14 มีนาคม 2569 – ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุม
โดยนายจุลพันธ์ กล่าวว่า เมื่อเปิดสมัยประชุมสภาฯ พรรคเพื่อไทยจะผลักดันประเทศไทยให้มุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงทั้งในบทบาทของฝ่ายบริหาร และบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติผ่าน สส.ของเรา พรรคเพื่อไทยจะใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องมีรากฐานสำคัญ 3 ด้านควบคู่กัน ได้แก่ ด้านที่ 1 คือโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง ด้านที่ 2 คือการเมืองรากฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องของนิติรัฐ นิติธรรม กฏหมายที่ยุติธรรมทันสมัย สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน และด้านที่ 3คือการวางรากฐานความมั่นคงทุกมิติ ทั้งด้านทหาร อาหาร และสังคม ด้วยเหตุนี้พรรคเพื่อไทยจึงเตรียมเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายรวมทั้งสิ้น 47 ฉบับ ที่จะเป็นแผนกฎหมายที่ตอบโจทย์อนาคตของประเทศ และเป็นกรอบที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ พรรคเพื่อไทยได้แบ่งกฎหมายต่างๆ เหล่านี้เป็น 4 หลักคือ 1.กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน 2.กลุ่มวางมาตฐานเพื่อสร้างความเชื่อมั่น 3. กลุ่มความปลอดภัยและความมั่นคง และ 4.กลุ่มสนับสนุนเศรษฐกิจมูลค่า โดยมี 16 ฉบับที่สามารถผลักดันได้ทันทีหลังจากสภาผู้แทนราษฎรเปิด
ขณะที่นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องเกี่ยวกับการศึกษา พรรคเพื่อไทยเรามุ่งเน้นเรื่องการทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายได้สูงขึ้น คือการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ เป็นเศรษฐกิจมูลค่าสูง สิ่งสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจมีมูลค่าสูง คือเรื่องการศึกษา ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องทำทันที ท่ามกลางวิกฤติโลกดิสรัปชั่น และสภาพแวดล้อมที่ผันผวน การปฏิรูปครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงห้องเรียน แต่คือการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด สร้างระบบนิเวศทางการศึกษาใหม่ เป้าหมายสำคัญคือ เพื่อ ผลิตคนให้ตรงงาน การสร้างโอกาสสำหรับทุกคน และให้การศึกษาได้สร้างคนที่มีสมรรถนะ ทั้งนี้ร่างกฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้น ด้าน 1.การพัฒนาครู 2.การยกระดับให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางการทำหลักสูตร 3.การทำให้นักเรียนไม่หลุดออกจากนอกระบบการบริหารจัดการทำให้เกิดความเท่าเทียมกันของการศึกษา จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เรามีความจำเป็นต้องใส่ใจเรื่องนี้เต็มที่ และ 4. การเชื่อมโยงกับตลาดแรงงาน
ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่าการผลักดันกฎหมายทั้ง 47 ฉบับ ถือเป็นภารกิจสำคัญของพรรคเพื่อไทยในสภาชุดนี้ ควบคู่กับการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร โดยย้ำว่ากฎหมายทั้งหมดสะท้อนแนวคิดของพรรคที่ต้องการเห็นประเทศไทยที่ประชาชนมีโอกาสมากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีระบบรัฐที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ พรรคให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของสังคมในการผลักดันกฎหมาย โดยจะเดินหน้าจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายและพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกภาคส่วน เพื่อให้สังคมร่วมออกแบบทางออกของประเทศไปด้วยกัน พรรคเพื่อไทยเชื่อเสมอว่า หัวใจของการเมืองคือประชาชน และหัวใจของพรรคเพื่อไทยก็คือประชาชน.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/963034/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37T2RU4KRsnOJRymmCTYr9

