ที่มาของภาพ, Photo by Cyrus Read/U.S. Geological Survey
-
- Author, เคท สตีเฟนส์, เฮเลน บริกกส์ และเคลวิน เชิร์ช และทีมข่าวสภาพอากาศและวิทยาศาสตร์ บีบีซี
-
เวลาอ่าน: 5 นาที
นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่า คลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นหลังจากส่วนหนึ่งของภูเขาในอะแลสกาถล่มลงสู่ทะเล ถือเป็นคลื่นที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองเท่าที่เคยมีการบันทึกมา และยังกลายเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งด้วย
เมื่อฤดูร้อนที่แล้ว คลื่นยักษ์ได้พัดถล่มฟยอร์ดในพื้นที่ห่างไกลในทางตะวันออกเฉียงใต้ของอะแลสกา และสร้างความเสียหายทิ้งไว้เบื้องหลัง
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้รับการรายงานอย่างกว้างขวางมากนักในตอนนั้น แต่การวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า แผ่นดินไหวขนาดเล็กหลายครั้งได้กระตุ้นให้เกิดดินถล่มครั้งใหญ่
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หินปริมาณมหาศาลถึง 64 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับมหาพีระมิด 24 แห่ง พังถล่มลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง พลังมหาศาลของหินจำนวนนั้นที่พุ่งลงสู่ฟยอร์ดภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ได้สร้างคลื่นยักษ์สูงเกือบ 500 เมตร
นักวิจัยกล่าวว่า ที่เรือสำราญท่องเที่ยวไม่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์ดังกล่าว เป็นเพราะเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงเช้ามืด จึงไม่มีเรือท่องเที่ยวอยู่ในบริเวณดังกล่าว
ขณะที่ ดร.เบรตวูด ฮิกแมน นักธรณีวิทยาชาวอะแลสกา ผู้ซึ่งได้เห็นความเสียหายที่ เทรซี อาร์ม ฟยอร์ด ด้วยตนเอง กล่าวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นการ “รอดจากการเกิดเหตุร้ายมาได้อย่างฉิวเฉียด”
เขากล่าวว่า “เรารู้ว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่เกือบจะอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ ผมเองก็ค่อนข้างรู้สึกหวาดกลัวว่า เราอาจจะไม่โชคดีเช่นนี้อีกในอนาคต”
คลื่นยักษ์เหล่านี้ ซึ่งเรียกว่า “สึนามิยักษ์” (megatsunami) เกิดขึ้นเมื่อดินถล่มที่เกิดจากแผ่นดินไหวหรือเศษหินตกลงไปสู่ผืนน้ำด้านล่าง โดยปกติแล้วคลื่นเหล่านี้จะเกิดขึ้นในวงจำกัดและสลายไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่สึนามิอีกประเภทหนึ่งเกิดขึ้นในมหาสมุทรเปิดและถูกกระตุ้นโดยตรงจากแผ่นดินไหว หรือบางครั้งอาจเกิดจากเหตุการณ์รุนแรงอื่น ๆ เช่น ภูเขาไฟใต้น้ำ
เช่นเดียวกับสึนามิในญี่ปุ่นปี 2011 คลื่นเหล่านี้สามารถเดินทางได้ไกลหลายพันไมล์ พัดถล่มพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่และก่อให้เกิดความเสียหายและการสูญเสียชีวิตอย่างกว้างขวางได้
สำหรับสึนามิยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดนั้นเกิดขึ้นในทศวรรษ 1950 และมีความสูงมากกว่า 500 เมตร ส่วนสึนามิยักษ์ครั้งล่าสุดนี้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง
ดร.ฮิกแมน เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุไม่กี่สัปดาห์หลังจากเกิดสึนามิที่ เทรซี อาร์ม ฟยอร์ด ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเรือสำราญที่สำรวจความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของอะแลสกา
เขาพบเห็นต้นไม้หักโค่นเกลื่อนกลาดอยู่บนเนินเขาหรือถูกพัดลงไปในน้ำ และพื้นที่หินขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยฉีกขาดของผิวดินโล่งเตียนปราศจากดินและพืชพรรณใด ๆ
พืันที่ของอะแลสกาเสี่ยงต่อการเกิดสึนามิยักษ์เป็นพิเศษเนื่องจากมีภูเขาสูงชัน อ่าวแคบ และเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง
ขณะนี้งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science ชี้ให้เห็นว่าการละลายของธารน้ำแข็งและการละลายของชั้นดินเยือกแข็งถาวรที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้การพังทลายดังกล่าวรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
ทีมวิจัยได้รวบรวมข้อมูลภาคสนาม ข้อมูลแผ่นดินไหว และข้อมูลจากดาวเทียม เพื่อสร้างลำดับเหตุการณ์และประเมินความสูงของคลื่น
ดร.สตีเฟน ฮิกส์ จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ธารน้ำแข็งแห่งนี้ “ช่วยค้ำยันหินก้อนนี้ไว้” ดังนั้นเมื่อธารน้ำแข็งละลาย มันจึงทำให้ส่วนล่างของหน้าผาไม่ได้รับการค้ำยันอีกต่อไป และ “ทำให้หินเหล่านั้นพังทลายลงสู่ฟยอร์ดอย่างฉับพลัน”
เขาและเพื่อนร่วมงานได้ศึกษาสึนามิมานานหลายทศวรรษ และต่างรู้สึกกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ปัจจุบันมีผู้คนเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลมากขึ้น บ่อยครั้งที่การล่องเรือท่องเที่ยวเหล่านี้เป็นไปเพื่อชมความงามทางธรรมชาติของพื้นที่เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สถานที่เหล่านั้นก็เป็นสถานที่อันตรายเช่นกัน”
ที่มาของภาพ, Photo by Cyrus Read/U.S. Geological Survey.
ดร.ฮิกแมน กล่าวว่าแทบไม่มีข้อสงสัยเลยว่า ในขณะนี้ความเสี่ยงจากสึนามิยักษ์กำลังเพิ่มขึ้น
“ณ จุดนี้ ผมค่อนข้างมั่นใจว่าความเสี่ยงเหล่านี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่เพิ่มขึ้นอย่างมาก” เขากล่าว
“บางทีอาจจะบ่อยขึ้นถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับเมื่อไม่กี่ทศวรรษก่อน”
นักวิทยาศาสตร์เรียกร้องให้มีการตรวจสอบเกี่ยวกับอันตรายในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างกว้างขวางมากขึ้นในบางส่วนของอะแลสกาที่อาจเสี่ยงต่อการเกิดสึนามิยักษ์
ด้านบริษัทเรือสำราญบางแห่งได้ประกาศว่าจะหยุดส่งเรือเข้าไปใน เทรซี อาร์ม ฟยอร์ด แล้ว เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cvgz7w9dzgro.amp&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sSOEBKbL8XXWug3SpXH_A

