• Tue. May 5th, 2026

“อนุทิน” ตั้ง “เอกนิติ” ประธานศึกษาแลนด์บริดจ์ ชี้สถานการณ์โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับตัว

“อนุทิน”-ตั้ง-“เอกนิติ”-ประธานศึกษาแลนด์บริดจ์-ชี้สถานการณ์โลกเปลี่ยน-ไทยต้องปรับตัว“อนุทิน” ตั้ง “เอกนิติ” ประธานศึกษาแลนด์บริดจ์ ชี้สถานการณ์โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับตัว

“อนุทิน” ตั้ง “เอกนิติ” เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาฯโครงการแลนด์บริดจ์  ชี้สถานการณ์โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับตัว จะได้ไม่ต้องกินน้ำใต้ศอก เน้นความคุ้มค่าและผลประโยชน์ประเทศ บอกไม่ต้องกลัวเอื้อนายทุน  

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการแสดงความเห็นที่ไม่ตรงกันในประเด็นโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยระหว่างนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ว่า  เรื่องนี้ไม่มีอะไร ไม่มีปัญหาเป็นเพียงการพูดกันคนละที ซึ่งเรื่องของโครงการแลนด์บริดจ์จะมีการตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมการการศึกษาโครงการดังกล่าว ฃโดยจะต้องพิจารณาทุกรูปแบบ  ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์  ความคุ้มค่าของการลงทุนเรื่องของโลจิสติกส์ และสิ่งที่ต้องผูกอยู่กับโครงการแลนด์บริดจ์   ถ้าจะเอาเรื่องของคาร์โก้และการขนส่ง อาจจะไม่คุ้มทุน แต่ดูเรื่องทุนอย่างเดียวไม่ได้ต้องดูเรื่องความสะดวกด้วยเป็นการดูภาพรวมเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าโดยให้เร่งสรุปผลการศึกษาภายใน 90 วัน ให้สอดคล้องกับบริบทโลกในปัจจุบัน ซึ่งผลการศึกษาที่เคยดำเนินการมาในอดีต อยู่บนสถานการณ์โลกอีกบริบทหนึ่งแต่ขณะนี้เปลี่ยนไปแล้ว ทั้งเรื่อง ความมั่นคงทางพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ การที่จะทำให้ประเทศไทยไม่มีผลกระทบ หรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด หากเกิดสถานการณ์หรือความขัดแย้งใดๆ ที่ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบด้วยดังนั้นต้องหายุทธศาสตร์ที่ให้ไทยยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเองได้ และหากจะมีผลกระทบ จะต้องมีน้อยที่สุด 

“แลนด์บริดจ์ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้ แต่เป็นนโยบาย ซึ่งเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทย และแฟนๆ ของพรรคภูมิใจไทย ถือว่าเป็นเรื่องเก่าด้วยซ้ำ เราพูดมาตั้งแต่ปี 2562 และสมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรมว.คมนาคม ในรัฐบาลที่ผ่านมา  ก็หยิบเรื่องนี้ขึ้นมา และตั้งใจที่จะให้เกิดขึ้น ดังนั้นครั้งนี้ จึงเป็นงานที่ต่อเนื่อง” นายอนุทิน  กล่าว

ส่วนผลนิด้าโพล ที่ระบุว่าประชาชนภาคใต้เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ยังไม่เข้าใจเรื่องรายละเอียดนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลต้องสื่อสารให้เห็นถึงคุณประโยชน์ เพราะไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไร จะต้องเห็นประโยชน์ส่วนรวม และต่อประเทศชาติ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด 

เมื่อถามว่าประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้จะยื่นหนังสือคัดค้านต่อ สส.ในพื้นที่เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ นายอนุทิน ตอบกลับทันทีว่า แต่ก็มีคนเห็นด้วย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อมูลจากผลการศึกษา ความคุ้มทุน และประโยชน์ใช้สอยจากโครงการ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จำที่ตนเคยพูดได้หรือไม่ ว่าประเทศไทยไม่มีน้ำมันแต่มีอาหารทุกวันนี้ประเทศไทยต้องเริ่มให้ความสำคัญกับการขายความมั่นคงทางอาหารต่อทั่วโลกดังนั้นโครงการแลนด์บริดจ์จะทำให้ระบบการขนส่งอาหารไปถึงปลายทางได้เร็วกว่า และตอนนั้นที่พูดคือปี 2562 ยังไม่มีใครมาขู่ว่าช่องแคบฮอร์มุชจะปิดหรือช่องแคบมะละกาจะเก็บค่าผ่านทางไม่เคยมีใครมาแสดงความเป็นเจ้าขอแต่ปัจจุบันสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว 

“เราจึงต้องดูว่าจะมีกลไกไหน หรือทรัพยากรอันไหน ที่จะทำให้เราไม่ต้องพึ่งพา คนที่ไม่พอใจก็จะมาขู่ หรือขึ้นราคา ประเทศไทยเราก็ต้องกินน้ำใต้ศอกอยู่ตลอดเราจึงต้องเปลี่ยนรูปแบบบ้าง” นายอนุทิน กล่าว 

เมื่อถามว่ามีความห่วงใยว่าโครงการแลนด์บริดจ์ จะมีการเอื้อประโยชน์ให้นายทุน นายอนุทินกล่าวว่าเอาแค่ตรงนี้ก่อน เรื่องเอื้อพูดจนเบื่อแล้วยังเห็นเอื้อใครสักที 7-8 ปีก็ไม่เคยเอื้อใครมีแต่คนเกลียดเอาเกลียดเอา มีแต่ขัดใจเขามีแต่ทำให้เขาโกรธ เพราะไม่ได้ไปตามใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งถ้าประเทศไม่ได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นเรื่องเอื้อเอาพวกพ้องเพื่อนฝูง เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว จนตอนนี้จะเหลือแต่ สส.แล้ว เพื่อนข้างนอกไม่เหลือแล้ว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/42475&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bXIwEdson289-lWi2yyND