• Sat. Mar 14th, 2026

รัฐบาลอนุทินกับโจทย์ใหญ่ ฝ่าพายุเศรษฐกิจโลก

รัฐบาลอนุทินกับโจทย์ใหญ่-ฝ่าพายุเศรษฐกิจโลกรัฐบาลอนุทินกับโจทย์ใหญ่ ฝ่าพายุเศรษฐกิจโลก
รัฐบาลอนุทินกับโจทย์ใหญ่ ฝ่าพายุเศรษฐกิจโลก

รัฐบาลอนุทินกับโจทย์ใหญ่ ฝ่าพายุเศรษฐกิจโลก

รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญ ในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจมหภาค ความผันผวนของตลาดการเงิน และแรงกระเพื่อมจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ยังคงคุกรุ่น ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปราะบางส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงาน การค้า และความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยในฐานะเศรษฐกิจเปิดย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบดังกล่าวได้ 

ในบริบทเช่นนี้ บทบาทของรัฐบาลจึงไม่ใช่เพียงการประคองเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังต้องวางยุทธศาสตร์ระยะกลางและระยะยาว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประเทศ การรักษาวินัยการคลัง การดูแลค่าครองชีพของประชาชน และการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องดำเนินควบคู่กันไปอย่างสมดุล 

ขณะเดียวกัน ความผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ได้สร้างแรงกดดันต่อราคานํ้ามันและต้นทุนพลังงาน ซึ่งอาจลุกลามไปสู่ภาคการผลิตและค่าครองชีพของประชาชน รัฐบาลจำเป็นต้องบริหารนโยบายพลังงานอย่างรอบคอบ พร้อมทั้งเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีความเปราะบางต่อภาวะต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น 

อีกด้านหนึ่ง การเร่งฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ถือเป็นภารกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจ ความต่อเนื่องของโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการทำธุรกิจ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทย ยังคงยืนหยัดท่ามกลางพายุเศรษฐกิจโลกได้ 

แน่นอนว่า ความท้าทายครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่ท่ามกลางวิกฤตย่อมมีโอกาส หากรัฐบาลสามารถใช้จังหวะนี้ผลักดันการปฏิรูปเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศได้อย่างจริงจัง ประเทศไทยก็อาจพลิกวิกฤต ให้กลายเป็นแรงส่งสู่การเติบโตในระยะยาว 

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความตึงเครียดของสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งกำหนดมาตรการเชิงรุก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ การผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็น “หลุมหลบภัยทางเศรษฐกิจ” ของภูมิภาค หรือ Safe Haven สำหรับเงินลงทุนในช่วงเวลาที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน 

มาตรการแรกที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการ คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การเร่งรัดโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ การพัฒนาโครงข่ายคมนาคม ระบบโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ พร้อมกับยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

อีกประเด็นที่ไม่อาจมองข้าม คือ การดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค ทั้งค่าเงินบาท ระบบการเงิน และวินัยการคลัง เพราะปัจจัยเหล่านี้ เป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุน หากประเทศไทยสามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้ ท่ามกลางความผันผวนของโลก ก็ย่อมมีโอกาสดึงดูดเงินทุนที่กำลังมองหาพื้นที่ปลอดภัยในการลงทุน

บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,183 วันที่ 15 -18 มีนาคม พ.ศ. 2569

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/editorial/653817&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Vx_Ugtcf_sU64jtwf178l