สส.ประชาชนจี้รัฐทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้ผลศึกษาหน่วยงานรัฐยังขัดแย้งกันเอง
“อนุสรณ์” จี้รัฐทบทวน “แลนด์บริดจ์” หลังผลศึกษาหน่วยงานรัฐขัดแย้งกันเอง หวั่นไม่คุ้มค่า-กระทบสิ่งแวดล้อม ชี้ไม่สมควรสร้าง แนะควรทำประชาพิจารณ์ก่อน
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. พรรคประชาชน เปิดเผยถึงปัญหาของโครงการแลนด์บริดจ์ในปัจจุบันว่า ยังมีความขัดแย้งกันในผลการศึกษาของหน่วยงานภาครัฐ โดยจะเห็นได้จากการศึกษาของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ชี้ชัดว่า โครงการแลนด์บริดจ์ไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงเศรษฐศาสตร์และไม่คุ้มค่าที่จะลงทุน ในขณะที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม ระบุว่ามีความเป็นไปได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งของข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ
นายอนุสรณ์ มองว่า หากรัฐบาลจะตัดสินใจในทางนโยบาย มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีหน่วยงานที่เป็นกลางและเป็นอิสระเข้ามาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากโครงการดังกล่าวใช้เม็ดเงินลงทุนค่อนข้างมาก โดยประเมินว่าการลงทุนเริ่มต้นน่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 1 ล้านล้านบาทเป็นอย่างน้อย
นายอนุสรณ์กล่าวว่า “เพราะว่าการศึกษาของสภาพัฒน์ร่วมกับจุฬาฯ นี้ ชี้ชัดว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงเศรษฐศาสตร์ แล้วก็ไม่คุ้มค่าที่จะลงทุน ในขณะที่ทางสนข.นี้ ของกระทรวงคมนาคมนี้ บอกว่ามีความเป็นไปได้ของโครงการ”
เขาเสริมว่า “ฉะนั้นเมื่อมันยังมีความขัดแย้งของหน่วยงานของรัฐเองนี้ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานที่เป็นกลาง และเป็นอิสระในการศึกษาเพิ่มเติม ถ้าจะตัดสินใจอะไรในทางนโยบาย เพราะว่าการลงทุนในโครงการนี้ ก็ใช้เม็ดเงินไม่น้อยนะการ ลงทุนเริ่มต้นนี้น่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 1 ล้านล้านบาทเป็นอย่างน้อย”
นอกจากนี้ นายอนุสรณ์ระบุถึงปัญหาโครงสร้างของตัวโครงการว่า จะต้องมีการสร้างโครงข่ายเชื่อมโยงขนาดใหญ่ระหว่างท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่ง คือระนองและชุมพร รวมถึงรถไฟทางคู่เชื่อม 2 ฝั่งทะเล และระบบท่อขนส่งพลังงาน ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก ขณะเดียวกันอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องประเมินให้รอบคอบ
ส่วนประเด็นที่ว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่นั้น นายอนุสรณ์ระบุว่า ควรต้องถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่และเปิดให้มีส่วนร่วมมากกว่านี้ เนื่องจากโครงการนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้หาเสียงในช่วงเลือกตั้งโดยพรรคภูมิใจไทย การเร่งรัดผลักดันในขณะนี้จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีเหตุผลอะไร เพราะเป็นโครงการสำคัญที่อาจเปลี่ยนทิศทางของประเทศได้
“หากโครงการแลนด์บริดจ์หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ให้สิทธิประโยชน์กับการลงทุนต่างชาติมากเกินไป ต้องพิจารณาว่าคุ้มค่าในระยะยาวต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของคนไทยหรือไม่ เช่น หากให้สิทธิเช่าหรือถือครองที่ดินเกิน 99 ปี จะทำให้เกิดสภาพกึ่งอาณานิคมทางเศรษฐกิจหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง” นายอนุสรณ์กล่าว
นายอนุสรณ์ยังกังวลถึงต้นทุนทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ค่อนข้างสูง โดยเสนอให้รัฐบาลประเมินผลกระทบในแง่องค์รวม เพราะหากเกิดโครงการนี้ขึ้น ก็จะมีอุตสาหกรรมหนักหรืออุตสาหกรรมปิโตรเคมีตามมา ซึ่งจะกระทบต่อกิจการประมงและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางธรรมชาติในพื้นที่ จึงต้องพิจารณาหลายด้านก่อนตัดสินใจ
ขณะเดียวกัน ต้องพิจารณาระบบโดยรวมของประเทศและนโยบายต่างประเทศด้วยว่าไทยอยู่ในสถานะไหน หากโครงการนี้กลายเป็นพื้นที่แย่งชิงผลประโยชน์หรือบทบาทของมหาอำนาจ ก็เป็นเรื่องที่ต้องระวังว่าเรามีความพร้อมรับมืออย่างไร
อย่างไรก็ตาม นายอนุสรณ์ยอมรับว่า โครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา แต่หากช่องแคบมะละกามีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า ผู้ใช้บริการก็จะไม่มาใช้แลนด์บริดจ์ เว้นแต่ในอนาคตมีการเก็บค่าผ่านทางตรงช่องแคบมะละกา ก็อาจทำให้โครงการนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ข้อเสียคือแลนด์บริดจ์ต้องมีการขนถ่ายสินค้าถึง 2 รอบ ทั้งขึ้นและลงจากทั้งสองฝั่งมหาสมุทร ซึ่งต่างจากโครงการคลองไทย หรือคลองกระ ที่เคยมีการศึกษาไว้ก่อนหน้านี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าควรเดินหน้าโครงการต่อหรือไม่ นายอนุสรณ์ระบุว่า จากข้อมูลที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ ไม่สมควรสร้าง เนื่องจากมองว่ายังไม่คุ้มค่า แต่หากในอนาคตมีผลการศึกษาหรือปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปจนมั่นใจได้ว่าคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และภาครัฐมีมาตรการดูแลฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ดี ก็อาจเป็นไปได้ที่จะดำเนินการต่อ แต่ทั้งนี้ต้องถามประชาชนในพื้นที่และทำประชาพิจารณ์ก่อน เนื่องจากข้อมูลที่ระบุว่าช่วยลดระยะเวลาเดินทางผ่านช่องแคบมะละกาได้ 3-4 วันนั้น เมื่อเทียบกับการต้องขนถ่ายสินค้าขึ้นลงทั้งสองฝั่งแล้ว จะคุ้มค่าจริงหรือไม่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด
นายอนุสรณ์บอกว่า “คือถ้า จากข้อมูลที่มีอยู่ ณ ขณะนี้นี้ไม่สมควรสร้าง ยังไม่คุ้มค่า แต่ว่าถ้าเกิดมันมีการศึกษาหรือเหตุปัจจัยอะไรต่างๆมันเปลี่ยนแปลงไปแล้วมันทำให้ เอ่อ ทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าโครงการนี้มันมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์และมีมาตรการในการที่จะดูแลผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ดีสามารถฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมขึ้นมาได้ถ้ามันเกิดภาวะแบบนั้นนี้มันก็อาจจะมีความเป็นไปได้ที่อาจจะดำเนินการ แต่อย่างไรก็ตามนี้มันก็ต้องถามประชาชนในพื้นที่ทำประชาพิจารณ์ก่อน”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/274640&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nrSA0CnlSrDMj6yffJaLP

