• Sat. May 9th, 2026

สั่งลุยเกาะพะงัน ล้างบางนอมินีต่างชาติ ผงะเกลื่อนนับหมื่นราย

สั่งลุยเกาะพะงัน-ล้างบางนอมินีต่างชาติ-ผงะเกลื่อนนับหมื่นรายสั่งลุยเกาะพะงัน ล้างบางนอมินีต่างชาติ ผงะเกลื่อนนับหมื่นราย

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สั่งลุยเกาะพะงัน

ล้างบางนอมินีต่างชาติ

ผงะเกลื่อนนับหมื่นราย

กรมพัฒนาธุรกิจฯ สแกนนิติบุคคลแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังล้างบางนอมินีต่างชาติ ยึดเกาะพะงัน-เกาะสมุยพบเข้ามาลงทุนทะลุหมื่นราย จับมือทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น สกัดทุนต่างชาติให้คนไทยเป็นนอมินี พร้อมเดินหน้าสแกนจังหวัดท่องเที่ยวอีก 6 จังหวัด

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้เปิดปฏิบัติการสแกนนิติบุคคลแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เกาะพะงัน และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี สกัดกั้นทุนต่างชาติ ใช้คนไทยเป็นนอมินี หลังจากพบว่ามีชาวต่างชาติ ทำธุรกิจและอาศัยในเกาะพะงัน เกาะสมุย มีจำนวนบริษัท ซึ่งชาวต่างชาติ มาลงทุนประกอบกิจการ มากถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัททั้งหมดบนทั้ง 2 เกาะมี 16,811 ราย โดยมีทั้งประกอบธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย และหลีกเลี่ยงโดยใช้คนไทยเป็นนอมินีจึงหยิบยกเป็นวาระเร่งด่วนในการปราบปรามอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรที่ลงนาม MOU ป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง(นอมินี)

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้คำนึงถึงการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เป็นสำคัญ มากกว่าการควบคุมการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ โดยมองถึงเจตนาดีในการเข้ามาลงทุนซึ่งช่วยให้เกิดการจ้างงาน สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ด้วยความเห็นแก่ได้ของนักลงทุนต่างชาติบางราย ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง ประกอบธุรกิจโดยมิได้รับอนุญาต และมีคนไทยบางกลุ่มเห็นแก่ประโยชน์เล็กน้อย ยอมกระทำผิด ซึ่งนับแต่นี้พร้อมกำกับดูแลการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจที่มีชาวต่างชาติ ลงทุน อย่างรัดกุม และเข้มงวด

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ได้สแกนนิติบุคคลแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง จ.สุราษฎร์ธานี พบว่ามีบริษัทจำกัด 21,717 ราย โดยบริษัท ที่มีชาวต่างชาติลงทุน 11,649 ราย (53.6%) สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ฝรั่งเศส 2,365 ราย (20%) 2.อังกฤษ 1,446 ราย (12%) 3. รัสเซีย 1,205 ราย (10%) 4.อิสราเอล 1,147 ราย (10%) 5.เยอรมัน 608 ราย (5%) 6.จีน 569 ราย (5%) 7. อเมริกัน 444 ราย (4%) 8.ออสเตรเลียน 335 ราย (3%) 9.อิตาเลียน 258 ราย (2%) และ 10.เบลเยียน 222 ราย (2%)

สำหรับเกาะพะงัน มีบริษัทจำกัด 4,761 ราย โดยบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน 3,213 ราย (67.48%) สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.อิสราเอล 720 ราย (22%) 2.ฝรั่งเศส 426 ราย (13%) 3. อังกฤษ 359 ราย (11%) 4.รัสเซีย 306 ราย (10%) 5.เยอรมัน 194 ราย (6%) 6.อเมริกัน 144 ราย (4%) 7.อิตาเลียน 89 ราย (3%) 8.ยูเครน 69 ราย (2%) 9.ออสเตรเลียน 58 ราย (2%) และ 10.เบลเยียน 56 ราย (2%)

ส่วนเกาะสมุย มีบริษัทจำกัด 12,050 ราย โดยบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 8,213 ราย (68.16%) สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ฝรั่งเศส 1,937 ราย (24%) 2.อังกฤษ 1,077 ราย (13%) 3. รัสเซีย 885 ราย (11%) 4.จีน 478 ราย (6%) 5.อิสราเอล 419 ราย (5%) 6.เยอรมัน 406 ราย (5%) 7.อเมริกัน 291 ราย (4%) 8.ออสเตรเลียน 273 ราย (3%) 9.สวิสฯ 173 ราย (2%) และ 10.อิตาเลียน 169 ราย (2%)

