• Sat. Mar 7th, 2026

“มะพร้าวลูกละ 2 บาท” ชาวสวนสมุทรสงครามจ่อพบรมว.เกษตรฯ คนใหม่ชี้โครงสร้างราคาบิดเบี้ยว | เดลินิวส์

“มะพร้าวลูกละ-2-บาท”-ชาวสวนสมุทรสงครามจ่อพบรมว.เกษตรฯ-คนใหม่ชี้โครงสร้างราคาบิดเบี้ยว-|-เดลินิวส์“มะพร้าวลูกละ 2 บาท” ชาวสวนสมุทรสงครามจ่อพบรมว.เกษตรฯ คนใหม่ชี้โครงสร้างราคาบิดเบี้ยว | เดลินิวส์

วิกฤติราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำรุนแรงในช่วงรอยต่อปี 2568-2569 กำลังสร้างความเดือดร้อนหนักให้เกษตรกรในจังหวัดสมุทรสงคราม หลังราคาหน้าสวนลดฮวบเหลือเพียงลูกละ 2-3 บาท ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 4-5 บาทต่อผล ทำให้ชาวสวนจำนวนมากต้องเผชิญภาวะขาดทุนและหนี้สินสะสม

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายชัยยันต์ เจียมศิริ ประธานเครือข่ายสภาเกษตรกรปรับปรุงคุณภาพไม้ผลจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า สถานการณ์ครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุดในรอบหลายปี แม้ตลาดปลายทางและคำสั่งซื้อส่งออกยังมีต่อเนื่อง แต่ราคาที่เกษตรกรได้รับกลับสวนทาง สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่บิดเบี้ยว มากกว่าปัญหาความต้องการบริโภคที่ลดลง

เขาระบุว่า ราคามะพร้าวเริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2569 โดยเฉพาะเดือนมกราคม ซึ่งผลผลิตออกมาก ประกอบกับสภาพอากาศหนาวเย็นทำให้ความต้องการบริโภคลดลงตามฤดูกาล ส่งผลให้ราคาถูกกดต่ำลง อย่างไรก็ตาม คาดว่าช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ราคาน่าจะฟื้นตัวแตะ 10-15 บาทต่อลูก หากปริมาณผลผลิตลดลงและอากาศร้อนขึ้น

แม้มีแนวโน้มฟื้นตัว แต่สำหรับเกษตรกร ราคาที่ “อยู่ได้” ต้องไม่ต่ำกว่า 10 บาทต่อลูก และในช่วงผลผลิตมาก ราคาก็ไม่ควรต่ำกว่า 5 บาท เพราะต้นทุนหลักคือค่าแรงและค่าดูแลสวนไม่สามารถลดลงได้ การขายในราคาลูกละ 2-3 บาท จึงเท่ากับขาดทุนทันที

ปัญหาสำคัญอยู่ที่โครงสร้างตลาดภายในประเทศที่พึ่งพาพ่อค้าคนกลางหรือล้งเป็นหลัก เมื่อผลผลิตออกพร้อมกันหลายพื้นที่ จะเกิดภาวะล้นตลาดระยะสั้น เกษตรกรซึ่งขาดอำนาจต่อรองจึงถูกกดราคาได้ง่าย อีกทั้งยังขาดข้อมูลราคาที่โปร่งใส ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลตลาดที่แท้จริงอย่างเท่าเทียม

ประธานเครือข่ายฯ ชี้ว่า เมื่ออำนาจต่อรองกระจุกตัวอยู่ในมือผู้ซื้อไม่กี่ราย ราคาจึงถูกกำหนดจากปลายทาง ขณะที่ต้นทางซึ่งรับความเสี่ยงจากต้นทุน สภาพอากาศ และความผันผวนของตลาด กลับไม่มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางราคา ส่งผลให้แม้ตลาดต่างประเทศยังต้องการมะพร้าวน้ำหอมไทย แต่ชาวสวนกลับไม่ได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม

นอกจากปัญหาราคา เกษตรกรยังเรียกร้องให้ภาครัฐตรวจสอบธุรกิจที่อาจขาดความโปร่งใส ทั้งกรณีการสวมนอมินี การรวมศูนย์ผ่านเครือข่ายนายหน้า และพฤติกรรมกดราคารับซื้อ พร้อมทั้งเร่งยกระดับมาตรฐานการผลิต เพื่อรักษาภาพลักษณ์มะพร้าวน้ำหอมไทยในตลาดโลก

ขณะเดียวกัน เครือข่ายเกษตรกรเตรียมประสานองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ หลังการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ โดยมีข้อเสนอหลักคือการผลักดันให้ “มะพร้าวน้ำหอม” ได้รับการบรรจุเป็นพืชเศรษฐกิจ เพื่อเปิดทางให้ภาครัฐสามารถใช้มาตรการประกันราคาและชดเชยความเสียหายได้ เช่นเดียวกับข้าว มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน

นายชัยยันต์ ย้ำว่า หากไม่มีการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง ชาวสวนในจังหวัดสมุทรสงครามจะยังต้องเผชิญความยากลำบากต่อไป ภายใต้ภาพที่ปลายทางยังรุ่งเรือง แต่ต้นทางกลับร่วงโรย เพราะระบบราคาที่ไม่เป็นธรรม และอาจกระทบต่อความยั่งยืนของอาชีพสวนมะพร้าวในระยะยาว โดยเฉพาะการสืบทอดอาชีพของคนรุ่นใหม่.

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5641727/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TfOgNZjcV1Iqvxp5O4bYC