• Sat. Mar 7th, 2026

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ร่วมคัดเลือกสุดยอดนักการตลาด

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี-จุฬาฯ-ร่วมคัดเลือกสุดยอดนักการตลาดคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ร่วมคัดเลือกสุดยอดนักการตลาด

สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ จัดแถลงข่าวงานครบรอบ 60 ปีสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และเสวนาหัวข้อ “การตลาดในเกมโลกวิกฤติ” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 ณ ห้อง CBS Cinema ชั้น 3 อาคารไชยยศสมบัติ 1 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ โดยมี รศ.ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เป็นผู้กล่าวต้อนรับ

ในโอกาสนี้ ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และ ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ แถลงข่าวงานครบรอบ 60 ปี ของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และร่วมเสวนาในหัวข้อ “การตลาดในเกมโลกวิกฤติ” 

งานครบรอบ 60 ปีสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยในปีนี้ ทางสมาคมฯ จะเชิดชูเกียรติสุดยอดนักการตลาดผู้สร้างคุณูปการต่อประเทศเข้าสู่ “Thailand Marketing Hall of Fame” หอเกียรติยศนักการตลาดไทย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุก 10 ปี โดยปีนี้จะมีการมอบรางวัล “Most Inspiring Marketeers Award” สำหรับนักการตลาดคนสำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย โดยสมาคมฯ ได้ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานผ่านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เพื่อนำองค์ความรู้ทางวิชาการ งานวิจัย และฐานข้อมูลเชิงประจักษ์มาประกอบกระบวนการคัดเลือกให้มีความรอบด้าน โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ตอกย้ำถึงความสำคัญของรางวัลในฐานะเกียรติสูงสุดของวิชาชีพการตลาดไทย

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 6 ทศวรรษที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และยกระดับวิชาชีพนักการตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง ในวาระครบรอบ 60 ปี สมาคมฯ มุ่งยกระดับบทบาทของการตลาดให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่ความยั่งยืน “การตลาดจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีนักการตลาด และในโอกาสครบรอบ 60 ปี ต้องการสะท้อนให้เห็นว่านักการตลาดไทยคือฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กร ธุรกิจ และประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า”

ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ในฐานะอุปนายกฝ่ายกิจกรรมการสื่อสารและการตลาดยั่งยืน สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการคัดเลือกในปีนี้มีความเข้มข้นและเป็นระบบมากยิ่งขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิของภาควิชาการตลาด ในการนำข้อมูลเชิงสถิติที่เก็บมาอย่างสม่ำเสมอกว่า 10 ปี ผ่านชุดข้อมูลกว่า 100,000 ตัวอย่างทั่วประเทศมาใช้ ประกอบกับการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหา (Expert Panel) ที่ได้รับการยอมรับอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดไทย

การใช้หลักการทำวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ พร้อมด้วยความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการคัดเลือกตามกำหนดเกณฑ์การพิจารณาที่ครอบคลุมทั้งด้านผลงาน ผลกระทบต่อวงการ และคุณูปการต่อสังคม ทำให้มั่นใจว่าผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติคือบุคคลต้นแบบของวิชาชีพอย่างแท้จริง พิธีเชิดชูเกียรติ “Thailand Marketing Hall of Fame” และ “Most Inspiring Marketeers Award” จัดขึ้นเพื่อยกย่องบุคคลที่มีผลงานโดดเด่นและมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวงการการตลาดไทยโดยมุ่งหวังให้เป็นสัญลักษณ์ของมาตรฐานวิชาชีพและเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักการตลาดรุ่นปัจจุบันและอนาคต

นอกจากนี้ในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “การตลาดในเกมโลกวิกฤติ” โดยวิทยากรทั้งสองท่านได้สะท้อนบทบาทของการตลาดต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและธุรกิจไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน 

