อบจ.เชียงรายลงพื้นที่โป่งผา เร่งปั้นหนองน้ำพุเป็นแลนด์มาร์กรับสงกรานต์ ควบคู่เปิดกีฬาชุมชนย้ำยุทธศาสตร์เมืองน่าอยู่แม่สาย
เชียงราย,28 กุมภาพันธ์ 2569 – ภาพของอำเภอแม่สายที่หลายคนคุ้นตาในฐานะประตูหน้าด่านการค้าและการเดินทางชายแดน กำลังถูกเล่าใหม่ด้วย “พื้นที่” ที่ตั้งใจให้คนอยู่ได้ดีขึ้น และนักท่องเที่ยวอยากแวะมานานขึ้น ไม่ใช่เพียงผ่านทาง ล่าสุดการลงพื้นที่ของผู้บริหารท้องถิ่นระดับจังหวัดและตำบลในตำบลโป่งผา สะท้อนความพยายามยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนไปพร้อมกัน ภายใต้โจทย์ใหญ่ที่ทุกพื้นที่เผชิญร่วมกัน คือทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวและการพัฒนาเมืองไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ลงพื้นที่หนองน้ำพุ วางหมากรับสงกรานต์
ช่วงเวลา 10.45 น. ของวันเดียวกัน นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ร่วมกับนางมลธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต 6 และ ดร.ณัชชา กันทะดง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา เพื่อวางแผนกระตุ้นการท่องเที่ยว ณ “หนองน้ำพุ” สวนสาธารณะและแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลโป่งผา โดยเป้าหมายระยะใกล้ชัดเจน คือเตรียมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ตามข้อมูลที่หน่วยงานในพื้นที่จัดทำและแนบมา
“หนองน้ำพุ” ถูกวางบทบาทให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่บนเนื้อที่กว่า 82 ไร่ มีองค์ประกอบตั้งแต่พื้นที่ออกกำลังกาย เส้นทางเดินวิ่ง พื้นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ไปจนถึงจุดถ่ายภาพและลานกิจกรรมที่รองรับงานเทศกาลของชุมชนในอนาคต ตามข้อมูลที่หน่วยงานในพื้นที่จัดทำและแนบมา
ในมุมการพัฒนาเชิงนโยบาย ภาพของหนองน้ำพุไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดดเดี่ยว เพราะโครงการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกนำเสนอในกรอบงานภาครัฐด้านการพัฒนาเมืองและพื้นที่สาธารณะ โดยสื่อกระแสหลักรายงานว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองมีบทบาทส่งมอบความสำเร็จโครงการพัฒนา “หนองน้ำพุ” ตำบลโป่งผาในฐานะพื้นที่เพื่อสุขภาพและการใช้ประโยชน์สาธารณะ พร้อมคาดหวังให้ท้องถิ่นดูแลต่ออย่างยั่งยืน
เมื่ออ่านสัญญาณนี้ร่วมกับการลงพื้นที่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ จึงเห็นทิศทางที่ชัดขึ้นว่า เป้าหมายไม่ได้หยุดแค่การทำให้มีสวนสวยขึ้นอีกแห่ง แต่กำลังพยายามทำให้พื้นที่สาธารณะกลายเป็นกลไกเศรษฐกิจชุมชนและกลไกดูแลผู้คนในระยะยาว
สงกรานต์ไม่ใช่แค่เทศกาล แต่เป็นสนามแข่งขันของเมืองท่องเที่ยว
การเตรียมรับสงกรานต์ในระดับพื้นที่ มีนัยมากกว่าการจัดงานให้คึกคัก เพราะสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่เม็ดเงินและการเดินทางกระจายตัวสูง เมืองที่มีพื้นที่กิจกรรมพร้อม มีจุดเช็กอินใหม่ และมีระบบรองรับที่ดี ย่อมได้เปรียบในการดึงนักท่องเที่ยวให้ “แวะและใช้เวลา” มากขึ้น
ภาครัฐเองตั้งเป้าการท่องเที่ยวในประเทศปี 2569 ที่ 180 ล้านคนครั้ง และมูลค่า 1.08 ล้านล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศกำลังขยับเกมเพื่อแย่งส่วนแบ่งการเดินทางของคนไทย ในบริบทนี้ หนองน้ำพุจึงถูกวางให้เป็นทั้งปอดของชุมชนและเป็นหน้าต่างต้อนรับผู้มาเยือน โดยเฉพาะพื้นที่แม่สายที่มีศักยภาพเชิงทำเลและเรื่องราวชายแดนเป็นทุนเดิม
อย่างไรก็ตาม การทำให้แลนด์มาร์กใหม่ “ยืนระยะ” ไม่ได้ขึ้นกับทิวทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการออกแบบการใช้ประโยชน์ให้คนทุกวัยเข้าถึงได้จริง ตั้งแต่ผู้สูงอายุที่ต้องการพื้นที่เดินออกกำลังแบบปลอดภัย เด็กและเยาวชนที่ต้องการพื้นที่กิจกรรม ไปจนถึงผู้ค้ารายย่อยที่ต้องการโอกาสทางรายได้ในวันที่คนมาเยือนหนาแน่น
กีฬาเป็นอีกด้านของสมการเมืองน่าอยู่
ก่อนลงพื้นที่หนองน้ำพุ ในเวลา 08.30 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการจัดการแข่งขันกีฬาตำบลโป่งผา ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ สนามกีฬากลางตำบลโป่งผา โดยมี ดร.ณัชชา กันทะดง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนร่วมกิจกรรม ตามข้อมูลที่หน่วยงานในพื้นที่จัดทำและแนบมา
