หอการค้าจีนประจำสหภาพยุโรป (CCCEU) ร่วมกับ KPMG บริษัทตรวจสอบบัญชีและที่ปรึกษาทางธุรกิจ เผยแพร่รายงานร่วมเมื่อวันพุธ (6 พ.ค.) ระบุว่า การตัดซัพพลายเออร์จากจีนออก ภายใต้ร่างการทบทวนกฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Act) ของสหภาพยุโรป (EU) อาจสร้างความเสียหายต่อประเทศสมาชิก EU รวมราว 3.67 แสนล้านยูโร (ราว 4.34 แสนล้านดอลลาร์) ภายในระยะเวลา 5 ปี
รายงานประเมินว่า ความเสียหายดังกล่าวจะมาจากผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยตรง ต้นทุนทางสังคม ต้นทุนทางอ้อมจากการปรับโครงสร้างระบบใหม่ และค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า เยอรมนีจะได้รับผลกระทบมากที่สุด คิดเป็นความเสียหายราว 1.708 แสนล้านยูโร (ราว 2 แสนล้านดอลลาร์) ตามมาด้วยฝรั่งเศสและอิตาลี
กฎหมายดังกล่าว หรือ CSA2 ถูกเสนอโดยคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เมื่อต้นปีนี้ โดยมีการเพิ่มแนวคิด “ความเสี่ยงที่ไม่ใช่เชิงเทคนิค” ซึ่งขาดความชัดเจนและขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ในการประเมินความมั่นคงไซเบอร์และความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน พร้อมกำหนดให้ระบุ “ประเทศที่มีความเสี่ยงด้านไซเบอร์” และ “ซัพพลายเออร์ความเสี่ยงสูง” ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดออกจากห่วงโซ่อุปทานของ EU ใน 18 ภาคส่วน เช่น พลังงาน การขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
หลิว เจียนตง ประธาน CCCEU ระบุในแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนว่า เกณฑ์การพิจารณา “ซัพพลายเออร์ความเสี่ยงสูง” มีลักษณะมุ่งเป้าทางการเมือง โดยชี้ว่า แนวทางดังกล่าวทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจกลายเป็นเรื่องของการเมือง และขัดต่อหลักความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติของ EU พร้อมเตือนว่า อาจบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของยุโรปด้วย
นอกจากนี้ รายงานยังเตือนว่า มาตรการคัดกรองตามแหล่งกำเนิดสินค้าอาจเข้าข่ายละเมิดกฎขององค์การการค้าโลก (WTO) ขัดต่อสนธิสัญญาการลงทุนทวิภาคี และอาจนำไปสู่การเรียกร้องค่าชดเชยจากประเทศที่ได้รับผลกระทบ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 พ.ค. 69)
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/590667&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JjofXx8TXrnVDfjwtYzd6

