นายกฯ จับมือ ปธน. เวียดนาม เปิดเวที Thailand–Viet Nam Business Forum ผนึกภาคเอกชน เดินหน้าสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ย้ำเศรษฐกิจไทย–เวียดนาม ต้อง “เติบโตไปด้วยกัน”
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ห้องบอลรูม ชั้น 4 โรงแรม เดอะริทซ์ – คาร์ลตัน กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงาน Thailand–Viet Nam Business Forum 2026 ในหัวข้อ “Growing Together: Celebrating 50 Years of Thailand–Viet Nam Relations”
โดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญดังนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายโต เลิม ที่ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดงาน รวมทั้งสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม และภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจไทย–เวียดนามอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า การจัดงานครั้งนี้มีความหมายเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ซึ่งที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศได้พัฒนาจาก “มิตรภาพ” สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ที่มีความสำคัญต่ออนาคตของทั้งสองประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะสำหรับไทยและเวียดนามซึ่งเป็นสองประเทศที่มีศักยภาพ รวมทั้งอาเซียนซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงที่สุด พร้อมกล่าวถึงผลการหารือในการประชุม ASEAN Summit ภายใต้แนวคิด “Navigating our future, together” ซึ่งสะท้อนความสำคัญของการผนึกกำลัง ทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร การรับมือผลกระทบจากความขัดแย้ง การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และการเตรียมพร้อมรองรับโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยและเวียดนามถือเป็นสองประเทศเศรษฐกิจสำคัญของอาเซียน โดยปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับสองของไทยในอาเซียน มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังเข้าใกล้เป้าหมายที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขการค้า แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกัน สะท้อนความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือการเติบโตร่วมกัน พร้อมย้ำว่า “เวียดนามเติบโต ไทยก็เติบโต”
โดยปัจจุบันทั้งไทยและเวียดนามต่างเร่งสร้าง “New Engines of Growth” ผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล AI เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมสีเขียว อาหารแห่งอนาคต พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจสุขภาพ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า หากทั้งสองประเทศสามารถเชื่อมโยงศักยภาพเข้าด้วยกัน ไทยและเวียดนามจะไม่ใช่เพียง “ฐานการผลิต” ของภูมิภาค แต่จะเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคตของอาเซียน
นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ในช่วงเช้าวันนี้ ตนและนายโต เลิม ได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม “แผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านไทย–เวียดนาม” ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือแนวคิด “Three Connects” ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน กระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสร้างอนาคตร่วมกันอย่างยั่งยืน
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดอนาคตความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม คือ “ภาคเอกชน” ซึ่งจะมีบทบาทในการลงทุน การพัฒนานวัตกรรม และการจ้างงาน พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยเปิดกว้างสำหรับการลงทุน มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีการปรับปรุงกฎระเบียบ และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายโต เลิม ที่เลือกเดินทางเยือนประเทศไทยเป็นประเทศแรกภายหลังเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งนับเป็นเกียรติอย่างยิ่งของรัฐบาลไทย และในโอกาสนี้ นายโต เลิม ยังถือเป็นแขกต่างประเทศคนแรกของรัฐบาล สะท้อนถึงมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า การพบกันในครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือ การลงทุน และโอกาสใหม่ ๆ สำหรับทั้งสองประเทศ พร้อมย้ำว่า ไทยและเวียดนามจะสามารถก้าวไปข้างหน้า เติบโตไปด้วยกัน และร่วมสร้างอนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนร่วมกันต่อไป
ด้านประธานาธิบดีเวียดนามได้กล่าวแสดงความยินดีที่ได้เดินทางเยือนประเทศไทย พร้อมยืนยันการสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนระหว่างไทย–เวียดนามในทุกภาคส่วน อาทิ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีขั้นสูง และเศรษฐกิจแห่งอนาคต เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศ ตามที่ตั้งเป้าไว้ให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2935983&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GWvtCW2dPMrmbZsJMYg11