สาระของโครงการกีฬาในครั้งนี้ถูกระบุชัดในกรอบสังคมและสุขภาพ คือสร้างความสามัคคีปรองดอง ส่งเสริมให้เยาวชน ประชาชน และผู้สูงอายุออกกำลังกาย ลดโรค ลดการใช้เวลาว่างไปกับอบายมุข และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชน ตามข้อมูลที่หน่วยงานในพื้นที่จัดทำและแนบมา
หากมองในภาพใหญ่ นี่คือการขยับ “นโยบายสุขภาวะ” ให้จับต้องได้ ด้วยกิจกรรมที่คนเข้าร่วมได้ทันที และเป็นเครื่องมือรวมผู้คนได้จริง มากกว่าการรณรงค์เชิงคำพูด
ด้านมาตรฐานสากล องค์การอนามัยโลกให้ข้อแนะนำว่า ผู้ใหญ่ควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 ถึง 300 นาทีต่อสัปดาห์ หรือกิจกรรมระดับหนัก 75 ถึง 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ เมื่อวางมาตรฐานนี้ขนานกับกิจกรรมกีฬาในตำบล จึงเห็นความหมายที่ลึกกว่าแข่งขันเพื่อชัยชนะ แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมการขยับร่างกายและพื้นที่ทางสังคมที่เกื้อหนุนกัน
เมื่อพื้นที่สีเขียวเจอกีฬา เมืองได้ทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจ
ภาพที่เกิดขึ้นในตำบลโป่งผาในวันเดียวกัน คือการเดิน 2 ขาพร้อมกัน ขาหนึ่งคือการยกระดับพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ให้เป็นแลนด์มาร์กและพื้นที่กิจกรรมเพื่อรองรับเทศกาลท่องเที่ยว อีกขาหนึ่งคือการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ลดปัญหาสังคม และส่งเสริมสุขภาวะ
สองขานี้เชื่อมกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล เพราะแลนด์มาร์กจะมีชีวิตได้ก็ต่อเมื่อมีคนใช้พื้นที่จริง มีชุมชนเป็นเจ้าของพื้นที่ และมีปฏิทินกิจกรรมที่ต่อเนื่อง ไม่ให้พื้นที่สวยแต่เงียบ ขณะเดียวกัน กีฬาและกิจกรรมชุมชนจะยั่งยืนขึ้นเมื่อมีสถานที่รองรับที่เหมาะสม ปลอดภัย และเข้าถึงได้
ในเชิงยุทธศาสตร์ท้องถิ่น การเตรียมรับสงกรานต์ด้วยแลนด์มาร์กใหม่คือการเพิ่ม “เหตุผลในการเดินทาง” ของนักท่องเที่ยว ส่วนการจัดกีฬาชุมชนคือการเพิ่ม “คุณภาพการอยู่ร่วมกัน” ของคนในพื้นที่ หากทำให้ทั้งสองเรื่องเดินไปด้วยกันได้ เมืองชายแดนอย่างแม่สายจะไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงจุดผ่าน แต่เป็นพื้นที่ที่คนอยากอยู่และอยากกลับมา
ประเด็นที่ชุมชนและผู้มาเยือนควรจับตาหลังจากนี้
แม้การลงพื้นที่และการเปิดกิจกรรมจะเป็นสัญญาณบวก แต่ความท้าทายที่จะทำให้ผลลัพธ์เกิดจริงยังอยู่ในรายละเอียด เช่น การบริหารจัดการความสะอาด ความปลอดภัย การจัดระเบียบการใช้พื้นที่ในช่วงเทศกาล การคุมความหนาแน่นของกิจกรรมให้ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของชาวบ้านให้รู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่มากกว่าผู้มาใช้ชั่วคราว
อีกด้านหนึ่ง การทำให้กีฬาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาสังคมต้องอาศัยความต่อเนื่อง และการออกแบบให้คนทุกวัยเข้าร่วมได้จริง ไม่ใช่เฉพาะช่วงจัดงาน เมื่อกิจกรรมจบแล้วควรมีระบบสนับสนุนต่อ เช่น ชมรมกีฬา การใช้พื้นที่ฝึกซ้อมประจำ หรือกิจกรรมสุขภาพที่สอดรับกับชีวิตประจำวันของคนทำงานและผู้สูงอายุ
สิ่งที่ประชาชนทำได้ทันที
ประชาชนในพื้นที่สามารถเริ่มต้นจากเรื่องง่ายแต่มีพลัง คือชวนกันใช้พื้นที่สาธารณะอย่างรับผิดชอบ รักษาความสะอาด เคารพกติกาพื้นที่ และร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีในช่วงเทศกาล ขณะที่ผู้ปกครองและโรงเรียนสามารถต่อยอดจากกิจกรรมกีฬาไปสู่การสร้างวินัยการออกกำลังกายของเด็กและเยาวชนให้สม่ำเสมอ ส่วนผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเตรียมสินค้าหรือบริการที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนอยู่ในชุมชนมากขึ้น
ท้ายที่สุด ภาพของหนองน้ำพุที่กำลังถูกปั้นขึ้น และภาพของสนามกีฬาที่คนหลายวัยลงมาเคลื่อนไหวพร้อมกันในเช้าวันเดียวกัน กำลังบอกเล่าแนวคิดเดียวกันอย่างชัดเจน เมืองที่น่าอยู่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการทำให้พื้นที่สาธารณะเป็นของทุกคน และทำให้กิจกรรมของชุมชนเป็นเครื่องมือดูแลกันได้จริง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/nong-nam-phu-pong-pha-mae-sai-landmark/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YTqtsZfEKIdzCt2ipAE0n