จากข้อมูลตัวเลขบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน ที่เกาะพะงันและเกาะสมุย มีจำนวนถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัททั้งหมดของทั้ง 2 เกาะ (16,811 ราย) โดยพบว่าชาวต่างชาติที่เข้ามาร่วมลงทุนบน 2 เกาะ เป็นนักลงทุนจากกลุ่มประเทศเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ได้ยินว่าต่างชาติยึดเกาะพะงัน เกาะสมุย ไปเรียบร้อยแล้ว

โดยได้ตรวจสอบธุรกิจบนเกาะพะงัน พบธุรกิจที่มีลักษณะต้องสงสัยเกี่ยวกับการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ (นอมินี) ใน 2 กลุ่มธุรกิจ คือ 1.สำนักงานบัญชี ภายใต้ชื่อสำนักงานเฟิร์สคอนซัลแทนส์ ยูนิเวอร์แซล เซอร์วิส (บริษัท เฟิร์ส คอนซัลแทนส์ 47 จำกัด) โดยเจ้าของมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ใน 66 บริษัท โดยลงพื้นที่ มีความเชื่อมโยงกับเจ้าของสำนักงานบัญชีดังกล่าว (อาคารพาณิชย์ 2 แห่ง และบ้านพัก) พบว่า อาคารพาณิชย์ที่ลงตรวจเป็นที่ตั้งของนิติบุคคลรวมกันถึง 89 แห่ง โดยไม่ปรากฏการประกอบธุรกิจจริงในบางห้อง ตำรวจได้ตรวจยึดเอกสารและคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปตรวจสอบว่ามีการใช้คนไทยเป็นนอมินีในการประกอบธุรกิจแทนชาวต่างชาติหรือไม่ และใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินทางคดี

2.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (โครงการก่อสร้างอาคารวิลล่าโครงการศิธายา บีช ฟร้อนท์ วิลล่า) พบเป็นวิลล่าหรู 8 หลัง เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่าคืนละ 13,000 บาท โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จึงได้เชิญผู้ดูแลโครงการและนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6 ราย ไปสอบสวนเพิ่มเติม โดยพบข้อมูลที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของโครงการวิลล่าดังกล่าวมูลค่ากว่า 152 ล้านบาท โดยมีบริษัทนิติบุคคลสัญชาติไทย 2 แห่ง ถือครอง แต่มีผู้ถือหุ้นชาวอิสราเอล ในสัดส่วนร้อยละ 49 และต่อมามีการเพิ่มบริษัทที่เป็นชาวอิสราเอล เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มอีก 1 บริษัท อาจเข้าข่ายเป็นการซื้อขายเพื่อหลบเลี่ยงการเสียภาษี และการถือหุ้นอำพรางเข้าข่ายเป็นนอมินี

ขณะที่เกาะสมุย ตรวจพบนิติบุคคลที่อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เป็นพนักงานของสำนักงานรับจดทะเบียน/รับทำบัญชี โดยให้ข้อมูลว่ามีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทร่วมกับคนต่างชาติ เพื่อให้สัดส่วนเป็นบริษัทไทย และอีก 1 ราย มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรวม 87 บริษัท ซึ่งได้นำส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินการเอาผิดต่อไป

นอกจากนี้ได้นำส่งข้อมูลบริษัทขนาดใหญ่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินีในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี 34 ราย ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งแต่ละรายมีสินทรัพย์รวมเกินกว่า 100 ล้านบาท และประกอบธุรกิจตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์

ผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน

ขณะนี้ได้สแกนนิติบุคคลกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น จ.ชลบุรี จ.เชียงใหม่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ จ.พังงา ฯลฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสที่จะเข้าข่ายการประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินี โดยเฉพาะธุรกิจที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน ซึ่งกรมฯ และหน่วยงานพันธมิตรจะเร่งเดินหน้าเชิงรุกเพื่อปราบปรามนอมินีทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยให้หมดสิ้นไปในทุกๆ พื้นที่ และทุกประเภทธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และลดความเหลื่อมล้ำในการประกอบธุรกิจ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/963326&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZgGsp63kiOwq5tXtaxZdu

You missed