เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ทีมข่าวเดลินิวส์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ โครงการพัฒนาลำตะคองในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา หรือที่ถูกตั้งชื่อใหม่ว่า “คลองชองเกชอนโคราช” ถูกวางให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมือง ภายใต้แนวคิดปรับปรุงภูมิทัศน์ลำน้ำให้สวยงาม คล้ายต้นแบบคลองฟื้นฟูเมืองของเกาหลีใต้ ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 238 ล้านบาท แบ่งเป็นเฟสแรก 118,739,600 บาท (เตรียมใช้งบเพิ่มในเฟส 2 อีก 120 ล้านบาท) หลังจากชาวบ้านในพื้นที่เขตเทศบาลนครราชสีมาและประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาเห็นอดสงสัยไม่ได้ว่า ก่อสร้างเสร็จแล้วจริงหรือไม่ และสามารถใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯหรือไม่ จึงส่งข้อมูลมาให้เดลินิวส์ นำเสนอเรื่องดังกล่าว


จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า โครงการอยู่ภายใต้การกำกับของ กรมโยธาธิการและผังเมือง โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมาเป็นหน่วยดำเนินการ ครอบคลุมระยะทางรวมประมาณ 2,500 เมตร จากบริเวณหลังโรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) ไปจนถึงอ่างเก็บน้ำอัษฎางค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา งานเฟสแรกครอบคลุมระยะทาง 725 เมตร ช่วงโรงเรียนอัสสัมชัญ–วัดสุสาน เริ่มสัญญา 30 ธ.ค.2564 สิ้นสุด 19 ธ.ค.2566 ตามเอกสารถือว่าแล้วเสร็จ แต่สภาพหน้างานที่พบกลับสะท้อนภาพอีกด้านหนึ่ง (เฟสแรก งบกว่า 118 ล้านบาท) คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นจากชาวบ้าน คือ งบประมาณจำนวนมหาศาล สร้างผลลัพธ์คุ้มค่าหรือไม่ หรือกำลังกลายเป็นตัวอย่างของการใช้งบที่ไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพตามเป้าหมาย

สำหรับพื้นที่ก่อสร้าง ในปัจจุบันพบว่า เป็น แนวทางเดินคอนกรีตริมตลิ่งมีดินตะกอนสะสมจำนวนมาก หลายจุดแตกร้าว มีวัชพืชขึ้นแทรก โครงสร้างผนังกั้นตลิ่งสูงราว 2 เมตรยังเป็นปูนเปลือย ไม่มีงานสถาปัตยกรรมหรือภูมิทัศน์ตามแบบจำลองที่เคยเผยแพร่ บางช่วงไม่มีราวกันตก ไม่มีทางขึ้นลงเชื่อมต่อชุมชนอย่างเหมาะสม ช่วงฤดูฝน ชาวบ้านบอกว่าจะมีน้ำเอ่อล้นท่วมทางเดิน เมื่อน้ำลดเกิดคราบโคลนและตะไคร่น้ำ ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง ภาพรวมระยะทาง 725 เมตร จึงเป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานทยังไม่สะท้อนความเป็น “แหล่งท่องเที่ยว” ผลงานในลักษณะโครงสร้างดิบ ยังไม่เห็นองค์ประกอบสถาปัตยกรรม งานประดับตกแต่ง หรือระบบจัดการน้ำที่ชัดเจน คำถามคือ เหตุใดงบประมาณระดับนี้จึงยังไม่สามารถทำให้โครงการมีความสมบูรณ์ในเฟสแรก

ผู้สื่อข่าวยังได้มีโอกาสพูดคุยสอบถามประชาชนในพื้นที่พบว่า ความคาดหวังกับภาพโมเดลที่นำเสนอ แตกต่างจากสภาพจริงอย่างชัดเจน หลายคนให้คะแนนโครงการเพียง 2–5 เต็ม 10 ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกคือ ความไม่สมดุลระหว่าง “เงินที่ใช้” กับ “ผลลัพธ์ที่ได้” งบ 118 ล้านบาท แต่ได้เพียงทางเดินคอนกรีตและผนังกั้นตลิ่ง ยังไม่มีภูมิทัศน์สวยงาม ไม่มีระบบบำบัดน้ำ ไม่มีมาตรการควบคุมระดับน้ำให้เหมาะสมต่อการท่องเที่ยว ยิ่งพอชาวบ้านทราบข่าวว่าจะมีแผนของบเพิ่มอีก 120 ล้านบาทในเฟส 2 ทำให้ยอดรวมพุ่งแตะ 238 ล้านบาท หลายเสียงจึงตั้งคำถามว่า เฟสแรกยังออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้ เหตุใดจึงไม่จัดสรรงบให้ครบวงจรตั้งแต่ต้น

นอกจากนี้องค์ประกอบที่เหมือนเป็นหัวใจของโครงการพัฒนาลำน้ำคือ “คุณภาพน้ำ” จากการสำรวจพบว่าน้ำลำตะคองในหลายช่วงมีสีคล้ำ มีกลิ่น และมีตะกอนสะสม บางจุดถูกมองว่าใกล้เคียงน้ำเสีย หากยังไม่มีระบบฟื้นฟูคุณภาพน้ำอย่างจริงจัง การพัฒนาเพียงโครงสร้างริมตลิ่งย่อมไม่เพียงพอที่จะสร้างภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยว อีกทั้งหากระดับน้ำสูง ทางเดินจะถูกน้ำท่วม หากระดับน้ำต่ำ จะเห็นดินโคลนและตะกอนสะสม การจะทำให้พื้นที่นี้ใช้งานได้จริง จำเป็นต้องมีระบบควบคุมระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง มิฉะนั้นงบประมาณที่ลงไปอาจไม่สามารถสร้างประโยชน์ตามเป้าหมาย


ติดตาม ตอนที่ 2 ได้ใน เดลีโฟกัส (DAILY FOCUS)
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5649523/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jfJ5ULkChd5FZk5NZfZ-j