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้ภูมิภาคอาเซียนจะไม่ได้เป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยตรง แต่ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาระบบห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงัก โดยเฉพาะด้านพลังงานที่ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูง ทำให้อัตราดอกเบี้ยลดยาก สถานการณ์เหล่านี้ส่งผลให้กระแสโลกาภิวัตน์กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ภาวะการถดถอย เพื่อรับมือกับผลกระทบระยะสั้น ธุรกิจจำเป็นต้องตั้งสติ รวมทั้งรวบรวมข้อมูลเชิงลึกทางการตลาดเพื่อหาข้อมูลที่แม่นยำจากการสอบถามลูกค้าโดยตรง ทั้งการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อช่วยผ่อนหนักเป็นเบา และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยใช้ทรัพยากรให้น้อยลงแต่ต้องยิงเป้าหมายให้แม่นยำ นอกจากนี้ควรเน้นสินค้าหรือเนื้อหาในท้องถิ่นและการพัฒนาเมืองรองเพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานในอนาคต ส่วนในระยะยาว แนะนำให้ใช้หลักการ 4 ประการ ได้แก่ การนิยามการตลาดใหม่ ความเข้มแข็งในจิตใจที่จะลุกขึ้นสู้ใหม่ การปฏิรูปปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่ และการออกแบบระบบใหม่โดยนำเทคโนโลยีมาปรับใช้

ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ กล่าวว่า ความไม่แน่นอนระดับสูงนำไปสู่ภาวะการชะลอการบริโภคหรือการที่ผู้บริโภคเลือกที่จะงดเว้นการใช้เงิน จากข้อมูลการสำรวจของสมาคมการตลาดฯ ระบุว่าปีนี้เป็นปีแรกที่งบประมาณด้านการตลาดถูกปรับลดลงอย่างมาก และยิ่งลดลงอีกเมื่อมีความขัดแย้งระดับภูมิภาค

ผศ.ดร.เอกก์ ได้เสนอ 4 กลยุทธ์การตลาดที่ธุรกิจควรนำไปปรับใช้ร่วมกัน เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคอยากใช้จ่าย ได้แก่

1.น้อยแต่มาก (Less is More) ในยุคที่โลกมีความไม่แน่นอนสูง ผู้บริโภคจะเกิดความกลัวและชะลอการใช้เงิน กลยุทธ์นี้คือการลดความผูกพันหรือลดขนาดสินค้าลง เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจควักเงินซื้อได้ง่ายขึ้น แม้จะซื้อในปริมาณน้อยแต่ซื้อบ่อย ๆ

2.ลึกแต่กว้าง (Niche but Wide) คือการจับกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงมาก ๆ แต่ในความลึกนั้นกลับมีจำนวนคนและกำลังซื้อที่มากพอ ซึ่งข้อดีคือแทบจะไม่มีคู่แข่งเลย

3.เงียบแต่ดัง (Quiet but Loud) ลดการใช้สื่อโฆษณาแบบหว่านแห เช่น ป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ โดยหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อ “ยิงให้แม่น” โฆษณาเหล่านี้คนที่ไม่ใช่ลูกค้าจะไม่เห็นเลย แต่สำหรับกลุ่มเป้าหมายแล้วจะตรงจุดและทรงพลังมาก

4.ถูกและดี (Cheap & Good) คือการคิดแคมเปญที่ใช้ต้นทุนต่ำ แต่สร้างอิมแพคหรือได้ผลตอบรับที่ดี เพื่อปกป้องงบประมาณขององค์กรในยุคที่งบการตลาดถูกตัดลดลงอย่างหนัก

ผศ.ดร.เอกก์ ย้ำว่า ภาคธุรกิจต้องนำทั้ง 4 กลยุทธ์นี้มาใช้ร่วมกัน ไม่ใช่ทำสินค้าให้น้อยแต่มาก แต่กลับไปทุ่มงบโฆษณาแพง ๆ ซึ่งไม่เข้าข่ายถูกและดี ซึ่งจะไม่ประสบความสำเร็จทั้งในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ควรหลีกเลี่ยงการทำ “สงครามราคา” แข่งกับรายใหญ่ เพราะจะสู้ความได้เปรียบด้านเงินทุนของธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ได้ แต่ควรหันไปใช้กลยุทธ์เจาะลึกลูกค้าเฉพาะกลุ่มแทน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/290875/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2chHkpzdnjzf-3ZqNh113O