โพสต์วิเคราะห์: ฮอร์มุซระอุเมื่อเรือธงไทยถูกโจมตีบทเรียนราคาแพงสหรัฐฯ
การโจมตีเรือ “มยุรีนารี” เรือสินค้าสัญชาติไทยในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ไม่เพียงแต่เป็นวิกฤตการณ์ทางทะเล แต่คือภาพสะท้อนของความล้มเหลวเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ สถานการณ์ปัจจุบันบ่งชี้ชัดเจนว่า สหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการเปลี่ยนระบอบปกครอง (Regime Change) ในอิหร่านได้ ซ้ำร้ายยังทำให้อิหร่านใช้ชัยภูมิที่ได้เปรียบควบคุมเส้นทางลำเลียงน้ำมันโลกเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง จนราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกลายเป็นอาวุธย้อนกลับมาทำลายเศรษฐกิจโลก
ความล้มเหลวของทรัมป์และทฤษฎี TACO
บทวิเคราะห์จาก พิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย มองว่ายุทธศาสตร์ของทรัมป์ที่หวังใช้ความรุนแรงสยบอิหร่านผ่านการสังหารผู้นำเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง นอกจากจะเปลี่ยนระบอบปกครองไม่ได้ยังเป็นการ “จุดไฟ” ให้ภูมิภาค และสร้างความแค้นเคืองแก่คนรุ่นใหม่ในอิหร่าน
อดีตทูตพิศาลยังให้นิยามพฤติกรรมของทรัมป์ว่า “TACO” (Trump Always Chickens Out) หรือพฤติกรรมที่มักประกาศกร้าวแต่พร้อมจะถอยทัพทันทีเมื่อเห็นว่าสถานการณ์กระทบต่อตลาดหุ้นหรือคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งมิดเทอม เนื่องจากกลัวว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและยอดสูญเสียของทหารอเมริกันจะทำให้เขาพ่ายแพ้ในสนามการเมือง
อธิปไตยเคลื่อนที่ และชัยภูมิที่เหนือกว่าของอิหร่าน
ในมุมมองด้านความมั่นคง พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุว่ากรณีเรือมยุรีนารีต้องถือเป็นเรื่อง “อธิปไตย” เพราะเรือที่จดทะเบียนและชักธงไทยคือแผ่นดินไทยที่เคลื่อนที่ไปในทะเล การโจมตีครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าอิหร่านมีความสามารถในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเบ็ดเสร็จ โดยใช้ “อาวุธไร้คนขับ” (Unmanned Systems) และทุ่นระเบิด ซึ่งยากจะป้องกันแม้จะมีเรือรบคุ้มกัน
เป้าหมายของอิหร่านชัดเจนคือการผลักดันราคาน้ำมันให้แตะระดับ 150-200 เหรียญต่อบาร์เรล เพื่อใช้เป็นไม้ตายสุดท้ายในการรักษาประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะการยึดพื้นที่คืนต้องใช้การรบยกพลขึ้นบกเต็มรูปแบบซึ่งมีความเสี่ยงสูงเกินรับได้
ทางออกประเทศไทย: เลิก ‘หน่อมแนม’ ชูไพ่ตาย ‘อู่ตะเภา’
สำหรับบทบาทของรัฐบาลไทย อดีตทูตพิศาลวิจารณ์ว่าที่ผ่านมาไทยดำเนินนโยบายแบบ “หน่อมแนม” เน้นเพียงการแสดงความห่วงใยจนขาดจุดยืนที่สง่างาม ข้อเสนอแนะคือไทยต้องใช้การทูตเชิงรุกบนหลักมนุษยธรรม เช่น การส่งเวชภัณฑ์ช่วยเหลืออิหร่านเพื่อแสดงความเป็นมิตร
ขณะเดียวกัน พล.ร.อ.จุมพล ชี้ว่าไทยยังมี “ไพ่ต่อรอง” ระดับทองคำคือสนามบินอู่ตะเภาและชัยภูมิขวานทองที่อยู่กึ่งกลางสองมหาสมุทร ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สหรัฐฯ ขาดไม่ได้ในการดำเนินนโยบายอินโด-แปซิฟิก รัฐบาลจึงควรนำจุดแข็งนี้มาเจรจาเพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติ แทนการเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ที่รอรับผลกระทบทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว
เรียบเรียง: อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา: รายการคมชัดลึก(คลิก)
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/columnist/post-analysis/739296&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pQjNyLzWtrvLzcG6W3TPC

