ขอแสดงความยินดีและชื่นชมกับดุษฎีบัณฑิตและมหาบัณฑิตทุกท่าน ที่สำเร็จการศึกษาจากนิด้าด้วยความมานะบากบั่น ทุกท่านเป็นความภาคภูมิใจของสถาบัน และรุ่นนี้จบในปีที่นิด้าครบรอบ 60 ปีแห่งการสถาปนาพอดี
ค่านิยมหลักของนิด้าคือ WISE ซึ่งย่อมาจากคำว่า Wisdom (ปัญญา) Integrity (ความซื่อตรง) Sustainable Impacts (ผลกระทบที่ยั่งยืน) และ Empathy (ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น)
สำหรับการศึกษาในยุคศตวรรษที่ 21 ซึ่งสถานการณ์ทั่วโลกมีการพลิกผันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว UNESCO จึงได้เสนอเสาหลักการเรียนรู้เพิ่มเป็น 5 เสา (5 Pillars of Education) เพื่อความยั่งยืน ดังนั้นเมื่อนำเสาหลักการเรียนรู้และค่านิยมหลักของนิด้ามาผสมผสานกัน จะทำให้เสาหลักการเรียนรู้มีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น
1. Learning to Know เป็นการเรียนรู้เพื่อสร้างความรู้ (knowledge) ซึ่งได้จากครูบาอาจารย์ สถานศึกษาหรือการเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น เรื่องแนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน องค์ความรู้ ทฤษฎี และมุมมองต่าง ๆ ในแต่ละสาขาวิชาที่เรียน
การเรียนรู้เช่นนี้จะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างปัญญา (Wisdom) ด้วยการคิดวิพากษ์ความรู้เพื่อให้รู้ลึก รู้แจ้ง และควรต้องทำอย่างต่อเนื่อง เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning) เพราะปัญญาจะมีการเปลี่ยนแปลงได้เช่นเดียวกัน สิ่งที่เราคิดว่าใช่หรือถูกต้องในอดีต อาจไม่ใช่ในวันนี้หรือพรุ่งนี้
2. Learning to Do การเรียนรู้ทักษะ (skills) และการใช้เครื่องมือต่างๆ ในการทำงานและเพื่อแก้ปัญหา เป็นการประยุกต์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติ เครื่องมือทำงานทำให้การคิดวิเคราะห์ และการบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ทักษะการใช้ AI ทักษะการใช้เครื่องมือการจัดการต่าง ๆ (Management Tools) เช่น การจัดการความรู้ Design Thinking, และ OKR
การนำปัญญา (Wisdom) มาใช้ในการวิเคราะห์ว่า เครื่องมือที่ใช้เหมาะสมกับบริบทของเราหรือไม่ ภายใต้สถานการณ์แบบใด และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว (Sustainable Impacts) เป็นอย่างไร
3. Learning to Live Together การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับคนอื่น โดยเข้าใจความหลากหลาย การเคารพสิทธิมนุษยชน ไม่ด้อยค่าคนอื่น แก้ไขปัญหาอย่างสันติ เปิดใจกว้างกับวัฒนธรรมที่ต่างกัน การ “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” เป็นเรื่องที่นำมาใช้ได้ เพื่อให้เป้าหมายโดยรวมเป็นไปได้
นอกจากนี้ การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจผู้อื่น (Empathy) ด้วย การใช้มาตรฐานที่ตนเองคิดว่าถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวและใช้ตัดสินคนอื่นที่แตกต่างจะทำให้การอยู่ร่วมกันทำได้ยากขึ้น และเกิดปัญหาความขัดแย้งไม่มีที่สิ้นสุด
4. Learning to Be การเรียนรู้ในการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาสูง สามารถสร้างและถ่ายทอดวัฒนธรรม ภาษา และเทคโนโลยี มีความละเอียดอ่อน การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้อีกด้านหนึ่งของความเป็นมนุษย์นอกเหนือจากเรียนรู้ด้านวิชาการ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ สุนทรียภาพ ความงดงามในศิลปะ ดนตรี และบทกวี
การนำเรื่องความเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกคนอื่น (Empathy) มาใช้ในการเรียนรู้ในการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ยังเป็นคุณลักษณะหนึ่งที่จะช่วยเสริมลักษณะของผู้นำแบบ Empathetic Leadership อันจะช่วยให้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับผู้คน และเป็น “ผู้นำที่ผู้คนอยากจะเดินตาม”
5. Learning to Transform Oneself and Society เรียนรู้ในการพลิกโฉมตนเองและสังคม จากการประเมินผลระดับโลกเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) พบว่าปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ ความยากจน และความหิวโหยที่ยังมีความคืบหน้าค่อนข้างล่าช้า มีเพียง 17% ของเป้าหมายเท่านั้นที่บรรลุหรือมีแนวโน้มจะบรรลุผลทันในปี 2030
การพลิกโฉมตนเองหรือสังคมนี้ควรจะต้องคำนึงถึงผลระยะยาว (Sustainable Impacts) และต้องใช้ปัญญามากขึ้นกว่าเดิม ทบทวนว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ได้ดำเนินการไปควรต้องปรับอะไรบ้าง และทำด้วยความซื่อตรง (Integrity) มีจริยธรรม ไม่มีวาระซ่อนเร้น (hidden agenda) หรือผลประโยชน์อื่นแอบแฝง
สุดท้ายจึงหวังที่จะเห็นดุษฎีบัณฑิตและมหาบัณฑิตนิด้าทุกท่านมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ค่านิยมหลักของนิด้าเป็นเข็มทิศเพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (change agent) ที่จะช่วยทำให้ชุมชนและสังคมน่าอยู่ขึ้น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/nida-orientation-2026-president-speech/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_3U0ADvNsn_WyuuDUBgoH

