้บริการโลจิสติกส์หลายรายเพื่อเป็นข้อมูลทางเลือกประกอบการตัดสินใจ และพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านด้วย
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
3.4 รมว.กต.ไทย พบหารือ รมว.กต.เมียนมา ในโอกาส รมว.กต.เมียนมา เยือนประเทศไทย
รมว.กต.ไทย พบหารือ รมว.กต.เมียนมา ในโอกาส รมว.กต.เมียนมา เยือนประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 69 ณ จ.ภูเก็ต ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ พร้อมยืนยันความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยกับเมียนมาในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีความร่วมมือครอบคลุมในหลายมิติและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงตาม แนวชายแดน เพื่อส่งเสริมความสงบสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายจะส่งเสริมความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการค้าชายแดน พิจารณาอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุนระหว่างกัน รวมถึงสนับสนุนภาคเอกชนไทยใน เมียนมา นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเพิ่มความร่วมมือระหว่างกองทัพและหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดน การหลอกลวงออนไลน์ การค้ามนุษย์และยาเสพติด การค้าข้ามพรมแดนที่ผิดกฎหมาย ตลอดจนความร่วมมือในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและในแม่น้ำที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสองประเทศ รวมทั้งการเสริมสร้างความร่วมมือในเวทีระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ โดยไทยจะมีบทบาทช่วยเป็นสะพานเชื่อม ควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการเชิงบวกในเมียนมา ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด ไทยพร้อมที่จะช่วยสนับสนุนให้กระบวนการสันติภาพของเมียนมามีความคืบหน้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน
ผลกระทบ/โอกาส การพบหารือกันของผู้นำระดับสูงของไทยและเมียนมาดังกล่าว เป็น “ทิศทางที่ดี” สะท้อนความสัมพันธ์อันดีของไทยและเมียนมา ซึ่งจะมีความร่วมมือกันด้านต่างๆ ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และเรื่องอื่นๆ สำหรับเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การทำธุรกิจในเมียนมา เป็นโอกาสอันดีที่จะมีส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน ฟื้นฟูการค้าชายแดน เช่น ด่านเมียวดี (ตรงข้ามด่านแม่สอด จ.ตาก) ปิดชั่วคราวตั้งแต่ 18 ส.ค. 68 และพิจารณาอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุนระหว่างกัน เช่น กฎระเบียบการค้าและการเงิน การขอ Import License สินค้านำเข้าเมียนมา อัตราแลกเปลี่ยน และการขอโอนเงินออกจากเมียนมา เป็นต้น
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาปรับใช้ประโยชน์ โดยเมียนมาเป็นประเทศ เพื่อนบ้านสำคัญของไทย มีความสัมพันธ์ที่ดีกับไทย เป็นตลาดที่มีโอกาสและศักยภาพ นิยมสินค้าไทย แม้จะมีความท้าทายหลายประการ อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่ดีและผ่อนคลายมากขึ้นตามลำดับ เช่น การเลือกตั้งเมียนมาที่จัดเรียบร้อยและอยู่ระหว่างจัดตั้งรัฐบาลใหม่ (คาดว่าจะได้รัฐบาลใหม่ก่อนสงกรานต์) แนวโน้มนโยบายด้านเศรษฐกิจ การค้า การเงิน ที่คาดว่าจะผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งต้องติดตามนโยบายรัฐบาลใหม่ต่อไป
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง
มีนาคม 2569
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/bmyv63i46t9o7x7z2i3ox3b3&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wEu2_DK3yFm0CL0_rAx_W

