การขยายตลาดของ เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง มาสู่จังหวัดชลบุรีครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการนำมาตรฐานและเอกลักษณ์เบียร์สดต้นตำรับจากโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ไปสู่ผู้บริโภคในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น หลังสั่งสมประสบการณ์การผลิตเบียร์คุณภาพมานานกว่า 20 ปี ทั้งนี้หากพิจารณาจากฐานลูกค้าของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงทั้ง 3 สาขา พบว่า “ชลบุรี” ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีลูกค้าใช้บริการติดอันดับต้น ๆ ขณะเดียวกันในมุมศักยภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อ จังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะ พัทยา ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทย จึงถูกเลือกเป็น หมุดหมายแรกของการขยายตลาดเบียร์สดนอกโรงเบียร์
โดยในเบื้องต้นบริษัทนำเสนอเบียร์สด 2 สูตร ได้แก่ เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง ลาเกอร์ (Lager) เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง โรเซ่ (Rosé) พร้อมกันนี้ยังได้จับมือพันธมิตร ร้าน Folks On The Beach หาดดงตาล เป็นหนึ่งในร้านนำร่องในจังหวัดชลบุรี และจัดงาน German Tawandang Road to Chonburi เปิดตัวเบียร์สดอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ตกริมทะเลพัทยา สำหรับการเสิร์ฟเบียร์สดออกนอกโรงเบียร์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด บริษัทจึงดึงผู้เชี่ยวชาญจาก เยอรมนีและญี่ปุ่น เข้ามาเสริมศักยภาพ ทั้งบรูว์มาสเตอร์จากเยอรมนี และเทคโนโลยี Micro-Foam จากญี่ปุ่น ที่ช่วยสร้างฟองเบียร์ละเอียดระดับพรีเมียม จนสามารถพัฒนานวัตกรรม พิมพ์ลายลงบนฟองเบียร์ (Foam Art) ได้ คล้ายกับการทำลาเต้อาร์ตในกาแฟ
สำหรับกลยุทธ์การขยายตลาด บริษัทเตรียมผลักดันการจำหน่ายผ่าน แทปเบียร์ (Tap Beer) ในช่องทาง On-Premise เช่น ผับ บาร์ ร้านอาหาร และโรงแรม โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2569 จะติดตั้งแทปเบียร์ให้ได้ 2,000 เครื่อง แม้จะมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต เนื่องจากแทปเบียร์แต่ละเครื่องมีราคาหลายหมื่นบาทจนเกือบถึงแสนบาท และต้องสั่งผลิตเฉพาะทาง โดยปัจจุบันโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงทั้ง 3 โรงเบียร์ มียอดขายเบียร์รวมราว 2,500 ลิตรต่อวัน โดยบริษัทคาดว่าการขายเบียร์สดนอกโรงเบียร์จะสร้างสัดส่วนรายได้ราว 5-10% ของธุรกิจในระยะเริ่มต้น โดยในภาพรวม ธุรกิจเบียร์ของบริษัทมีผลิตภัณฑ์รวม 7-8 แบรนด์ เช่น เบียร์คาราบาว , เบียร์ตะวันแดง, เบียร์พัทยา และเบียร์สดเยอรมันตะวันแดง ขณะที่เบียร์ขวดและกระป๋องทำยอดขายได้ประมาณ 300,000 ลังต่อเดือน
ล่าสุดบริษัทเตรียมเปิดตัวเบียร์ใหม่ “เบียร์ภูเก็ต” ในเดือนเมษายนนี้ เป็น ไวเซ่นเบียร์ แอลกอฮอล์ 4.2% เพื่อเสริมพอร์ตจาก เบียร์พัทยา ที่มีลักษณะใกล้เคียงลาเกอร์ แอลกอฮอล์ 3.9% ซึ่งออกแบบให้ดื่มง่าย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ต้องการเบียร์เบา ๆ สามารถดื่มได้ตลอดวัน สำหรับกลยุทธ์ของบริษัทคือการสร้างความหลากหลายของเบียร์ เพื่อให้ตอบโจทย์การดื่มในหลายโอกาส พร้อมสร้าง แบรนด์ท้องถิ่น (Local Brand) ที่ทำให้คนในพื้นที่รู้สึกภาคภูมิใจ เช่นเดียวกับ เบียร์พัทยา ที่ปัจจุบันเริ่มขยายไปจำหน่ายในจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ อย่างเชียงใหม่และหัวหินแล้ว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/digital-business/digital-marketing/862513&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1eHH-o1X7FN8KlNdwbhDI0

