วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.40 น.
11 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ได้เรียกร้องให้ชาวอินเดียทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home รวมถึง ลดการซื้อทองคำ และจำกัดการเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่
มาตรการรัดเข็มขัดซึ่งคล้ายคลึงกับมาตรการในยุคโควิด-19 จะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงของอินเดียและช่วยประหยัดเงินตราต่างประเทศ
อินเดียต้องนำเข้าน้ำมันถึง 90% และค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันดิบของอินเดียพุ่งสูงขึ้นหลายพันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลทำสงครามกับอิหร่าน เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในอ่าวเปอร์เซีย ถูกปิดมานานกว่าสองเดือนครึ่งแล้ว
นักวิเคราะห์ กล่าวว่า คำอ้อนวอนของ โมดี ที่กล่าวในงานสาธารณะที่เมืองไฮเดอราบัด ทางตอนใต้ของอินเดีย เมื่อวันอาทิตย์นั้น เป็นคำอ้อนวอนที่ “รุนแรงที่สุด” เท่าที่เคยมีมา
“ความรักชาติไม่ได้หมายถึงแค่ความเต็มใจที่จะเสียสละชีวิตที่ชายแดนเท่านั้น ในยุคนี้ ความรักชาติหมายถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความรับผิดชอบและทำหน้าที่ของเราต่อประเทศชาติในชีวิตประจำวัน” โมดีกล่าว
“ในสถานการณ์ปัจจุบัน เราต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการประหยัดเงินตราต่างประเทศ”
พร้อมกันนี้ นายโมดี ยังเรียกร้องให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าใต้ดิน และแนะนำให้ใช้รถร่วมกันเพื่อประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ เขายังขอให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยลงครึ่งหนึ่ง
ผลกระทบปรากฏให้เห็นในตลาดหุ้นอินเดีย นักวิเคราะห์ กล่าวว่า คำพูดของโมดีเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ดัชนี Sensex ร่วงลงมากกว่า 1,000 จุด ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (11 พ.ค.) ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักทางเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ
อินเดียยังคงหลีกเลี่ยงการขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลที่ปั๊มน้ำมัน แม้จะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นต่อผู้ค้าปลีกน้ำมันของรัฐ แต่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันได้เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างแล้ว
ผลกระทบนั้นเห็นได้ชัดในหลายอุตสาหกรรม โดยมีงานหลายแสนตำแหน่งในโรงงานผลิตแก้ว ผลิตภัณฑ์พลาสติก และกระเบื้องที่ตกอยู่ในความเสี่ยง นอกจากนี้ปริมาณปุ๋ย ที่ลดลง ยังก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงและราคาอาหารที่สูงขึ้น
แต่ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นกับเงินรูปีของอินเดีย ซึ่งอ่อนค่าลงเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้นและสร้างแรงกดดันต่อภาวะเงินเฟ้อ
นักวิเคราะห์ กล่าวว่า คำกล่าวของ โมดี บ่งชี้ว่ารัฐบาลอาจออกคำสั่งบางอย่างเพื่อควบคุมการใช้พลังงานในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ การปรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน
ผู้นำฝ่ายค้านของอินเดียวิพากษ์วิจารณ์คำพูดของโมดี โดยกล่าวว่าเป็นการชี้ให้เห็นถึงการวางแผนที่ไม่ดีของรัฐบาลกลาง
นายราหุล คานธี หัวหน้าพรรคคองเกรส กล่าวว่า รัฐบาลกำลัง “โยนความรับผิดชอบไปให้ประชาชน” และหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบของตนเอง “ข้อเสนอแนะของโมดีไม่ใช่คำเทศนา แต่เป็นหลักฐานแห่งความล้มเหลว”
สงครามในอิหร่านและการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งหลายประเทศกำลังเผชิญกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้อธิบายเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”
ในช่วงเวลาหลังจากสงครามเริ่มต้นขึ้นประเทศต่างๆ จำนวนหนึ่งได้ออกมาตรการเพื่อจำกัดผลกระทบต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจ
จีนสั่งให้โรงกลั่นน้ำมันหยุดส่งออกเชื้อเพลิงเป็นการชั่วคราว แต่ราคาน้ำมันเบนซินยังคงสูงขึ้นในประเทศจีน และสายการบินบางแห่งในจีนได้ลดเที่ยวบินลงเนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินปรับตัวสูงขึ้น
บางรัฐในออสเตรเลียได้ยกเลิกค่าโดยสารหรือลดค่าโดยสารลงครึ่งหนึ่งเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนไม่ขับรถเอง
ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศในเดือนมีนาคม โดยรัฐบาลได้ให้เงินอุดหนุนแก่คนขับรถขนส่ง ลดบริการเรือข้ามฟาก และกำหนดให้ข้าราชการทำงานสัปดาห์ละสี่วัน
ศรีลังกาก็ได้เริ่มใช้มาตรการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงและเปลี่ยนมาใช้ระบบทำงานสี่วันต่อสัปดาห์ เป็นการชั่วคราว โดยปิดโรงเรียน วิทยาลัย และสถาบันของรัฐอื่นๆ ในวันพุธ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/963809&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZbGsXWKvSCbG9721ecOIx

