• Sun. May 3rd, 2026

เร่งมอเตอร์เวย์ M6 – M82 หนุนตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 

เร่งมอเตอร์เวย์-m6-–-m82-หนุนตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เร่งมอเตอร์เวย์ M6 – M82 หนุนตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 

‘พิพัฒน์’  มอบ 4 นโยบายกรมทางหลวง ชูวิสัยทัศน์ “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” จี้โครงการมอเตอร์เวย์ให้เร็วขึ้น พร้อมยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด

 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคมเปิดเผยหลังเดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่กรมทางหลวง (ทล.)ว่า กรมทางหลวงเป็นหน่วยงานหลักสำคัญในการวางรากฐานสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในสภาวะที่ต้องเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภารกิจของกรมทางหลวงจึงไม่เพียงการสร้างถนน แต่คือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความสะดวก และลดภาระต้นทุนให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ จึงได้มอบนโยบายสำคัญ 4 ประเด็น เพื่อเร่งรัดการดำเนินงาน ดังนี้

1.เร่งรัดการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) โดยให้เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างงานโยธา ทั้งมอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน-นครราชสีมา) และ M82 (สายทางยกระดับบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว) เพื่อเปิดทดลองให้ประชาชนได้ใช้งานโดยเร็ว พร้อมเร่งรัดการประมูลคัดเลือกเอกชน (PPP) ที่ได้รับอนุมัติแล้ว เช่น งานระบบมอเตอร์เวย์ M82, โครงการ M5 (ส่วนต่อขยายรังสิต-บางปะอิน), M9 (วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก) และโครงการที่พักริมทาง ของมอเตอร์เวย์ M6 และ M81 นอกจากนี้ ให้เร่งเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติมอเตอร์เวย์สายใต้เส้นแรก M8 (ช่วงนครปฐม–ปากท่อ) และให้เพิ่มทางเลือกของแหล่งเงินทุนผ่านการระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 

2. ยกระดับโครงข่ายทางหลวงให้ปลอดภัยและสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง พร้อมให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เช่น โครงข่ายถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ แก้ปัญหาการจราจร, การศึกษาพัฒนา ทล.4 และ ทล.41 ให้เป็นมอเตอร์เวย์ และทางแนวใหม่เชื่อม สตูล-สงขลา-ปัตตานี รวมถึงเร่งรัดโครงข่าย MR-MAP (MR1 ช่วงนครปฐม-นครสวรรค์) โดยบูรณาการร่วมกับการพัฒนาระบบรางและคลองระบายน้ำฝั่งตะวันตก เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง 

3. มาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดระหว่างก่อสร้างโดยต้องจัดระเบียบพื้นที่ก่อสร้างอย่างเคร่งครัด ไฟส่องสว่าง ป้ายเตือนต้องชัดเจน การเร่งรัดงานก่อสร้างต้องดำเนินการคู่ขนานไปพร้อมกับความปลอดภัยในทุกมิติ โดยเฉพาะโครงการที่มีความซับซ้อน ที่สำคัญต้องวางแผนจัดการจราจรในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการส่วนต่อขยายทางยกระดับบรมราชชนนี (ทล.338) ที่มีแผนจะเริ่มก่อสร้างในปี 2569 นี้  พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีอัจฉริยะ มาใช้ในการแก้ไขปัญหาการจราจร เช่น ใช้ระบบอัตโนมัติในการตรวจจับอุบัติเหตุ , การเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง (m-flow) , ควบคุมไฟจราจร , ทางข้ามถนน และตรวจจับความเร็วบนทางหลวงเป็นต้น

 4. นโยบายประหยัดพลังงาน โดยระยะเร่งด่วนให้บริหารจัดการไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวงสายรอง นอกพื้นที่ชุมชน ในช่วงเวลาที่มีรถสัญจรน้อย (22.00 น. – 06.00 น. ) โดยยึดมาตรฐานความปลอดภัยเป็นหลัก และในระยะยาวให้ทำ Roadmap เปลี่ยนโคมไฟถนนเป็นระบบ LED อย่างเป็นระบบเพื่อความยั่งยืน 

ทั้งนี้ ภายหลังจากมอบนโยบายให้แก่กรมทางหลวงแล้วนั้น ตนได้ลงตรวจเยี่ยมศูนย์ราชการสะดวก Government Easy Contact Center (GECC) ของกรมทางหลวง ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่ออํานวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ ให้สามารถเข้าถึงบริการของกรมทางหลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการรับบริการ รวมทั้งยกระดับการให้บริการประชาชนของกรมทางหลวงอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงพร้อมขับเคลื่อนภารกิจอย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันกำลังเร่งผลักดันแผนแม่บท MR-MAP, การพัฒนาทางแนวใหม่เชื่อมโยงสตูล-สงขลา, โครงการสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโก-ลก ตลอดจนการแก้ปัญหาจราจรในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ 

ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการพื้นที่ก่อสร้าง กรมทางหลวงได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับความปลอดภัยในเขตก่อสร้าง โดยเน้นการจัดการจราจร การติดตั้งไฟส่องสว่างที่เพียงพอ และความพร้อมของเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้ทาง

นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังขับเคลื่อนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด Green Highway อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้โคมไฟถนนระบบ LED ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ภายในปี พ.ศ. 2583 พร้อมทั้งได้ประกาศเจตนารมณ์ผ่าน “ปฏิญญากรมทางหลวง” มุ่งสู่การเป็นทางหลวงคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี ค.ศ. 2040 เพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยสู่ความยั่งยืน และยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนอย่างสูงสุด

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/42418&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zf4ecOxOnpvhL_0563Dx4